หากเราเป็นพระเยซู เราจะโพสต์อะไร?

วันที่ 1-11-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน : Blake Andrew Wisz, USA
ผู้แปล – เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

คนส่วนใหญ่ (รวมถึงตัวผมเอง) มีความภาคภูมิใจในการแบ่งปันเรื่องราวของชีวิตประจำวันของตัวเองบนโลกของโซเชียล เช่น Facebook, Twitter, Tumblr และ Instagram เพื่อแสดงจุดยืนในความเป็นตัวตนของพวกเค้า

จากการ “กดไลค์” หรือ “กดแชร์” เรื่องราวที่พวกเหล่านั้นกำลังให้ความสนใจ โพสต์ข่าวสารต่างๆ และแสดงความคิดเห็นของเรา หรือแนวคิดและความเชื่อบางอย่างที่ช่วยเสริมตัวตนของเรา Instagram ก็กลายเป็นอีหนึ่งไดอารี่ดิจิทัลที่น่าจับตา เราสามารถโพสต์รูปภาพต่างๆที่เราได้พบเจอมา ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่เรากิน , สิ่งที่เราคิด เป็นต้น

เนื่องจากเรามักจะโพสต์ภาพของเราด้วยคำพูดความคิดเห็นของเรา ในฐานะคริสเตียนสิ่งที่เราโพสต์ทางออนไลน์ จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับความเชื่อและพระเจ้าของเราด้วย สื่อสังคมออนไลน์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่น่าอัศจรรย์สำหรับการประกาศเรื่องราวของแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้าได้ เราสามารถแบ่งปันข่าวประเสรฺฐของพระเจ้าให้กับคนทุก ในทุกรูปแบบจากมุมมองของพระคัมภีร์ได้ ผ่านโพสต์บล็อกที่เรียบง่าย ซึ่งอาจจะเป็นผลงานศิลปะ หรือเพลงที่เราสามารถแบ่งปัน หรือสิ่งที่พระเจ้าทรงสอนเราหรือคำพยานในชีวิตที่พระองค์ได้ทรงช่วยเรา ใครจะรู้ว่านั่นอาจจะเป็นสิ่งที่คนที่เลื่อนข้อมูลข่าวสารเข้ามาดูในสิ่งที่เรานำเสนอ อาจจะเป็นสิ่งจำเป็นที่คนอื่นกำลังอยากจะรับฟัง

พระวจนะคำของพระเจ้าในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลนั้น ยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นในสมัยที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาหรือไม่ก็ตาม ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปัญเรื่องราวของพระเจ้าผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ได้ ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน” (มาระโก 16 :15)

น่าเสียดายในที่สิ่งที่ผมเห็นในสื่อสังคมออนไลน์นั้น กลับกลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างรุนแรง ระหว่างผู้ที่เชื่อและผู้ที่ไม่เชื่อ เกี่ยวกับเรื่องของความจริงของพระเจ้า แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้น

เมื่อเราทั้งหลาย รู้สึกว่าเราจำเป็นต้องปกป้องความเชื่อที่เรามี และเมื่อเราถูกท้าทายและได้รับคำวิจารณ์ต่างๆเกี่ยวกับความเชื่อของเรา เราจึงจดจ่ออยู่กับการที่แก้ไขในข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นนั้น
แทนที่จะใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์พูดถึงความรักของพระเจ้า แต่เรากลับใช้ สื่อโซเชียลออนไลน์นี้เป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้งระหว่างกัน

เราสามารถที่จะนำผู้คนให้มาพบกับสันติสุขในพระเจ้าได้ และในขณะเดียวกันเราก็สามารถที่จะทำร้ายผู้อื่นผ่านทางโลกออนไลน์นี้ได้เช่นกัน

อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ การเจ้าที่มีในชีวิตของเราเข้าไปด้วย ปกป้องความเชื่อนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เราควรจะทำให้ถูกวิธี และแน่นอนว่า พระเจ้าทรงเป็นความจริงและไม่มีใครที่จะสามารถโต้แย้งในข้อนี้ได้ แต่วิธีที่จะปกป้องความเชื่อของเราในฐานะคริสเตียน นอกจากความเชื่อและเหตุผลที่เรามีและ เราจำเป็นที่จะต้องใส่ความรักของพระเจ้าเข้าไปด้วย คือการอธิบายโดยปราศจากข้องโต้แย้ง

ดังนั้น แทนที่เราจะใช้โลกออนไลน์เพื่อการโต้แย้ง ให้เราเปลี่ยนมาโพสต์อะไรที่ธรรมดาๆและเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วย คำหนุนใจ หรือ ให้กำลังใจ เช่น “พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องอะไร ” หรือ “เราควรจะโพสต์แบบไหนหากเราเป็นพระเยซูคริสต์” หรือ “พระเยซูคริสต์จะทรงโพสต์อะไร” เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำเนินชีวิตตามอย่างที่พระเยซูทรงตรัสสอน เพราะฉะนั้น ให้เรารู้ไว้เสมอว่าก่อนจะโพสต์หรือพูดอะไร เราทั้งหลายกำลังสำแดงองค์พระเยซูคริสต์ผ่านทางชีวิตของเรา

ผมขอเชิญชวนให้พี่น้องที่รักทุกคน โพสต์สิ่งที่ดีๆและเสริมสร้างซึ่งกันและกันผ่านทางโลกในสื่อสังคมออนไลน์นี้ ให้เราหยุดมองคนที่มีความเชื่อที่แตกต่างจากเราในแง่ลบ แต่ให้เราเปลี่ยนเป็นการสำแดงความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อชีวิตของเราผ่านทางโลกออนไลน์ด้วย และให้เราสำแดงองค์พระเยซูคริสต์ต่อผู้อื่นว่าเรารักพระเจ้าหมดทั้งชีวิตของเรา

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง