คร่ำครวญอย่างมีหวัง

วันที่ 10-8-2018 • มานาประจำวัน • mnsc • ไม่มีความคิดเห็น »

ODB_100818.jpg

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ได้ร้องออกพระนามของพระองค์จากที่ลึกในบ่อ – บทเพลงคร่ำครวญ 3:55

อ่าน: บทเพลงคร่ำครวญ 3:49–58

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : สดุดี 79-80; โรม 11:1-18

อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ คลิฟตัน ในแนสซอ ประเทศบาฮามาสย้ำประวัติศาสตร์อันน่าสลด ที่ริมน้ำมีบันไดหินไปสู่หน้าผา ทาสที่มาทางเรือเมื่อศตวรรษที่ 18 ขึ้นบันไดนี้ พวกเขาจากครอบครัวและถูกกระทำราวกับไม่ใช่คน ที่ยอดเขามีรูปแกะสลักจากต้นซีดาร์เป็นผู้หญิงหันหน้าออกทะเลไปทางบ้านเกิด รูปแกะสลักเหล่านี้มีรอยเฆี่ยนของผู้คุมปรากฏอยู่

รูปแกะสลักของหญิงที่โศกเศร้าเหล่านี้ ทำให้ฉันเห็นว่าเราต้องรับรู้ว่าโลกนี้มีความอยุติธรรมและระบบที่ล้มเหลว และคร่ำครวญเรื่องสิ่งเหล่านั้น ซึ่งไม่ใช่เราไม่มีหวัง แต่เป็นการเปิดใจต่อพระเจ้า เป็นท่าทีที่เราคุ้นเคยเพราะกว่าร้อยละสี่สิบของพระธรรมสดุดีเป็นบทเพลงคร่ำครวญ และในหนังสือบทเพลงคร่ำครวญ คนของพระเจ้าร้องหาพระองค์หลังจากที่เมืองของพวกเขาถูกผู้รุกรานทำลาย (3:55)

การคร่ำครวญโศกเศร้า เป็นการตอบสนองที่เหมาะสมเมื่อทุกข์ใจ เป็นการให้พระเจ้ามีส่วนร่วมในความเจ็บปวดและปัญหาของเรา ที่สำคัญที่สุด การคร่ำครวญให้ความหวัง เมื่อเราคร่ำครวญเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เรากำลังเรียกร้องตนเองและผู้อื่นให้ลุกขึ้นมาแสวงหาการเปลี่ยนแปลง

และนี่เป็นเหตุผลที่ลานรูปแกะสลักในแนสซอมีชื่อว่า “ปฐมกาล” เพราะสถานที่ที่มีการคร่ำครวญคือสถานที่ที่มีการเริ่มต้นใหม่

ให้เราวางใจว่าพระเจ้าจะทรงให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นจากฤดูกาลแห่งการคร่ำครวญของเรา

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง