เมื่อพระเจ้าทรงอนุญาตให้ความเสียใจเข้ามาในชีวิตของเรา

วันที่ 13-9-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน : Gracella Sofiani Mingkid, Indonesia
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“ฉันไม่สามารถจะบอกพวกคุณได้ว่าช่วงเวลาที่ฉันเศร้านั้นมันคือตอนไหน เพราะฉันไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับมัน” เพื่อนของฉันคนหนึ่งกล่าวขึ้น ระหว่างที่เราร่วมกลุ่มสามัคคีธรรมเพื่อแบ่งปันเรื่องราวในชีวิต เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัวที่เราเคยมีในชีวิตว่ามีช่วงเวลาไหนบ้างที่เป็นช่วงเวลาที่เศร้าสำหรับเรา

ฉันแทบจะไม่อยากเชื่อตัวเอง ในคำตอบของเธอ “โอ้โห! เธอช่างม่ชีวิตที่น่าอิจฉาจริงๆ ” แต่ในความคิดของฉันก็หยุดที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้ และคอยถาพระเจ้าว่า “คนที่ไม่เคยพบกับความทุกข์เลยมีด้วยเหรอ พระเจ้า?”

มันช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย เพราะฉันเคยมีช่วงเวลาที่ไม่มีความสุข ในช่วงชั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยม เป็นครั้งแรกที่ฉันสอบได้ที่สามของห้อง ฉันรู้ว่าเรื่องนี้อาจฟังดูแปลก แต่ฉันรู้สึกเศร้าเพราะฉันจะมาก่อนเวลาเข้าเรียนเสมอ ฉันเป็นคนที่ต้องเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับเกรดหรือผลการเรียน ฉันต้องเรียนให้ได้เกรดดีที่สุด

ฉันตำหนิตัวเองเพราะไม่ได้สอบได้ที่หนึ่ง และต่อว่าตัวเองว่าไม่ได้ตั้งใจเรียนหนักพอ วันที่ฉันได้รับผลการเรียนของฉัน ฉันล็อคตัวเองอยู่ในห้องและร้องไห้

เมื่อฉันเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนของฉันฟัง เกี่ยวกับความรู้สึกผิดหวังที่ฉันมีต่อตัวเอง พวกเขาก็บอกฉันว่าเธอรู้สึกเกินไป ก็แค่ผลการเรียนที่ “แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย” เพื่อนของฉันต่างบอกว่าผลสอบของฉันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย โดยที่พวกเค้าไม่รู้เลยว่าความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ สำหรับฉันแล้วมีความหมายมากเพียงใด

เมื่อปีการศึกษาใหม่เริ่มต้นขึ้น ฉันก็พยายามที่จะขยันและผลักดันตัวเองให้มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะผลสอบจากเทอมที่แล้วทำให้ฉันสูญเสียความมั่นใจ และเห็นว่าเพื่อนของฉันไม่ได้สนใจฉันอีกต่อไป เพราะเพื่อนบางคนก็ย้ายไปอยู่กลุ่มอื่น

ในช่วงเวลานั้น พระเจ้าทรงอนุญาตให้ฉันเผชิญกับความยากลำบากและต่อสู้กับอุปสรรคที่มีในการเรียน ในขณะที่บางครั้งฉันสามารถทำคะแนนได้อย่างดีเยียม แต่ก็มีช่วงเวลาที่ฉันไม่ได้คะแนนที่น่าพอใจไม่ว่าฉันจะพยายามแค่ไหน ความสมบูรณ์แบบหรือเพอร์เฟ็คในเรื่องการเรียนที่ฉันพยายามที่จะไขว่คว้าก็กลับกลายเป็นความล้มเหลวในความรู้สึกของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฉันพร้อมเสมอที่จะแบ่งปันคำพยานของฉันเกี่ยวกับความแสนดีของพระเจ้าที่ทรงมีต่อฉัน แต่เมื่อใดก็ตามที่ฉันไม่ได้ทำตามที่ฉันคาดหวังเอาไว้ ฉันก็ไม่สามารถที่จะพาตัวเองให้ไปเป็นพยานถึงพระคุณและความดีของพระองค์ได้ ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อฉันคิดถึงเรื่องคำพยานที่ฉันอยากจะแบ่งปันนั้น ฉันคิดเสมอว่าอยากจะของคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งดีที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา เช่น ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสุขภาพที่ดี หรือผลการเรียนที่ดีและฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว

แน่นอนว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าในทุกๆสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา แล้วถ้าหากคนๆนั้นเพิ่งจะถูกไล่ออกจากงานล่ะ? กำลังเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย? หรือ คนๆนั้นอาจจะสอบตก ? แล้วถ้าหากพวกเค้าเหล่านั้นถามคุณว่าที่พวกเค้าเป็นแบบนั้น เป็นเพราะพระเจ้าไม่ทรงรักพวกเค้าแล้วใช่มั้ย? คุณจะตอบพวกเค้าว่าอย่างไร ?

ฉันเคยได้ยินศิษยาภิบาลคนหนึ่งแนะนำว่าเราสามารถเป็นพยานที่ดีได้โดยการเพิ่มคำว่า “มีอยู่วิธีหนึ่ง” ไว้ข้างหน้าประโยคของเรา ตัวอย่าง เช่น วิธีการหนึ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงให้เราเห็นว่า พระเมตตาของพระองค์คือคะแนนที่ยอดเยี่ยม หนึ่งในวิธีที่พระองค์ทรงสำแดงให้ฉันเห็นถึงความรักของพระองค์ คือ การที่พระองค์ทรงทำให้ฉันมีสุขภาพที่ดีและมีงานที่ดี เมื่อฉันได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าใช้วิธีต่างๆเพื่อที่จะอวยพรเรา นั่นเป็นการย้ำเตือจากพระเจ้าว่า พระองค์ทรงมีวิธีการในการสำแดงความรักของพระองค์ต่อเราได้หลายวิธี

พระเจ้าอาจจะไม่ได้ทรงประทานสิ่งที่เราขอตามความคิดของเราเสมอไป แต่ให้เรารู้ว่าสิ่งที่ทรงประทานให้เรานั้นเป็นสิ่งที่ดีและไม่ธรรมดา เมื่อโยบต้องทนทุกข์ทรมาน ภรรยาของเขาบอกให้เขาสาปแช่งพระเจ้า แต่การตอบสนองของโยบคือ “เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ” (โยบ 2:10) เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (โรม 8:28)

ในฐานะของคริสเตียน เราควรรู้ว่าชีวิตขอเรานั้นจะไม่ราบรื่นเสมอไป พระเจ้าอาจจะทรงใช้เหตุการณ์ของความผิดหวังในชีวิตของเรา หรือความเจ็บปวด,ความล้มเหลว หรือความสูญเสีย เพื่อสำแดงให้เราเห็นว่า ไม่ว่าชีวิตของเราจะกำลังเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากขนาดไหน สิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้คือการตกแต่งที่มาจากพระองค์ พระองค์ทรงอนุญาตให้สิ่งเหล่านนั้นเกิดขึ้นเพราะนั่นเป็นวิธีการที่พระองค์จะทรงตกแต่งชีวิตของเราและสิ่งนั้นเป็นผลอันดีต่อเรา

ความเจ็บปวดช่วยให้ฉันเข้าใจถึงพระประสงค์ของพระองค์ที่ทรงมีต่อชีวิตของฉัน พระองค์ทรงสอนให้ฉันเรียนรู้ที่จะตอบสนองและรับมือต่อเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างถูกวิธี เพราะบางทีชีวิตต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหาเพื่อที่เราจะไม่มัวแต่นับคำตอบหรือผลลัพธ์ของเป้าหมายในชีวิตแต่เราจะเข้าใจ และเรียงลำดับวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างถูกต้อง และไม่ว่าจะเป็นในขณะที่ฉันเรียนหรือทำงานหากฉันต้องเผชิญกับความผิดหวังหรือความล้มเหลว สิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ฉันต้องเผชิญมาก่อนหน้านี้สอนให้ฉันยอมรับมันด้วยความเข้าใจ และไม่คาดหวังและนั่งรอความหวังเพียงอย่างเดียว แต่เรียนรู้ที่จะจัดการกับความล้มเหลวและความผิดหวังเหล่านั้น เพื่อที่จะเป็นแรงผลักดันให้เรามีชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยพระประสงค์ของพระเจ้า

เรื่องราวของเด็กเรียนดีแต่ไม่พอใจในผลการเรียนของเธอ อาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่น่าขำ แต่ความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่สอนเราทั้งหลายจากเรื่องนี้ คือการที่เธอเรียนรู้ที่จะอดทน และควบคุมพฤติกรรมความรู้สึกของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับอุปสรรคปัญหาต่างๆ ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าไม่ว่าเธอจะกำลังเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากมากแค่ไหน พระเจ้าก็ยังทรงอยู่เคียงข้างเธอและทรงรักเธอมากเช่นเดียวกัน พระเจ้ามีสิทธิที่จะทรงตกแต่งชีวิตของเราเพื่อที่เราจะมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบและบริสุทธิ์ในสายพระเนตรของพระองค์ จากเรื่องนี้เธอจึงเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตโดยการพึ่งพาพระเจ้าและสติปัญญาที่มาจากพระองค์

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง