คุณค่าของเราอยู่ที่ไหน

วันที่ 17-10-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Daniel Ng
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ผมเป็นนักเอ็นเตอร์เทนสายคอมเมดี้หรือสายตลก พระเจ้าทรงให้ของประทานในการเล่าเรื่องตลกให้กับผม เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ท่ามกลางการสนทนาในกลุ่มผู้คนที่หลากหลาย ผมจะเป็นคนหนึ่งที่ทำให้วงสนทนาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอยู่เสมอ แต่ผมก็เหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป ผมใช้ของประทานที่พระเจ้าทรงประทานให้ผมเพื่อสนองความต้องการของตัวผมเอง แทนที่จะทำให้ของประทานนี้เป็นที่พอพระทัยหรือถวายเกียรติแด่พระเจ้า

สำหรับผมแล้ว มากกว่าเสียงหัวเราะก็คือการที่ผมรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและมีความสำคัญ ผมจะรู้สึกปวดใจหากเรื่องที่ผมเล่าไปแล้วคนฟังไม่มีเสียงหัวเราะหลับมา และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ ผมมองเห็นคุณค่าของตัวเองแค่เวลาที่ผมสามารถดึงดูดเสียงหัวเราะเหล่านั้นออกมาได้

แล้วคุณล่ะ? คุณหาคุณค่าของตัวเองได้จากที่ไหน? จากความสำเร็จ? สมบัติล้ำค่า? ชื่อเสียงเกียรติยศ? หรือจากความสัมพันธ์ต่อผู้อื่น?

ผมเชื่อแน่ว่า เราทุกคนมีเหตุผลหลากหลายที่จะหลอกตัวเองจากตัวตนที่เราเป็นอยู่ และมันก็เป็นสัญชาตญาณที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะความเป็นมนุษย์ของเรา แต่สิ่งที่เราเลือกและตัดสินใจนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนของเรา

ไม่ว่าเราจะเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยไหน หรือ เราจะเลือกแต่งงานกับใคร หรือแม้กระทั่งเราจะเลือกใส่เสื้อผ้าแบบไหนไปเรียนหนังสือ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่บ่งบอกคุณค่าในตัวเราทั้งนั้น

ปัญหามักจะมาเมื่อเราแยกไม่ออกระหว่างคุณค่าที่เราอยากมีกับคุณค่าในสิ่งที่เรามีจากสิ่งที่เราเป็น อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ — ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยพยายามอย่างมาก เพื่อที่จะมีความเป็นเลิศทางการศึกษาและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ที่พระเจ้าได้ทรงประทานให้เราได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือหรือที่ทรงประทานให้เราได้มีงานทำ แต่ผมเองกลับปล่อยให้งานหรือการเรียนเป็นตัววัดคุณค่าในชีวิตวิตผม นั่นจึงเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด

ความจริงก็คือ เราทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่เคยผิดพลาดกันทั้งนั้น และเราต่างก็เคยผิดหวังเมื่อสิ่งที่เราหวังไว้ไม่เป็นดังหวัง เราต่างก็รู้ว่าไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือผู้คนต่างก็สามารถทำให้เราเสียใจได้ทั้งนั้น

หากคุณค่าของผมอยู่ที่การมีแฟน จะเกิดอะไรขึ้นหากวันหนึ่งเราต้องเลิกกัน? หากคุณค่าของผมอยู่ที่จำนวนคนที่ติดตามผมในอินสตาแกรม จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่งไม่มีคนเหล่านั้นอีกต่อไป? หากคุณค่าของผมอยู่ที่ผลการเรียนที่ได้เกรดเฉลี่ย 4.00 อยู่ทุกเทอม จะเกิดอะไรขึ้นหากวันหนึ่งผมเกิดสอบตก?

ผมสามารถอธิบายความรู้สึกนั้นได้อย่างง่ายดายว่า มันรู้สึกแย่และผมรู้สึกไร้ค่าไปในทันที

พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นคุณค่าของชีวิตเรา

จากการแสวงหาคุณค่าในตัวตนของผม ผมมาครุ่นคิดและตั้งคำถามให้กับตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า : อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม? และผมก็ต้งคำถามในการช่วยหาคำตองให้กับตัวเองอีกว่า : ถ้าหาก ________ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ โลกทั้งใบของผมจะแตกสลายไปหรือเปล่า?

จากนั้นผมก็พยายามเต็มคำในช่องว่าง เพื่อหาคำตอบให้กับตัวเองจากเหตุผลของความน่าจะเป็น ก็ได้คำตอบว่าเป็น “พระเจ้า” ที่ทำให้ผมมีคุณค่า ไม่ใช่การมีแฟน ไม่ใช่การมีเกรดที่ดี หรือการมีคนตามเป็นจำนวนมากในอินสตาแกรม แต่เป็นเพราะ “พระเจ้า”

บางครั้ง นักปรัชญา ที่มีชื่อเสียงก็เคยเอ่ยถึง พระเจ้าว่าเป็น สิ่งเดียวที่สำคัญและมีค่าที่สุดในจักรวาล นั่นหมายความว่า หากปราศจากพระเจ้าแล้ว ก็ปราศจากความมีอยู่ของโลกใบนี้

เมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ทรงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชีวิตของเราทั้งหลายมีคุณค่า เพื่อที่เราจะใส่ความหวังและความมั่นใจในคุณค่าของเราที่มาจากพระเจ้า ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลยังได้บอกกับเราทั้งหลายในพระธรรมโรม 3:10-12 ไว้ว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า เขาทุกคนหลงผิดไปหมด เขาทั้งปวงเลวทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี ไม่มีเลย”นั่นหมายความว่า เราทุกคนต่างเป็นเครื่องหมายแห่งความหวังใจใหม่ในพระเจ้า

เพราะเหตุนี้เราจึงหลุดออกมาจากวังวลดังกล่าว ที่คอยปล่อยให้ตัวเองล้มลงไปกับความรู้สึกที่ไร้ค่าและสิ้นหวัง

ความจริงที่ปลดปล่อย ตอนนี้ความลึกลับที่ปลดปล่อยอย่างแท้จริงเป็นหัวใจสำคัญของศาสนาคริสต์ ยอห์น 3:16 บอกเราว่าพระเจ้าทรงรักพระองค์ส่งพระบุตรของพระองค์ไปยังโลกเพื่อไม่ให้เราพินาศเหมือนฝุ่นที่ไม่มีราคา ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่เขาก็มาเพื่อจะได้ตายเพื่อเราและให้ชีวิตนิรันดร์แก่เรา เขามาเพื่อให้เรามีค่าในสายตาของพระเจ้า ฉันหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้

ปลดปล่อยตัวเองด้วยความจริง

หัวใจสำคัญในการที่จะปลดปล่อยคริสเตียนให้หลุดจากการทนทุกข์ได้อยู่ใน พระธรรม ยอห์น 3:16 ซึ่งกล่าวว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ ”

หากความจริงดังกล่าว ยังไม่เพียงพอสำหรับคุณ มารู้ถึงความถ่อมพระทัยที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงมี ในพระธรรม ฟิลิปปี อีกตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “ผู้ทรงสภาพของพระเจ้า แต่มิได้ทรงถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้น เป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ แต่ได้กลับทรงสละ และทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาที่กางเขน”

เมื่อใครซักคนต้องผ่านอะไรเหล่านี้เพื่อคุณ “คุณกล้าพูดต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์เหรอ ว่าคุณไม่มีค่าอะไร?”

เราทั้งหลายไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคิดหรือพูดว่าเราไม่มีคุณค่าแล้ว ไม่ว่าเราจะล้มเหลวในชีวิต สำหรับผมแล้ว จากข้อพระคัมภีร์ข้างต้นทำให้ผมได้ปลดปล่อยความคิดเหล่านั้นไปจากใจ ดังนั้น ตอนนี้ผมไม่ต้องเรียนหนักเพราะอยากได้เกรดที่ดีแล้ว แต่ผมเรียนหนักเพราะพระเจ้าทรงประทานให้ผมได้มีโอกาสได้เรียนดังนั้นผมจะต้องทำมันให้เต็มที่ และผมอยากตั้งใจเรียนเพื่อเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า เมื่อผมมีเพื่อน ผมก็ตั้งใจเต็มที่และรักษามิตรภาพที่ผมมีต่อเพื่อทุกคนไว้ให้ดีที่สุดรวมถึงการมีแฟนด้วย เพราะพวกเค้าเป็นของประทานที่มาจากพระเจ้าด้วยเช่นกัน เมื่อเราคุณค่าค่าในแสงสว่างจากความรักของพระเจ้า เราก็จะสามารถขอบพระคุณพระเจ้าได้แม้ในเวลาที่เราต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากก็ตาม

ไม่มีสิ่งใดมีค่ามากเกินไปกว่า “พระโลหิตขององค์พระเยซูคริสต์” สิ่งต่างๆที่เราชอบยกมาเป็นข้ออ้างล้วนแล้วแต่เป็นคำโกหกเพื่อที่เราจะใส่ความคิดผิดๆให้กับตัวเราเองทั้งนั้น คุณค่าของเรา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินที่เรามี หรือการเป็นคริสเตียนที่ดี หรือไม่แม้กระทั่งในสิ่งที่เราทำ คุณค่าของเราอยู่ที่พระเจ้า ที่ทรงทำให้เรามีค่าในสายพระเนตรของพระองค์ ผมจึงยึดถือในความจริงข้อนี้ ดังนั้น ความลับจึงอยู่ที่ว่า เราเลือกที่จะมองเห็นคุณค่าและในขณะเดียวกันคือปล่อยวางสิ่งที่ไร้ค่าในชีวิตของเรา เมื่อเราต้องยืนอยู่จำเพาะพระพักตร์ของพระองค์!

Tags: Daniel Ng, , , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง