เรียนรู้ที่จะยอมรับแม้ครอบครัวจะไม่สมบูรณ์แบบ

วันที่ 8-9-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Sheila May ,Indonesia
ผู้แปล – เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน คือการที่ฉันได้มาแต่งงานกับคุณ!” ตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ฉันก็ได้ยินประโยคนี้ที่พ่อแม่ของฉันมักจะพูดอยู่บ่อยๆเวลาที่พวกเค้าทะเลาะกันต่อหน้าพวกเรา และเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยมา ฉันและพี่น้อของฉันต้องคอยช่วยไกล่เกลี่ยมาโดยตลอด กระทั่งตอนที่ฉันอายุได้ 12 ปี พ่อกับแม่ของฉันก็ตัดสินใจที่จะแยกทางกัน

“ไม่เห็นจะต้องแคร์อะไร เพราะนั่นเป็นปัญหาระหว่างพวกเค้า ไม่เกี่ยวกับฉัน” นั่นเป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของฉัน เมื่อฉันพบว่าพ่อกับแม่ตัดสินใจที่จะแยกทางกัน แต่เมื่อฉันยิ่งโตขึ้น ฉันก็ค้นพบว่า อันที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากเกินกว่าที่ฉันเคยคิดไว้ และฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าฉันมีความขุ่นเคืองใจและหงุดหงิดอยู่กับเรื่องนี้มากขนาดไหน

เมื่อเวลาผ่านไป คำว่า “ครอบครัว” กลายเป็นหัวข้อที่ฉันมักจะหลีกเลี่ยงในการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ฉันพยายามที่จะลบคำนั้นออกไปจากใจ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ฉันมีโอกาสได้นั่งอยู่ในรถกับครอบครัวของเพื่อนของฉัน ขณะที่ฉันนั่งอยู่ที่ด้านหลังของรถ และเฝ้าดูพวกเขาหยอกล้อกันและแลกเปลี่ยนกันเล่าเรื่องตลกให้กันฟัง ความรู้สึกอบอุ่นก็เข้ามาในหัวใจของฉัน ฉันนั่งร้องไห้อย่างเงียบ ๆ ฉันมีทั้งความสุขไปกับพวกเค้าแต่ก็รู้สึกเสียใจกับตัวเอง ความรู้สึกทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ฉันบอกกับตัวเองว่า “นี่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับ คำว่า “ครอบครัว”

เมื่อมองกลับไปที่ครอบครัวของตัวเอง ฉันรู้สึกผิดหวังและโกรธมาก ฉันเกลียดทุกคนในครอบครัวของฉัน และฉันก็ไม่ได้สนใจที่จะเก็บอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นของฉันไว้ ฉันได้แสดงความรู้สึกที่ฉันมีอย่างเปิดเผยต่อเพื่อนของฉัน พวกเขาเริ่มที่จะรักษาระยะห่างออกจากฉัน ฉันเบื่อที่จะต้องอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวของฉัน แต่ฉันก็ไม่มีที่ๆจะไป ฉันรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังจะเป็นบ้า

ในช่วงสามปีหลังจากที่พ่อกับแม่ของฉันแยกทางกัน ฉันพยายามที่จะใช้เวลาให้น้อยที่สุดที่จะอยู่บ้าน ฉันเลือกที่จะเดินกลับจากโรงเรียนไปที่บ้านเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องกลับบ้านเร็ว เหตุผลเดียวที่ฉันกลับบ้านคือเพื่อนอนในเวลากลางคืน อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนคนหนึ่งของฉันชวนฉันไปที่โบสถ์ของเธอ ฉันก็รับปากและตกลงทันที เพราะเป็นเหตุผลที่จะได้ไม่ต้องใช้เวลาอยูบ้าน เมื่อคริสตจักรของเธอกำลังจะจัดค่ายของคริสตจักรเป็นเวลาสามวัน เมื่อฉันนึกถึงว่าสามวันที่จะได้อยู่ห่างจากบ้าน? ฉันก็เสนอชื่อเข้าร่วมโดยที่ไม่รีรอทันที!

เวลาสามวันนี้ เป็นสามวันที่ได้เปลี่ยนชีวิตของฉันไปตลอดกาล ที่นั่นพระเจ้าช่วยฉันไว้ ฉันได้เรียนรู้จักกับธรรมชาติแห่งความบาปในชีวิตของฉัน และในเวลาเดียวกันฉันก็ได้เรียนรู้ถึงการให้อภัยและการสำแดงความรักที่ที่พระเจ้าทรงมีต่อฉัน ฉันจึงรู้สึกขอบพระคุณพระเจ้าเป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างในชีวิตของฉันจะสมบูรณ์แบบขึ้นมาทันที เมื่อฉันกลับบ้าน ฉันก็ยังคงต้องเผชิญอยู่กับสถานการณ์และสภาพแวดลอ้อมแบบเดิมๆอยู่ทุกวัน ฉันไม่ได้เป็นลูกที่ดีและเชื่อฟังพ่อแม่เท่าไหร่นัก ฉันยังคงต่อสู้กับความบาปที่มีอยู่ในชีวิตของฉัน และฉันก็ยังคงไม่ยอมรับครอบครัวของฉัน

ตลอดเวลานั้น พระเจ้าทรงจับมือฉันไว้และพระองค์ก็อดทนรอคอยที่ฉันจะสามารถเอาชนะความดื้อรั้นของฉันได้ เมื่อฉันนั่งลงและใคร่ครวญเกี่ยวกับสาเหตุของสิ่งที่มีส่วนที่ทำให้ครอบครัวของฉันต้องแตกแยก ฉันก็รู้ว่าความแตกแยกนั้นไม่ได้อยู่แค่ในครอบครัวเท่านั้น ทุกๆคนต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆในชีวิตและในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน,เพื่อนบ้าน,คนที่นับถือต่างศาสนาหรือฆราวาส ,แม้แต่ผู้ที่รับใช้พระเจ้าเต็มเวลาก็เช่นกัน สิ่งที่ฉันได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ สะท้อนให้ฉันเห็นถึงความเป็นจริงของโลกที่เต็มไปด้วยความผิดบาปนี้ ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับสงครามในครั้งนี้ ยังมีคนอื่น ๆอีกหลายร้อยล้านคน ที่กำลังเผชิญและต่อสู้กับสงครามคล้าย ๆกันกับฉัน และบางคนก็อาจจะกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาที่เลวร้ายกว่าฉันอีกก็ได้

ฉันยังได้เรียนรู้อีกว่าในขณะที่ฉันไม่ได้เลือกที่จะเกิดมาในครอบครัวของฉัน พระเจ้าทรงเลือกที่ๆจะวางฉันไว้ ถ้าพระองค์ทรงใช้พระบุตรของพระองค์คือองค์พระเยซูคริสต์ มาเพื่อที่จะช่วยชีวิตของเราทั้งหลายให้รอดและทรงรักษาจิตวิญญาณของเราไว้ แล้วฉันจะยังสงสัยในความรักของพระองค์ที่ทรงมีต่อฉันอีกหรือ? พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่แสนดี และนี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงฉันไว้ให้เป็นลูกสาวของพระองค์ แม้ว่าฉันจะยังไม่เข้าใจสิ่งนี้เท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถจะทำได้เพื่ออนาคตของฉัน คือการยอมรับตัวเองและครอบครัวที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้ให้กับฉันแล้ว

เมื่อฉันได้เปิดใจและยอมรับว่า แม้ว่าในครอบครัวของฉันจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายอะไรในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่าน มานับตั้งแต่ที่ฉันได้กลายมาเป็นคริสเตียน แต่ฉันก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิตของฉันได้ และรู้ว่าพระเจ้าทรงใช้สถานการณ์ต่างๆในครอบครัวของฉันเพื่อตกแต่งชีวิตและจิตวิญญาณของฉัน ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น

พระเจ้าไม่ได้ทรงเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในชีวิตของฉันเพื่อที่จะเปลี่ยนจิตใจฉัน พระองค์ทรงปล่อยให้ฉันได้สัมผัสกับความหมายของความสิ้นหวัง เพื่อที่ฉันจะได้เรียนรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นความหวังเดียวในชีวิตของฉัน พระองค์ทรงดีเกินกว่าที่จะใจร้ายกับฉัน และทรงรอบรู้เกินกว่าที่จะตัดสินพระทัยด้วยความผิดพลาด พระเจ้าทรงจัดเตรียมการทรงรักษาไว้ให้แก่ฉัน พระองค์ทรงปลอบประโลมและเตรียมที่จะเช็ดน้ำตาให้กับฉันทุกเมื่อ (2 โครินธ์ 1:3-4) พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์ (โรม 8: 28-29) ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า (ฟิลิปปี 4:13)

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง