จะทำอย่างไรเมื่อคุณอธิษฐานน้อยลง

วันที่ 16-10-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน : Jonathan Hayashi

ผู้แปล -เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลูกสาวของผม ทำให้ผมต้องร้องไห้ เมื่อเธอเจอผมเดินเข้ามาในห้องนอน เธอรีบวิ่งมาหาพร้อมกางแขนมาแต่ไกลเพื่อที่จะกอดผม เพราะมั่นใจแน่นอนว่ายังไงๆพ่อก็ต้องรับเธอไว้ในอ้อมกอดของพ่อ ลูกสาวของผมรู้ดีว่าผมรักเธอมากแค่ไหน ดังนั้น จึงวิ่งเข้ามาหาผมด้วยหน้าตาที่เต็มไปด้วยความสุข คุณจำช่วงเวลาตอนที่ความต้องการทั้งหมดของคุณคือการได้ใช้เวลาอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างเต็มที่ได้รึเปล่า?

คุณเองรู้ว่าพระเจ้าทรงรู้จักคุณมากเพียงใด และสิ่งที่คุณปรารถนามากที่สุดคือการที่ได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้า แต่สิ่งเหล่านี้ได้ค่อยๆจางหายไปจากชีวิตของคุณ ความรู้สึกนั้นมันจางหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่? เราทั้งหลายต่างก็รู้ดีว่า ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียน การอธิษฐานคือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการดำเนินชีวิตวันต่อวันของเรากับพระเจ้า การดำเนินชีวิตคริสเตียนถ้าปราศจากการอธิฐานแล้ว ก็เหมือนการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากลมหายใจ— ซึ่งไม่ต่างจากคนที่ตายแล้ว

การอธิษฐานจึงเป็นเหมือนการติดต่อสื่อสาร หรือพูดคุยกับพระเจ้าด้วยความรักที่เรามีต่อพระองค์ และเป็นการสำแดงออกว่าเราให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งหรือเป็นศูนย์กลางในชีวิตของเรา เรียนรู้จากพระวจนะของพระองค์ และแสวงหาในสิ่งที่พระเจ้าทรงปราถนาที่อยากจะให้เราทำ บางทีคุณอาจจะกำลังเผชิญอยู่กับความทุกยากลำบากอยู่ก็ได้

คุณอาจจะกำลังคิดว่าพระเจ้าไม่ค่อยสนใจที่จะรับฟังปัญหาของคุณซักเท่าไหร่ ผมนึกถึงการดำเนินชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของผมที่ครั้งหนึ่งต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน ที่คอยขัดขวางไม่ให้ผมมีโอกาสอธิษฐาน จิตใจของผมในตอนนั้นต้องแบกภาระหนักและแทบจะทนรับปัญหาต่างไม่ไหว ผมต้องเผชิญกับการรบกวนรอบด้านของมารซาตาน ชิวิตจิตวิญญาณของผมเริ่มห่อเหี่ยว ผมจึงตั้งคำถามกับพระเจ้าว่า “พระเจ้าทรงรับฟังเมื่อผมอธฺษฐานกับพระองค์จริงหรือเปล่า?” “แล้วพระองค์ไม่ทรงได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผมหรือ?” ด้วยเหตุผลต่างทำให้ผมมีคำถามกับพระเจ้า ดังนั้น พระองค์จึงทรงตรัสผ่านกับผมด้วยสามสิ่งนี้

1. ลืมความไม่มั่นคงต่างๆในชีวิต และจำเพียงแค่ “ความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรา”

ถามตังเองด้วยความสัตย์ซื่อว่า ทำไมเรายังไม่เข้ามาหาพระเจ้า? เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราไม่บริสุทธิ์และเป็นคนบาปจำเพาะพระพักตร์ของพระองค์หรือ? บ่อยครั้งที่ผมเฝ้าถามพระองค์ว่า พระเจ้าจะทรงต้องการความรักจาก นายโจนาธาน ฮายาชิ (Jonathan Hayashi) ไปทำไม แล้วทำไมพระองค์จะต้องเป็นห่วงคนไร้ค่าอย่างผมด้วย แทนที่จะไปสนพระทัยกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงมากกว่าผม เมื่อเราทั้งหลายอธิษฐานทูลขอทุกอย่างเพื่อตัวเราเอง และคอยจดจ่ออยู่ที่ตัวเอง แทนที่จะให้ความสำคัญกับพระเจ้าก่อน นั่นแหละคือต้นตอของปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา

เมื่อเราทั้งหลายเป็นลูกของพระเจ้า ความบาปทั้งหลายที่เรามีก็ถูกพระเยซูคริสต์ยกออกไปจากชีวิตของเราแล้ว เมื่อครั้งที่ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนและพระองค์ทรงตรัสว่า “สำเร็จแล้ว!” (ยอห์น 19:30) ดังนั้น ความบาปทั้งสิ้นที่เรามีก็หมดไป เพราะการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ เราทั้งหลายจึงได้คืนดีกันกับพระเจ้า

2. อธิษฐานเมื่อเรารู้สึกว่าเราไม่อยากอธิษฐาน

ผมรู้ว่าเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของเราเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ผมได้เรียนรู้ถึงทางออกที่ดีที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นั่นก็คือให้เรามีความเชื่อและดำเนินชีวิตตามพระวจนะคำของพระองค์ ผมจึงอธิษฐานกับพระจ้าด้วยความเชื่อที่ผมมีต่อพระเจ้ามากว่าความเชื่อมั่นในตัวผมเอง เมื่อผมเป็นผู้เชื่อใหม่ ผมจะล็อคตัวเองไว้ในตู้เสื้อผ้า เพื่อที่จะสัมผัสในความมีอยู่จริงของพระเจ้า ผมเคยอธิษฐานขอให้พระเจ้าเสด็จมาเปิดเผยพระองค์ต่อผม และในความเงียบสงบในตู้เสื้อผ้านั้นทำให้ผมมีมีประสบการณ์ กับการสำแดงตัวตนของผมต่อพระเจ้าและความสุขที่มาจากพระองค์ ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณไม่มีคำพูดที่จะอธิษฐานกับพระองค์ โปรดนึกในใจว่าพระวิญญาณบริสุทธ์จะทรงอธิษฐานขอให้เรา เพียงแค่เราต้องเข้ามาหาพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงช่วยเราในความอ่อนแอของเรา และอธิษฐานเผื่อเราด้วยการร้องไห้คร่ำครวญ (โรม 8:26) จอห์น บันยัน (John Bunyan) นักเทศน์ผู้เคร่งครัดและเป็นผู้ประพันธ์เรื่อง The Pilgrim’s Progress กล่าวว่า “การอธิษฐานไม่เป็นคำก็ ดีกว่าที่จะมีหัวใจโดยไม่มีคำพูดถึงคำพูดที่ไม่ได้ออกมาจากใจ”

3. อธิษฐานจากพระวจนะของพระเจ้า

พระคำของพระเจ้าทรงดำรงอยู่เป็นนิตย์ และสามารถให้เรามีถ้อยคำที่จะอธิษฐานกับพระเจ้าได้ เมื่อเราอธิษฐานไม่เป็นคำ นอกจากนั้น พระวจนะของพระองค์ไม่เพียงแต่สอนเราและเตือนเราเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปลอบประโลมใจเราได้ อีกทั้งในพระคำสดุดี เมื่อเราอ่านและใคร่ครวญแล้วเราจะพบว่า เราสามารถอธิษฐานร้องไห้คร่ำครวญไปร่วมกับการอ่านพระวจนะของพระเจ้าได้ จากพระธรรมสดุดี 86 เป็นคำอธิษฐานร้องทูลของกษัตริย์ดาวิดที่ทรงมีต่อพระเจ้า

ผมนึกถึงเมือ 2-3 ปีที่แล้ว เมื่อผมต้องล้มลงในความบาปและต้องเผชิญกับความยากลำบาก ผมรู้สึกว่าพระเจ้าไม่ทรงยอมรับในตัวผม เมื่อผมทำตัวไม่เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ ผมไม่สามารถที่จะเข้าหาพระองค์ได้เพราะรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก เพราะผมดำเนินชีวิตไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าจึงไม่ได้รับพระพรในชีวิต จากนั้นผมก็ต้องสะดุดอยู่ที่พระวจนะตอนหนึ่งที่บอกว่า “ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น ”(1ยอห์น 1:9) พระธรรมตอนนี้เป็นที่หนุนใจสำหรับผมเป็นอย่างมาก และย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าพระองค์ทรงยอมรับในตัวตนของผม และทรงพอพระทัยเมื่อเราอธิษฐานร้องทูลต่อพระองค์

ท้ายที่สุดแล้ว การอธิษฐานไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงแค่จะทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัยเพียงอย่างเดียว แต่การอธิษฐานเป็นหนทางที่จะนำเราให้เข้ามาใกล้ชิดกับพระเจ้า เพื่อที่เราจะได้ติดสนิทกับพระองค์

มารซาตานเกลียดการอธิษฐานเพราะ การอธิษฐาน คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถทำได้ในชีวิตของการเป็นคริสตเตียน และมารซาตานก็กลัวที่สุดเมื่อเห็นคริสเตียนที่อ่อนแอคุกเข่าลงร้องทูลของการทรงช่วยจากรพะเจ้า (อิสยาห์ 41:10) “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า อย่าขยาด เพราะเราเป็นพระเจ้าของเจ้า” และขอให้เราทั้งหลายอย่าย่อท้อในการอธิษฐาน (ลูกา 18:1) วันนี้ ให้เราพูดคุยกับพระเจ้า สนทนากับพระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อจากใจจริง เหมือนที่ Oswald Chambers เคยกล่าวไว้ว่า “การอธิษฐานไม่ได้ทำให้เราได้ทำงานที่ยิ่งใหญ๋ แต่การอธิษฐานเป็นการทำงานที่ยิ่งใหญ่”

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง