เมื่อไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับของขวัญที่ได้ในวันคริสต์มาส?

วันที่ 29-12-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Vania Tan
ผู้แปล- ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ช่วงเวลาแห่งเทศกาลคริสต์มาสมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเดือนก่อนหรือในอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายคนในที่นี้อาจจะกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของขวัญและอาจจะกำลังง่วนอยู่กับการเขียนการ์ดอวยพร ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ คุณอาจจะกำลังแสวงหาของขวัญดีๆซักชิ้น หรือสินค้าโปรโมชั่นคุณภาพดี เพื่อใช้เป็นของขวัญในวันคริสต์มาส จนบางครั้งกลายเป็นความกดดันที่ให้ความรู้สึกคล้ายๆกับการตั้งระเบิดเวลา เพราะต้องคอยลุ้นว่าคนที่คุณมอบของขวัญให้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้จะชอบสิ่งที่คุณเลือกให้หรือเปล่า ? ถ้าเค้าชอบก็ดีไป แต่ถ้าเค้าไม่ชอบมันก็เหมือนปราสาททรายที่พังทลายลง หรือระเบิดเวลาที่ระเบิดความผิดหวังออกมานั่นเอง

คุณคิดหนักและนานมากในการตัดสินใจเลือกของขวัญให้กับคนพิเศษ เช่น เพื่อนและครอบครัว ในช่วงคริสต์มาส และมีความหวังว่าพวกเค้าจะชอบของขวัญที่คุณตั้งใจเลือกซื้อให้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเลือกของขวัญได้แล้ว คุณยังตั้งใจพิถีพิถันเลือกกระดาษที่จะใช้ห่อและหาโบว์สวยๆติดไว้เพื่อประดับตัวกล่องด้านบน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพราะว่าเราคาดหวังที่จะให้ผู้ที่รับของขวัญของเราได้มีความสุขอย่างแท้จริง

จากนั้นก็ถึงเวลาแลกเปลี่ยนของขวัญซึ่งกันและกัน เมื่อถึงเวลาเปิดของขวัญคุณก็ได้แต่ลุุ้นอยู่ในใจว่า ของขวัญที่คุณได้รับจากคนอื่นนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณชอบเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับ ในท้ายที่สุดแล้วคุณก็จะได้มีช่วงเวลาที่เหมือนๆกัน คือการยอมรับความจริงในของขวัญที่อยู่ตรงหน้าแม้ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบสิ่งนั้นก็ตาม

ฉะนั้นแล้ว…. หลายคนคงเคยถามตัวเองว่า แล้วเราชอบของขวัญที่เราได้รับมาหมดทุกชิ้นหรือเปล่า?

แน่นอนว่าคงไม่ใช่ของขวัญทั้งหมดที่คุณได้รับในแต่ละปีจะเป็นที่ถูกใจคุณ บางครั้งคุณอาจจะไม่ชอบของขวัญบางชิ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบและพอใจของขวัญสิ่งไหนมากกว่ากัน นี่เป็น 3 ตัวอย่างที่เกิดขึ้น หลังจากที่คุณได้รับของขวัญในวันคริสต์มาส มาดูกันว่าคุณจะตรงกับข้อไหน

1. ใช้ของขวัญที่ได้รับ

ถ้าคุณได้รับของขวัญที่คุณชอบและเป็นที่ถูกใจคุณมากๆในช่วงเวลานั้น ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณด้วย ของสิ่งนั้นอาจจะเป็นลิปสติกคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด หรือจะเป็นหนังสือที่คุณเคยอยากอ่านมานานแล้ว หรือเป็นไอเท็มสุดเก๋ที่ใครหลายคนหมายปองว่าอยากจะได้มันใจจะขาด แต่สุดท้ายคุณก็ได้รับมัน แต่เอาเข้าจริงๆแล้วเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักระยะหนึ่งของสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นอย่างอื่นไปแล้วสำหรับคุณจริงไหม่? เพราะในความเป็นมนุษย์ของเรา ความพึงพอใจในสิ่งของบางอย่างมันเป็นเรื่องยากที่เราไม่เบื่อและรักษาระดับแห่งความพอใจนั้นไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายได้

2. เก็บมันไว้ในชั้นวางของ

มีของขวัญหลายชิ้นที่เราต่างเคยได้รับมา แล้วมักจะเกิดคำถามขึ้นเสมอว่า ทำไม่คนเราจะต้องเสียเงินมากมายกับของขวัญชิ้นนี้ด้วย คุณคงจะพอเดาออกว่าฉันหมายถึงของขวัญประเภทไหน ไม่ว่าจะเป็นเหล้ารสช็อคโกแล็ต , ถุงเท้าทรงประหลาด , หรือครีมอาบน้ำรูปแบบใหม่ ของขวัญเหล่านี้ที่เราต่างเคยได้รับ ส่วนมากแล้วมักจะถูกว่าอยู่ในชั้นวางของ แล้วเราก็มักจะเจอมันเมื่อตอนที่เราทำความสะอาดบ้าน เราไม่ได้ใส่ใจที่จะใช้ของเหล่านี้ และฉันก็รู้สึกผิดถ้าหากจะต้องทิ้งมัน แล้วของขวัญประเภทนี้มีคุณค่าที่ตัวของมันเองหรือคนที่ให้คุณ?

3. รีไซเคิลของขวัญเหล่านี้

ใช่แล้ว! คุณฟังไม่ผิดแน่นอน หลายคนในที่นี้คงจะรู้สึกผิดที่จะต้องรีไซเคิลของขวัญเหล่านี้ นั่นหมายถึงเราห่อของขวัญเหล่านั้นอีกครั้งแล้วให้เป็นของขวัญแก่คนอื่นอีกทีหนึ่ง หรือไม่ก็บริจาคให้กับที่ไหนซักแห่ง เพราะมันทำให้คุณสบายใจว่าอย่างน้อยๆของขวัญชิ้นนั้นก็จะต้องมีคนที่อยากจะใช้หรืออยากจะได้อย่างแน่นอน

เราจึงควรจะส่งต่อของขวัญที่เราไม่ได้ใช้ให้คนอื่น?

ไม่ว่ายังไงก็ตาม ไม่มีทางที่เราจะพอใจในสิ่งของทั้งหมดที่เรามี นั่นคือสัจจะธรรม (หมายถึงสิ่งของทุกอย่างบนโลกนี้) “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง” (ยากอบ 1:17) แต่ของขวัญที่จะทำให้เรามีความพึงพอใจอย่างแท้จริงคือของขวัญที่สุดจะหาคำพรรณนาได้ “จงขอบพระคุณพระเจ้า เพราะของประทานซึ่งพระองค์ทรงประทานนั้นที่เหลือจะพรรณนาได้” ( 2 โครินธ์ 9:15) ซึ่งเป็นของขวัญที่ต้องการการห่อที่สวยงามและเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเราได้เขียนชื่อของเราติดไปในของขวัญนั้นแล้ว ของขวัญนั้นจะเป็นความหวังให้กับเราและจะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดไม่ใช่ต้องการที่สุด

ของขวัญชิ้นนั้นคือพระเยซู สหายเลิศของเราทั้งหลายนั่นเอง

พระองค์ทรงสมบูรณ์แบบและเป็นของขวัญแก่เราทั้งหลายเพื่อที่เราจะแบ่งปัญของขวัญนั้นให้กับคนอื่นได้

ถ้าหากว่าคุณได้รับของขวัญนี้แล้ว วันนี้คุณจะเปอดใจยอมรับของขวัฯชิ้นนี้ คือองค์พระเยซูคริสต์เข้ามาในใจของคุณได้หรือไม่?

แล้วถ้าหากคุณยังไม่ได้แบ่งปันเรื่องราวขององค์พระเยซูคริสต์ให้กับคนอื่น ถึงแม้ว่าคริสต์มาสจะผ่านพ้นไปแล้วคุณจะยังแบ่งปันความรักและเรื่องราวขององค์พระเยซูคริสต์อยู่หรือไม่?

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง