ขอบคุณพระเจ้าสำหรับนิ้วมือและนิ้วเท้า

วันที่ 21-11-2017 • บทความ • mnsc • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Stacy Joy, USA
ผู้แปล- ผู้เรียบเรียง :ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันจะไม่มีวันลืมวันที่ฉันต้องเข้ามาอยู่สมาคมโรคเรื้อนในภาคใต้ของประเทศอินเดียในช่วงฤดูร้อนปี2003 ตอนที่ัฉันอายุ 13 ฉันได้เข้ามาช่วยครอบครัวของฉันในการนำนมัสการคนราวๆ20กว่าคนในสมาคมแห่งนี้

เมื่อตอนที่รถของเราเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนกับช่องแคบบนเนินเขาที่เป็นถนนเลนเดียว ฉันจำได้อย่างชัดเจนว่าฉันรีบเช็คนิ้วมือของฉันพร้อมกับก้มลงสำรวจดูที่นิ้วเท้าของฉันด้วย
ในชั่ววูบนั้นฉันนึกว่าฉันจะตายไปแล้วเสียอีก ฉันรีบขอบคุณพระเจ้าที่นิ้วมือนิ้วเท้าของฉันยังอยู่ครบ

มุมมองในการขอบคุณพระเจ้าของฉันจึงเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น

มันคือหนทางแห่งการดำเนินชีวิต

การขอบคุณพระเจ้าไม่ใช่แค่การอธิษฐานก่อนอาหารทุกมื้อของเราเท่านั้น แต่มันคือหนทางแห่งการดำเนินชีวิต ฉันตระหนักได้ว่าชีวิตของเราไม่มีอะไรที่แน่นอน
ไม่ใช่แค่อวัยวะในร่างกายเราเท่านั้น แม้กระทั่งในขณะที่เดินตามถนนในประเทศอินเดียฉันก็มองเห็นคนอื่นๆที่เขาไม่ได้มีร่างกายที่ครบสมบูรณ์แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ ฉันจึงคิดได้ว่า ฉันไม่เคยพูดขอบคุณพระเจ้าในเรื่องง่ายๆแบบนี้เลย ที่พระเจ้าทรงให้พระพรเรามากถึงขนาดนี้ และพระพรที่เจ้ามีให้เราจะอยู่รอบๆตัวเราในทุกๆวัน

เพื่อที่จะหยุดความคิดบางอย่างภายในจิตใจของฉัน ฉันขอบคุณพระเจ้าสำหรับสายลม ต้นไม้และความงามของแสงแดด ความสามารถในการเดิน แม้กระทั่งการมองเห็น มันเป็นการจัดระเบียบวินัยทางจิตวิญญาณ ที่ทำให้ชีวิตของเราไม่มองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้ง่ายๆ Chuck Swindoll เป็นบาทหลวงชาวอเมริกัน และมีชื่อเสียง กล่าวว่า “ความกตัญญูคือการตัดสินใจของผู้ที่มีหน้าที่ในการทำงาน”

พระเจ้าทรงสร้างเราให้มีชีวิตที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ 1 เธสะโลนิกา 5 ได้บอกกับผู้เชื่อทั้งหลายว่า “จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย ” นี่ไม่ใช่ไอเดียที่มาจากองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้น แต่พระองค์ทรงรู้ว่าการขอบพระคุณ จะช่วยเสริมสร้างจิตใจของเราให้ดียิ่งขึ้น มันสามารถช่วยเราได้ทั้งในทางจิตวิทยา และในทางจิตวิญญาณของเรา เพื่อที่เราจะได้เครียดน้อยลง โกรธน้อยลงและกังวลน้อยลง

มันจะช่วยขจัดความกังวลความกลัวและความวิตกกังวล

นอกจากงานประจำที่ฉันทำแล้ว ฉันยังเรียนเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา และยิ่งฉันเรียนมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งเข้าใจและสามารถที่จะนำมาปรับใช้กับตัวเองได้มากขึ้น แถมยังช่วยให้ฉันเรียนรู้ในการจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลต่างๆที่ฉันต้องเผชิญ ได้อย่างถูกวิธี แต่้นนี่ไม่ใช่เพียงแค่วิธีในทางจิตวิทยาเท่านั้น ในพระธรรม ฟิลิปปี 4:6 ได้บอกกับเราว่า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ ”

ดังที่เราได้อ่านพระธรรมตอนนี้ ในตอนท้ายยังสื่อถึงความรักที่สวยงาม ที่ให้เราได้เข้าใจพระสัญญาของพระเจ้า พร้อมกับตื่นเต้าในฤทธิ์อำนาจที่พระองค์ทรงมี

มันช่วยเปลี่ยนความคิดของเราให้เห็นถึงความท้าทาย

ทริช บอนฮอฟเฟอร์ (Dietrich Bonhoeffer) บาทหลวงชาวเยอรมัน ซึ่งนักบวชผู้ถูกสังหารในค่ายกักกันนาซี เพื่อต่อต้านฮิตเลอร์เค้าเคยกล่าวว่า “มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เราจะขอบคุณหากชีวิตของเราจะร่ำรวย” ถ้าผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกข่มเหงและอยู่ในค่ายกักกันสามารถพูดได้เช่นนี้แล้ว นี่จึงเป็นเหมือนคำเตือนแก่เราทุกคน ให้ระลึกถึงสิ่งทั้งปวงทั้งเล็กและใหญ่ซึ่งพระเจ้าประทานได้ทรงให้แก่เราทั้งหลาย ฉะนั้นไม่ว่าชีวิตของเราจะอยู่ในสถานการณ์ใด ก็ให้เราทั้งหลายขอบพระคุณพระเจ้า

ศิษยาภิบาลและนักเขียน จอห์น แมคอาเธอร์ กล่าวว่า “หัวใจที่ขอบพระคุณ … ยืนหยัดตรงกันข้ามกับความเย่อหยิ่ง ความเห็นแก่ตัว และความวิตกกังวล รวมถึงการช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้เชื่อในพระเจ้า และการเชื่อฟังบทบัญญัติของพระองค์แม้ในเวลาที่ลำบากที่สุด ไม่ว่าคลื่นแห่งท้องทะเลจะเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่หัวใจของผู้เชื่อก็จะลอยขึ้นมาโดยการสรรเสริญและขอบคุณต่อพระเจ้าเสมอ”

คุณอยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับกับฉันในเดือนนี้ เพื่อขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่แตกต่างออกไปในแต่ละวันในชีวิตของเราหรือไม่? – ฉันแน่ใจว่า หัวใจที่ขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณีจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณให้เต็มไปด้วยสันติสุข และจะเปลี่ยนความสามารถในการมองเห็นความงามท่ามกลางความเจ็บปวดความทุกข์ทรมานและแม้กระทั่งความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันของคุณได้

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง