คริสเตียนควรดำเนินชีวิตตามกระแสสังคมหรือไม่?

วันที่ 23-10-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Joe Lee
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาภาษาอังกฤษ

ทุกคนต่างรักที่จะมีอุดมการณ์ที่ดีที่ เราทุกคนต้องการที่จะต่อสู้เพื่อรางวัลและชัยชนะ เชื่อมั่นในมั่นในสิ่งนั้นและชักจูงคนให้มาร่วมอุดมการณ์หรือร่วมเชียร์และสนับสนุนสิ่งนั้นไปกับเราด้วย
บางคนอาจจะโน้มน้าวจิตใจคนอื่นได้ด้วยคำพูดเพียง 2-3 นาที
บางคนพูดจาโผงผางเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง หรือต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่กำลังทำอยู่

นักเขียนแนวคอมเมดี้ ท่านหนึ่ง ชื่อว่า เทรเวอร์ โนอาห์ ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องของเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่า เป็นเวลา 3 ปีทำให้เกิด Twitterstorm และได้รับแจ้งให้เรียกร้องให้ปกป้อง “ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ” ของความคิดเห็นของเขาว่า “เราอยู่ในโลกของความโกรธเคือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ แฮชแท็ก ต่างๆ และมีผู้คนที่กระโดดขึ้นสู่แนวโน้มในการที่จะตามแฮชแท็กนั้น ก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าคำเชิญชวนดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับอะไร ดังนั้น คนทั้งหลายต่างต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ดี แต่พวกเขาไม่ต้องการที่จะใส่ใจในรายละเอียดหรือข้อมูลที่อยู่ในนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่า ‘ฉันไม่สามารถเพียงแค่บอกว่าฉันเห็นด้วย?’ แล้วคุณมีอัตราเงินเฟ้อปลอมที่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา. ” ดังนั้นในฐานะคริสเตียนเราควรดำเนินชีวิตตามแฮชแท็กหรือตามคำพูดโน้มน้าวเหล่านั้นและแคมเปญในสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่? เราควรเข้าร่วมใน “การต่อสู้” หรือไม่?

บางทีการหาวิธีที่ดีที่สุดในการตอบคำถามนี้คือการเริ่มถามคำถามที่ว่า : พระเจ้าทรงตรัสอะไร? จากพระคัมภีร์เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผู้เชื่อทุกคนเป็นเกลือและแสงสว่างของโลก (มัทธิว 5:13-16) เราทั้งหลายจึงต้องดำเนินชีวิตให้มีค่าควรแก่พระเจ้า เพื่อให้โลกนี้เห็นความดีทั้งหลายของเรา และด้วยเหตุนี้การทรงไถ่ของพระเยซูคริสต์จึงมีขึ้นในเรา ให้เราทั้งหลายสรรเสริญพระองค์ แต่ “สิ่งดี”

นี้หมายถึงอะไร? หมายความว่าคริสเตียนทุกคนมีหน้าที่ในการแก้ปัญหาของโลกหรือไม่?

เราได้รับภารกิจในการรักษาคุณธรรมและความยุติธรรมโดยรวมของสังคมหรือไม่?

ในขณะที่พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้นเราทั้งหลายจึงต้องสำรวจดูชีวิตขององค์พระเยซูคริสต์ในขณะที่พระองค์ทรงกระทำพันธกิจของพระองค์บนโลกนี้ และการกระทำของพระองค์อาจทำให้เราเข้าใจและกระจ่างในข้อนี้อยู่บ้าง

ยอห์น 3:16 ให้ข้อสรุปที่ดีเกี่ยวกับพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ในขณะที่พระองค์ทรงดำเนินชีวิตอย่างมนุษย์บนแผ่นดินโลกนี้ ว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”

พระเจ้าไม่ได้เสด็จมาบนโลกนี้ในฐานะของนักการเมืองเพื่อที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดของโลก พระองค์ไม่ได้จะเสด็จมาเพื่อเป็นกษัตริย์ที่ชาวยิวต้องการให้ทรงปลดปล่อยอิสระภาพให้แก่พวกเขาจาก ผู้ปกครองชาวโรมัน แต่พระองค์เสด็จมา และทรงสถิตท่ามกลางเราทั้งหลายในฐานะช่างไม้ต่ำต้อย และพันธกิจของพระองค์คือการตายเพื่อเรา และเราจะได้รับความรอด ทำไมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ?

นักศาสนศาตร์ ท่านหนึ่ง ชื่อ ดับบลิว เอียน โธมัส ได้บันทึกไว้ว่า : “พระเยซูคริสต์ได้ทรงปฏิเสธที่จะให้ความสำคัญต่อความต้องการของพระองค์เอง และทรงละทิ้งสิ่งที่เป็นเนื้อหนังทั้งสิ้นในความเป็นมนุษย์ เพระองค์ไม่ได้จดจ่ออยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองในปาเลสไตน์ หรือเพื่อปลดปล่อยชนชาติยิวให้เป็นไท พระองค์ไม่ได้ดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางความกดดันและปัญหาทางสังคม หรือถูกชักจูงใจให้สนับสนุนการชุมนุมหรือปุกระดมในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง. . พระเยซูคริสต์ไม่ได้มุ่งมั่นต่อความต้องการของโลกที่กำลังพินาศ แต่พระองค์ก็ไม่ทรงเมินเฉยและไม่ทรงหวาดกลัวด้วยสิ่งเหล่านี้ แต่พระองค์ทรงสมบูรณ์แบบพระองค์ และตั้งใจที่จะกระทำพันธกิจเพื่อที่จะถวายเกียรติแก่พระบิดาของพระองค์ และทรงให้ความสำคัญในสิ่งที่พระบิดาของพระองค์ทรงกระทำในชีวิตของพระองค์เท่านั้น “

ในฐานะผู้เชื่อเราทั้งหลายคือผู้ที่ได้รับชัยชนะแล้ว (มัทธิว 28: 19-20) ดังนั้น สิ่งที่พูดเกี่ยวกับสาเหตุทางสังคมอื่น ๆ ทั้งหมดที่ว่ามาก่อนเราทั้งหลายต้องปฏิบัติตัวเช่นไร?

สิ่งที่คริสเตียนควรทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เพื่อน , ครอบครัวหรือแม้แต่พี่น้องคริสเตียนด้วยกันเอง ชักชวนหรือท้าทายให้ร่วมกลุ่มประท้วงเพื่อให้เราช่วยในการแก้ปัญหาใดๆ หรือได้รับคำชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในสังคมอยู่ในขณะนี้ เป็นต้นว่า การบรรเทาความยากจนของโลก แม้ว่าจะไม่มีอะไรผิดปกติในการต่อสู้เพื่อหาสาเหตุหรือพยายามแก้ไขปัญหา อะไรก็ตาม ให้เราระลึกไว้ว่าเราทั้งหลาย “เป็นเกลือและแสงสว่างของโลก”

เราไม่ควรตามกระแสในความเชื่อมั่นของเราต่อผู้อื่นที่ไม่รู้สึกถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง (โรม 12:3-8) การแก้ปัญหาของโลกไม่ใช่สิ่งที่คริสเตียนถูกเรียกให้ทำในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เราถูกเรียกให้ไปชี้ทางสว่างให้คนอื่น นำเข้าทั้งหลายให้เข้ามาหาพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระองค์ จึงเป็นที่มาของคำที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงใช้บ่อยๆ คือ “ข่าวประเสริฐ” ซึ่งหมายถึง การที่พระเยซูคริสต์ยังทรงพระชนม์อยู่

แทนที่จะเป็นการหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาทางสังคมหรือปัญหาส่วนบุคคลก็ตาม
ดังนั้น ในพระวจนะคำตอนหนึ่งได้บอกว่า “ให้เราทั้งหลายทำทุกอย่างเพื่อพระสิริของพระเจ้า” (1 โครินธ์ 10:31) และเหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะที่เราทั้งหลายเป็นคริสเตียน ดังนั้น เหตุผลหลักของเราคือการรับใช้พระเจ้าในพันธกิจของพระองค์เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าตลอดชีวิตของเรา เพื่อที่เราจะได้รับชัยชนะซึ่งมาจากพระเจ้า

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง