เราจะจัดการความไม่เห็นด้วยบนเฟซบุ๊คได้อย่างไร

วันที่ 23-11-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Jasmin Patterson, USA
ผู้แปล : นฤมล บางทราย
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ระหว่างมหาวิทยาลัยฉันได้ช่วยเป็นผู้นำงานกระทรวงในมหาวิทยาลัย ครั้งหนึ่งฉันมีการโต้เถียงกันกับผู้นำในกลุ่มที่ร่วมงานคนหนึ่ง บางอย่างนำฉันให้จบลงด้วยความใจร้อนและตะคอกเธอออกไป ระหว่างนั้นคนอื่นๆในทีมและนักเรียนหลายคนในห้องก็กำลังดูอยู่ (ใช่ ไม่ดีเลยฉันรู้ ฉันเสียใจและเราก็ผ่านไปได้ แต่เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่จนปัจจุบันนี้)

ฉันสงสัยว่านักเรียนคนอื่นๆต้องคิดอะไรบางอย่างกับเรื่องนี้ พวกเขาคงจะรู้สึกอึดมากในการที่เห็นคนสองคนทะเลาะกันในที่สาธารณะ เขาต้องคิดอะไรสักอย่างแน่และเราแสดงตัวอย่างอะไรขึ้นแก่พวกเขา?

ฉันคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อฉันกำลังดูเรื่องคริสเตียนควรจะประพฤติอย่างไรบนโลกออนไลน์
ในวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสังคมออนไลน์ เราสูญเสียศักยภาพที่จะโต้แย้งอย่างสุภาพ เราสูญเสียศักยภาพที่จะยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นที่มีความเห็นที่แตกต่าง สังคมเราส่วนใหญ่คิดว่า เราคงไม่สามารถขัดแย้งกับใครได้ โดยไม่ใช้คำพูดและทัศนคติของเราโจมตีต่อคนอื่น อย่างที่เราเป็นผู้ติดตามพระเยซูเราไม่ควรตกหลุมพรางของมาร

สังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือที่น่าเหลือเชื่อและเป็นฐานการเชื่อมต่อที่ฉันชอบมาก คุณอาจจะเป็นเช่นนั้นด้วย ฐานของเฟซบุ๊คและทวิสเตอร์ช่วยให้ฉันอยู่ในการเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ วงดนตรีที่ชอบและเนื้อหาที่เสริมสร้างฉันขึ้นในความเชื่อจากการที่เราใช้ฐานข้อมูลนี้ อย่างไรก็ตาม เรามีความรับผิดชอบที่จะมีส่วนร่วมกับพวกเขาโดยที่จะเคารพคนอื่นและเป็นตัวแทนที่ดีของพระเยซู

ในสังคมออนไลน์ การโต้แย้งในที่สาธารณะระหว่างผู้นำในกระทรวงอาจจะมีคนดูมากกว่าผู้เห็นเหตุการณ์จริง เราอาจจะให้ตัวอย่างออกไปให้คนทั้งโลกเห็นและเขาก็จะสรุปสิ่งที่เขาวาดความคิดขึ้นเกี่ยวกับเราหรือพระผู้ช่วยของเรา ซึ่งมีการเดิมพันสูงมาก

1.ให้ความสำคัญกับคนที่คุณพูดด้วย

ทุกคนที่เราคุยด้วยและบุคคลนั้นเป็นคนที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาคล้ายกับพระองค์ เป็นคนที่พระเจ้ารัก เป็นใครที่มีคุณค่ากับพระเจ้ามากจนได้ส่งบุตรชายคนเดียวมาตายเพื่อพวกเขา เพื่อจะฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับเขาขึ้นมาใหม่

ถ้าผู้ใดว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้ 1ยอห์น 4:20

เมื่อเราสนทนากับคนอื่นทางออนไลน์ เราให้คุณค่าพวกเขาในทางเดียวกันกับที่พระเจ้าให้หรือไม่ พระเจ้าจะรู้สึกยังไงถ้าเห็นวิธีปฏิสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่นที่เป็นลูกที่พระองค์รักเช่นกัน(พระองค์เห็นนะ)

บางครั้งการที่เราอยู่ข้างหลังกับคีย์บอร์ดง่ายที่จะมีความเข้มแข็งที่จะพูดบางสิ่งที่เราจะไม่พูดออกมาต่อหน้าคนนั้นๆ ก่อนที่เราจะโพสต์เราสามารถถามตนเองว่าจะพูดแบบเดียวกันกับเวลาที่เจอหน้าคนนั้นๆไหมหรือเราจะทำเป็นใช้ชื่ออื่นแทน เราอยากจะดูแคลนมุมมองของเขาไหม เราอยากจะใช้น้ำเสียงที่ต่อว่าต่อขานเขาให้เขายอมรับคำต่อว่าอย่างนี้หรอ?

จำไว้ว่า วิธีที่เราปฏิบัติต่อคนอื่นเป็นการแสดงออกถึงความรักของพระเจ้าแลพระเจ้าสามารถปลดปล่อยความรักของพระองค์แก่คนอื่นในวิธีที่เราปฏิบัติต่อคนอื่น ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นในออนไลน์ดี สามารถเป็นการกระทำที่นมัสการพระเจ้าได้ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคำพยานที่มีพลังต่อคนอื่นๆเช่นกัน

2.ฟังก่อนแล้วค่อยพูด

ฉันสังเกตเห็นและคุณอาจจะเห็นเหมือนกัน เมื่อไรก็ตามที่เรามีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างและต่างทัศนคติจากคนอื่นๆ หลายครั้งพวกเขาเริ่มบทสนทนาโดยการแก้ต่างมุมมองของตนเอง พวกเขาอาจจะทำลายความคิดเห็นนั้นและอาจจะคาดเดาประสบการณ์ของคนอื่นก่อนที่เขาจะพูดออกมาด้วยซ้ำ

เราเห็นหลายต่อหลายครั้งเมื่อคนแข่งกันพูดเรื่องปัญหาการเมือง ศาสนศาสตร์และหัวข้ออื่นๆ
พระคัมภีร์เรียกผู้ติดตามพระคริสต์ในวิธีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงทราบข้อนี้ จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้เกิดความชอบธรรมแห่งพระเจ้า ยากอบ 1:19-20

ฟังก่อนแล้วค่อยพูด ฟังสิ่งที่เขาอยากพูดออกมาก นึกถึงส่วนดีของพวกเขา ฟังที่จะเรียนรู้และเข้าใจไม่ใช่เพียงเป็นการตอบสนองแต่ฟังโดยไม่ขัดจังหวะการพูดของเขา

ในวัฒนธรรมของเรา เรามีแนวโน้มที่จะตัดสินว่าคนนั้นที่เรากำลังคุยไม่ควรค่าพอที่จะสนับสนุนแม้กระทั่งเราเคยได้ยินกรณีคล้ายกันมาก่อน เรากระตือรือร้นที่จะแสดงความเห็นของตนเองโดยที่เราไม่สนใจพวกเขา ในจิตใต้สำนึกคิดว่าอะไรที่เราจะพูดสำคัญมากกว่าว่าเขาจะต้องพูดอะไร แต่ให้เราไม่อยู่ในมาตรฐานวัฒนธรรมของเรา ให้เราอยู่ด้วยมาตรฐานของพระคัมภีร์

เมื่อฉันแสดงความเห็นออนไลน์ ฉันชอบที่จะใส่ชื่อของคนที่ฉันอยากตอบกลับไปหาเขา ฉันชอบจะเริ่มยืนยันสิ่งที่เขาพูดในส่วนที่ฉันเห็นด้วยหรือยืนยันในส่วนที่ท้าทายให้ฉันคิดถึงแม้ว่าฉันจะแสดงความไม่เห็นด้วยหลังจากในคอมเม้นนั้นก็ตาม

มีความเป็นส่วนตัวและเริ่มที่จะอธิบายถึงความเมตตาความอ่อนน้อมถ่อมตนให้เขาเห็นว่าที่จริงเราอ่านและให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพวกเขา

เราสามารถหลีกเลี่ยงความโกรธได้มากขึ้นในสังคมของเรา ในบทสนาของเราและบนโลกโซเชียลถ้าเราเพียงแต่เรียนรู้ที่จะ ไวที่จะฟังช้าที่จะพูด ฉันเชื่อว่าพระเจ้าสามารถใช้เราที่จะนำการรักษาและสันติสุขที่จะท้าทาย มีการแยกแยะการสนทนาถ้าเราเรียนรู้ที่จะถ่อมใจเราลง ให้เกียรติเพื่อนบ้านของเรา ฟังก่อนที่และค่อยพูดทีหลัง

3.เสริมสร้างขึ้นไม่ทำลายลง

อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ให้เหมาะสมกับความต้องการ เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยินได้ฟัง เอเฟซัส 4:29

ก่อนที่เราจะโพสต์ความคิดเห็น ทวิสเตอร์ หรือสถานะ เราสามารถถามตัวเองได้ว่าเรากำลังจะสื่ออะไรที่ช่วยเหลือเพื่อเสริมสร้างคนอื่น รวมทั้งความต้องการของเขา ฉันกำลังพูดในวิธีการที่จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไหม นี่เป็นการอธิบายลักษณะคุณภาพคำพูดของฉันแม้ฉันแสดงความไม่เห็นด้วยได้หรือไม่

ฉันได้รับคอมเม้นต่อว่าบางครั้งในบล็อกที่โพสต์ ฉันได้เขียนและได้เรียนรู้ที่จะพูดด้วยกรุณาคุณแทนที่จะเติมเชื้อเพลิงใส่ไฟและเป็นปรปักษ์ต่อกัน เมื่อมีคนคอมเม้นด้วยการเสียดสีหรือโกรธ ฉันจะเพิกเฉยถ้าเป็นบทสนทนาที่จะช่วยอะไรไม่ได้หรือตอบสนองในทางตรงข้ามกับความเมตตา ถ้าเราหยุดใส่ฟืนบนไฟก็จะไม่มีอะไรจะเผาต่อไปได้

พร้อมกับที่เรารู้จะน้อมตัวลงอย่างงดงามบางครั้งบทสนทนาของเราในโลกโซเชียลเป็นฐานที่นำไปสู่ขีดจำกัดของเขาที่จะดีต่อเขาเองและช่วยเขาในสถานการณ์นั้น ในกรณีนี้เราควรจะย้ายบทสนทนาไปที่ช่องทางส่วนตัวมากกว่า เช่น ส่งข้อความไปหาส่วนตัว สนทนาหน้าต่อหน้า หรือเดินออกอย่างเคารพไปโดยสิ้นเชิง
เป็นไปได้บนโลกโซเชียลที่เราจะมีส่วนร่วม เป็นบทสนทนาที่มีความหมาย รักษาลักษณะของคริสเตียนและเป็นพยานที่สมบูรณ์ระหว่างกำลังเป็นแบบย่าง ฟังดูเป็นอย่างไรบ้าง มาเริ่มเป็นแบบอย่างแก่คนอื่นทางสื่อออนไลน์กันเถอะ ฉันเข้าแล้วนะ แล้วคุณล่ะ?

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง