วิธีรับมือกับความเจ็บป่วย

วันที่ 18-10-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Julia Lee , Singapore
ผู้แปล – ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เราควรตอบสนองต่อความเจ็บป่วยอย่างไร?

ในฐานะที่ฉันเป็นนักสังคมสงเคราะห์และ สนับสนุนช่วยเหลือผู้พิการหรือผู้ที่สูญเสียความสามารถทางร่างกาย และความสามารถทางจิตหรือทั้งสองอย่าง ในส่วนของฉันของฉัน ฉันต้องรับผิดชอบผู้ป่วยจำนวนมากและดูแลสมาชิกในครอบครัวที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากความเจ็บป่วยของพวกเขา นี่คือตัวอย่างบางส่วน:

เด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากพิกานที่เกิดจากเส้นประสาทที่ผิดปกติและไม่สามารถแก้ไขได้แม้จะผ่านการรักษามาเป็นเวลาหลายปี แม้จะเป็นวัยที่ควรจะได้ออกไปเผชิญโลกกว้าง และใช้ชีวิตเหมือนเด็กหนุมวัยรุ่นธรมดาๆทั่วไป เขากลับต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่บ้าน ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเกือบทุกวัน ครอบครัวของเขาต้องดิ้นรนกับการจ่ายหนี้จากค่ารักษาพยาบาลที่แพงเกินไป และต้องคอยดูแลเขาทั้งสภาพทางร่างกายและอารมณ์ของเขา เนื่อจากภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้น

หญิงวัยกลางคนหนึ่งมีความผิดปกติทางจิต อารมณของเธอแปรปรวน เวลาเธอโกรธเธอจะไปลงที่ลูกๆ เธอแสดงอารมณ์แปรปรวนที่บ้านและมีภาพลวงตาเกี่ยวกับสามีของเธอที่เป็นคนที่ไม่เหมาะสม เธอตอบได้ดีในการรักษาครั้งแรก แต่ต้องยังต้องเผชิญหน้ากับอารมณ์ที่แปรปรวนอยู่บ่อยครั้ง ต้องกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวช เธอปฏิเสธที่จะใช้ยาที่จำเป็นต้องใช้เป็นประจำทุกวัน ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างเธอและครอบครัว คนที่เป็นโรคจิตเภทที่ทนต่อการรักษา และกำลังประสบปัญหาของความสามารถที่ลดลง ในการรับรู้เกี่ยวกับความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองที่ลดลงทุกวัน ในขณะเดียวกับก็ทำให้ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น

ชายวัยกลางคนที่ป่วยเป็นโรคจิตเภทอีกคนหนึ่ง เค้าใช้ชีวิตและอาศัยอยู่ในศูนย์บำบัดผู้ป่วยทางจิตมากที่สุดในชีวิตของเขา เนื่องจากครอบครัวของเขาไม่สามารถดูแลเขาที่บ้านได้ ช่วงหลายปีที่ผ่านมาสมาชิกในครอบครัวของเขาได้หยุดมาเยี่ยมเขา และตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม เขายังคงร่าเริงและช่วยอาสาทำประโยชน์ให้กับศูนย์บำบัดในขณะที่อยู่ในนั้น

หญิงชราคนหนึ่ง ต้องนั่งรถเข็นคนพิการและกลัวที่จะออกจากบ้าน หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุกระดูกหักหลายแห่ง เธออาศัยอยู่คนเดียวกับผู้ช่วยแม่บ้านของเธอ แม้ว่าจะมีลูกหลานหลานหลายคน แต่พวกเขาไม่ค่อยมีส่วนร่วมในชีวิตของเธอซักเท่าไหร่ อย่างไรก็ดี เธอยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส เธอโทรหาเพื่อนทางโทรศัพท์ และแชทบ้างบางครั้ง บางครั้งก็ดูโทรทัศน์ที่เพื่อฆ่าเวลา

เรื่องราวจากชีวิตจริงของผู้คนเหล่านี้ ทำให้ฉันนึกได้ว่า ไม่ว่ามนุษย์จะตอบสนองต่อความเจ็บป่วยทางกายและจิตใจ นั่นคือความเป็นมนุษย์ที่เราทุกคนต่างต้องเผชิญ อย่างไรก็ดีในสมัยพระคัมภีร์ เราเห็นตัวอย่างตัวละครตัวหนึ่งที่ประสบกับความทุกข์ทรมานอันยิ่งใหญ่คือโยบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลแห่งเจ็บปวดท่ามกลางมรสุมและปัญหาหลายอย่างในชีวิต เมื่อเขาร้องไห้จากความทุกข์ทรมาน เพื่อนของเขาก็ให้คำแนะนำแก่เขาในทางที่ไม่ดี จึงทำให้เขาโทษพระเจ้าเพราะความโชคร้ายของเขา อย่างไรก็ตามในที่สุดเขาก็จำได้ว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ให้ทุกอย่างในชีวิตของเขา และเขายังคงสรรเสริญและนมัสการพระเจ้าอยู่ และในตอนท้ายพระเจ้าทรงอวยพรครอบครัวและทรัพย์สินนอกเหนือจากสิ่งที่เขาเคยมี

ในพระคัมภีร์ใหม่ เราต่างเคยได้อ่านถึงคนที่มีอาการป่วยทางร่างกายและจิตใจ เช่น คนตาบอด คนง่อย และโรคเรื้อนที่ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติของสังคม

ที่น่าสนใจก็คือว่า ทำไม และ อะไรไรที่ทำให้พวกเขาได้รับความเจ็บป่วย และเป็นเหตุให้เกิดเป็นประเด็นสำคัญ ในการถูกต่อต้านทางสังคมในสมัยนั้น อันที่จริงแล้วความพิการ หรือความเจ็บป่วยก็สามารถเป็นเหตุให้เราถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ดังเช่นตัวอย่างในพระคำของพระองค์ กล่าวว่า พระเยซูตรัสว่า พระองค์เสด็จมาบังเกิดมาในลักษณะนี้เพื่อให้ “ผลงานของพระเจ้าปรากฏในพระองค์” (ยอห์น 9:3)

วันนี้เรามีสิทธิ์ในการมองย้อนกลับไปทบทวนถึงชีวิตของเรา และมองเห็นได้ว่า ทำไมบางคนถึงต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วย และความทุกข์ทรมานของพวกเขาสิ้นสุดลงเมื่อไร ถึงแม้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะยอมรับหรือเข้าใจเมื่อเราทั้งหลายต่างต้องดำเนินชีวิต ท่ามกลางอุปสรรคปัญหาและต้องผ่านช่วงเวลานั้นไปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับเรา หรือคนที่กำลังเผชิญกับความเจ็บป่วยแบบเดียวกันกับเราก็ตาม หลายคนพยายามที่จะทำความเข้าใจเรื่องความเจ็บป่วยของตน แต่ก็ยังคอยกังวลว่าพวกเขาจะต้องอดทนกับความเจ็บป่วยนี้ไปอีกนานเท่าไร และชีวิตของพวกเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร

เมื่อต้องต่อสู้กับความทุกข์ยากเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ป่วยและครอบครัวของพวกเขา ฉันได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่สำคัญคือการตอบสนองต่อความเจ็บป่วยของผู้คนเหล่านั้นและพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่พวกเค้ากำลังเผชิญอยู่ให้มากที่สุด

การตอบสนองของคนรอบข้างมีผลทำให้ผู้ป่วยเหล่านั้น ดีขึ้น หรือแย่ลง

วิธีที่เราทั้งหลายตอบสนองต่อพวกเค้าเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งตัวเราเองที่ป่วยอยู่ก็ตาม สามารถทำให้สถานการณ์ของผู้ที่ป่วยอยู่ดีขึ้นหรือแย่ลง

ในฐานะคริสเตียนเราสามารถตอบสนองได้โดยการหันกลับหาพระเจ้า และวางความหวังของเราไว้ในพระองค์ เราอาจจะไม่ได้รับการเยียวยารักษาให้หายขาดทันที หรืออาจจะไม่เป็นที่พอใจเลย แต่เช่นเดียวกับโยบ เราสามารถได้รับการรักษาเยียวยาจากพระเจ้าและให้เราไว้วางใจในพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงรักเรา พระองค์จะทรงประทานความเข้มแข็งให้กับความทุกข์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ และเดินเคียงข้างเราในทุกย่างก้าว

หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นที่สุดเกี่ยวกับเรื่องราวของโยบ คือ ไม่ใช่ว่าในตอนสุดท้านเขาก็ได้รับการเยียวยารักษาและฟื้นฟู ให้หายดี แต่เขาสามารถที่จะยกย่องสรรเสริญพระเจ้าแม้ในขณะที่กำลังเผชิญอยู่กับความทุกข์ยากลำบากในชีวิต เค้ายังคงความเชื่อที่มีต่อพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเจ็บปวดและความเศร้าโศกในชีวิตของโยบเอง ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึง เป็นคำพยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ดังนั้ เมื่อเรายังคงไว้วางใจในพระเจ้า เราจะเชิดชูพระองค์ แม้ว่าปัญหานั้นจะยิ่งใหญ่มากมายขนาดไหน แต่อย่าลืมว่า พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่กว่านั้นหลายเท่า พระองค์จะทรงนำเราและช่วยเราให้พบสันติสุข ท่ามกลางความทุกข์และมรสุมต่างๆในชีวิตเรา

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง