เมื่อเกิดวิกฤติในวันคริสต์มาส

วันที่ 21-12-2017 • บทความ • mnsc • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Jonathan Hayashi
ผู้แปล – เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ผมไม่เคยลืมวันคริสต์มาสปี 2014ได้เลยเพราะมันเป็นวันที่ภรรยาของผมเกิดอาการแพนิค คืออาการจะเกิดขึ้นทันทีและค่อยแรงขึ้นเรื่อยๆในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

วันนั้นเรากำลังเตรียมตัวที่จะกลับจากโบสถ์ ภรรยาของผมเริ่มมีอาการเอาหัวไปโขกกำแพง ขว้างปาข้าวของเครื่องใช้ไปทั่วและกรีดร้องอย่างดัง เธอพยายามที่จะตระคลุบผมลงกับพื้น อาการที่เธอเป็นอยู่ในขณะนั้นเป็นที่ผมไม่เคยพบเจอมาก่อน

เพื่อนบ้านของเราพร้อมที่จะพังประตูเข้ามาช่วย เพื่อที่จะพาภรรยาของผมออกจากอาการคุ้มคลั่งจากการพยายามทำร้ายผม ผู้หลักผู้ใหญ่ที่คริสตจักรก็ลงมาทันทีที่ได้ยินข่าวและอธิษฐานเผื่อเรา ระหว่างที่ภรรยาผมเข้าห้องฉุกเฉิน เราอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าจนค่ำ ภรรยาของผมเข้ารับการรักษาและบำบัดสุขภาพจิตอยู่หลายวัน

ผมจำได้ว่าผมรับโทรศัพท์จากพ่อแม่ของภรรยา แต่เป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ลำบากใจที่สุดของผม ความคิดในหัวเต็มไปด้วยความสับสน ได้ยินการตอบรับจากครอบครัวของภรรยา ใจผมสลายและความรู้สึกผิดเวิ้งว้างท่วมท้นผม ผมรู้สึกว่าฉันล้มเหลวในหน้าที่สามีที่จะรักและปกป้องลูกสาวของพวกเขา

มันเหมือนเป็นคริสต์มาสที่ไม่มีสันติสุขที่สุดในโลก มันเป็นคริสต์มาสที่กลายเป็นฝันร้ายคล้ายกับนรกบนแผ่นดินโลกเลยก็ว่าได้ ทุกสิ่งในโลกของผมดูแย่ไปเสียหมด ผมพร้อมที่จะออกจากเป็นการเป็นศิษยาภิบาลและเกิดความกลัวที่จะต้องหย่าเข้ามาในหัว เรื่องภรรยาของผมตอนนี้เธอต้องเริ่มที่จะบำบัดด้วยการกินยาและพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างจริงจัง เราทั้งสองคนจะต้องเข้ารับการให้คำปรึกษาระยะเวลาหนึ่งด้วยเช่นกัน

สามปีที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของเราทั้งครอบครัว ผมหวังว่าผมจะมีโอกาสได้บอกบอกคุณว่าพระเจ้าทรงรับเอาทุกสิ่งที่เป็นความกังวลของเราออกไปให้หมด ทั้งความวิตกกังวลและความซึมเศร้าที่ภรรยาของผมต้องเผชิญและเราใช้ชีวิตอย่างมีสันติสุขหลังจากนั้น แต่นั้นไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น เธอยังต้องเจอกับปัญหาเรื่องความวิตกกังวลอยู่ แต่โดยพระคุณพระเจ้า พระเจ้าทรงใช้สิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อที่เราทั้งหลายจะได้เรียนรู้ถึง สามบทเรียนที่สำคัญว่าทำไมพระเยซูต้องเสด็จมาเพื่อเรา

1. ผมไม่ได้เป็นผู้ช่วยของภรรยาของผม

นานแล้วที่ผมพยายามที่จะเป็นอัศวินสวมยุทธภัณฑ์ที่ส่องประกายเพื่อภรรยาของผม แต่ผมไม่สามารถช่วยเธอให้ออกจากความวิตกกังวลของเธอเองได้

ผมอ่านหนังสือทุกอย่างที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษา เข้าเรียนการจัดการความขัดแย้งและบทเรียนที่สอนเกี่ยวกับเรื่องการให้คำปรึกษาต่างๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีความหมายอะไร สิ่งนี้ใหญ่เกินกว่าที่ผมจะควบคุมมันได้ ผมไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการปะทะกับความวิตกกังวลของเธอด้วยคำพูดที่ไพเราะได้ตลอดเวลาตามเหตุผล แม้ว่ามันจะที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตาม และด้วยวุฒิการศึกษาที่ผมได้รับจากการฝึกทางวิชาการนั้นก็ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้

เมื่อรู้ว่าผมไม่สามารถเป็นซุปเปอร์แมนให้กับภรรยาอย่างที่เธออยากให้ผมเป็น ผมจึงยกทุกอย่างที่ผมต้องการให้กับพระเยซูด้วยความถ่อมใจ คนเดียวที่สามารถช่วยเราจากสถานการณ์ที่หดหู่นี้ได้ เมื่อพระเจ้าเริ่มที่จะทำงานรื้อฟื้นการความสัมพันธ์ในการใช้ชีวิตคู่ของเรา ผมเห็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทำงานในเธอและทรงช่วยเธอให้ผ่านพ้นความวิตกกังวลที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้ได้ “ขอความหวังของพระเจ้าเติมเต็มทั้งความชื่นชมยินดีและสันติสุขในความเชื่อ ดังนั้นโดยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ขอให้คุณเต็มไปด้วยความหวัง” โรม 15:13

พระเยซูเป็นความหวังเดียวของโลกนี้

2. การแต่งานไม่ใช่พระผู้ช่วยให้รอดของเรา

เมื่อครั้งแรกที่ผมเข้าสู่การแต่งงาน ผมคิดว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขตลอดไป ดังนั้น ผมยังจดจำความคิดที่มีต่อตนเองขณะที่มองดูภรรยาล้มลง ผมไม่ได้เข้ามาเพื่อสิ่งนี้และคงทำอะไรไม่ได้ ตอนนั้นผมได้รู้ว่าชีวิตการแต่งงานไม่ได้หมายความถึงความสุขเสมอไป ตรงกันข้ามกลับแสดงให้เห็นว่า การแตกหักและสิ้นหวัง คือสิ่งที่ทำให้เราทั้งสองต้องการพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อเข้ามาในชีวิตของเรา

ผมควรจะไม่มองภรรยาหรือการแต่งงานเพื่ออะไร และพระเจ้าสามารถให้พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแท้ของเรา และเป็นสันติสุขที่แท้จริงให้กับเราทั้งหลายได้ นักศาสนศาสตร์ชาวอังกฤษและนักเขียนชื่อ C.S.Lewis ได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าฉันพบความต้องการของตนเองที่โลกนี้ จะไม่มีทางที่ฉันจะพึงพอใจ ตรรกะที่จะสามารถอธิบายได้มีแค่เพียงวิธีเดียวคือฉันถูกสร้างมาเพื่อโลกอื่น” เราถูกสร้างมาเพื่อสิ่งที่มากกว่าบนโลกนี้จะให้เราได้ หรือเกินกว่าที่เราจะสามารถพึงพอใจได้

ผมรักภรรยาของผมและขอบคุณพระเจ้าสำหรับการแต่งงาน แต่การแต่งงานไม่ได้ทำให้ผมไปสู่ความพอใจนิรันดร์ สันติสุขที่แท้จริงที่พบได้ มีเพียงจากพระเยซูคริสต์เท่านั้น “พระสิริของพระเจ้าในที่สูงสุดและสันติสุขบนโลกนี้ ในหมู่คนที่พระองค์พอพระทัย” ลูกา 2:14

พระเยซูเป็นเจ้าชายแห่งสันติสุข

3.ความสุขไม่ใช่พระผู้ช่วย

ผมรักเทศกาลคริสต์มาส แสงสี ช็อกโกแลตร้อน การให้ของขวัญ ครอบครัวและการร่วมสามมัคคีธรรม เป็นฤดูกาลที่มีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ การวาดภาพของวันคริสต์มาสจึงเกิดเป็นความคาดหวังของใครหลายๆคนรวมทั้งผมเอง แม้กระทั่งในกลุ่มคริสเตียนด้วยกันเอง คริสต์มาสจำเป็นต้องสดใหม่และเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เพราะเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองของเราทุกคน เมื่อไม่มีความสุขในช่วงนี้จึงทำให้ความรู้สึกของผมค่อนข้างแย่ไปด้วย เราสร้างความสุขให้เป็นรูปเคารพโดยไม่เจตนา พวกเราต้องการความสุขมากกว่าเราต้องการพระเยซู ความสุขคือเป็นพระเจ้าที่เรานมัสการ

อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ความจริง ความสุขที่แท้จริงในวันคริสตมาสมาจากพระเจ้า พร้อมกับการที่เราได้เรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้น

ความทุกข์ยากที่ผมและครอบครัวต้องเผชิญ เป็นโศกนาฏกรรมนี้ช่วยให้ผมได้รู้จักความต้องการจากพระเยซูคริสต์ ที่ทรงที่ช่วยให้ผมหลุดพ้นจากความยุ่งยากที่เคยเจอ

ในความเงียบสงัดและความโดดเดี่ยวในคืนวันคริสต์มาส กับการที่ภรรยาต้องถูกขังไว้ในสถานบำบัดผู้ป่วยทางจิต พระเจ้าย้ำเตือนผมให้เปลี่ยนความคิดที่หมดหวัง เป็นความสุขที่ไม่เคยเลือนหายไปจากผม แม้ทุกอย่างในชีวิตจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันก็สามารถทำให้ผมมีเหตุผลที่จะชื่นชมยินดี เพราะว่าทารกน้อยที่อยู่ในรางหญ้า ดังที่ทูตสวรรค์ได้บอกกับเราในพระคำของพระเจ้าว่า “อย่ากลัวเลย ดูเถิด เรานำข่าวที่น่าชื่นชมยินดีที่สุดมาบอกทุกคน” ลูกา 2:10
พระเยซูทรงเป็นความชื่นชมยินดีที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว

พระเยซูคือเหตุผลของฤดูกาล

แม้ว่าผมไม่ปรารถนาที่จะเดินผ่านประสบการณ์อันน่าเศร้านี้ แต่ผมได้รับบทเรียนที่มีค่าที่ผมไม่สามารถแลกได้ เจ้าชาย Preacher Charles Spurgeon กล่าวว่า “ไม่มีมหาวิทยาลัยสำหรับคริสเตียน เช่นกันกับความเจ็บปวดและการทดลอง”

ปัจจุบันภรรยาของผมทำงานรับใช้เป็นผอ.เด็กในคริสตจักรและเป็นแม่ที่สุดยอดของลูกสองคน ผมถ่อมใจอย่างมากในการเป็นอยู่ของเธอและเป็นความชื่นชมยินดีที่สุดที่ได้ร่วมรับใช้เคียงข้างอย่างศิษยาภิบาลและเจ้าหน้าที่ เธอยังคงมีปัญหากับสภาพจิตของเธอในบางครั้งแต่ไม่แย่เหมือนแต่ก่อน ดังนั้นผมจึงขอบพระคุณพระเยซู

ถ้าคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่นำมาซึ่งความโศกเศร้าและความทรงจำที่เจ็บปวดในอดีต หัวใจของคริสต์มาสก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระผู้สร้างโลกเช่นกัน พระเยซุคริสต์ทรงเป็นจอมกษัตริย์ ทรงถ่อมพระทัยลงมาในโลกนี้เพื่อรับใช้คนบาปอย่างเราทั้งหลาย 1 ทิโมธี 1:15 “พระเยซูเป็นผู้เดียวที่ให้ความชื่นชมยินดี จัดเตรียมสันติสุขและนำความหวังแก่โลกที่แตกหักนี้และเป็นเหตุว่าทำไมวันคริสต์มาสเป็นวันที่ควรค่าแห่งการเฉลิมฉลองไม่ว่าสถานการ์ของเราจะเป็นอย่างไร”

*ผมจะไม่สามารถแบ่งปันประสบการณ์นี้ถ้าผมไม่ได้รับอนุญาตจากภรรยาของผม เราทั้งสองผ่านมาด้วยกันได้โดยพระคุณพระเจ้าเท่านั้นเพื่อเราจะอยู่เป็นพยานพระคุณพระเจ้าและพระสิริพระองค์

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง