เมื่อคนดีรอบคอบต้องทนทุกข์

วันที่ 20-9-2017 • บทความ • mnsc • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Priscilla G., Singapore
ผู้แปล : นฤมล บางทราย
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เคยเศร้าใจเมื่อต้องแบ่งปันคำพยานไหม?

เมื่อตอนอายุ 19ปี ฉันอธิษฐานอย่างหนักเพื่อที่จะได้ทุนการศึกษาในมหาวิทลัยท้องถิ่น เพียง 3% ในหมู่นักศึกษาที่จะได้รับทุนการศึกษาในแต่ละปีได้ ฉันได้รับทุนนั้นถึงแม้ผลการเรียนจะไม่ได้เกรด A ดังนั้นฉันจึงแบ่งปันคำพยานในกลุ่มเซลล์เพื่อขอบคุณพระเจ้าที่เปิดประตูแห่งโอกาสให้แก่ฉัน

แต่ต่อมาไม่นานในเทอมที่ 1 และ 2 ผลการเรียนของฉันไม่ค่อยดีมากนักและได้รับจดหมายแจ้งเตือนถึงสองครั้ง ข้อความในจดหมายเขียนมาว่า คุณจะทำให้ดีขึ้นหรือจะออกจากการได้รับทุน ฉันให้เหตุผลไปว่าฉันยังปรับตัวในชีวิตมหาลัยไม่ค่อยดีมากในเทอมแรก

ฉันกลับไปตริตรองวิธีการเรียนพยายามเรียนให้หนักขึ้นและให้ฉลาดมากขึ้นรวมไปถึงไม่พยายามเลือกเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยซึ่งวันสอบค่อนข้างจะใกล้กันมากไปและยังพยายามจัดการเวลาให้ดีขึ้น ฉันคิดว่ามันน่าจะเหมาะสมที่จะแก้ไขแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามนั้นและฉันก็ได้รับจดหมายเตือนฉบับที่สองอย่างจัง ฉันไม่เคยได้รับจดหมายเตือนมาก่อนในชีวิตการเรียนแต่ตอนนี้ฉันได้รับจดหมายนี้ถึงสองครั้งแล้วในความรู้ความสามารถทั้งหมดที่ฉันมีฉันได้ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ในการเพิ่มคะแนนเฉลี่ยของช่วงเทอม2 ตอนนั้นฉันค่อนข้างยุ่งเหยิงจริงๆหลังจากที่สอบเสร็จฉันล้มเหลวที่จะเข้าใจว่าทำไมผลการเรียนถึงออกมาเป็นแบบนี้ถึงแม้ว่าจะทำทุกอย่างแล้ว ฉันไม่ได้คาดหวังที่อยากจะได้คะแนนที่สมบูรณ์ที่สุดแต่ฉันคาดหวังว่าจะสามารถทำให้มันไปด้วยกันได้ดี ฉันคิดลึกๆในใจและโน้มน้าวตัวเองว่าฉันทำดีที่สุดแล้ว บางครั้งก็พยายามโทษอาจารย์อีกด้วยและถึงขนาดไปขอให้อาจารย์ตรวจอีกรอบให้แน่ใจแต่ผลการเรียนก็ปลี่ยน ฉันยังโทษพระเจ้าด้วยซึ่งเป็นผู้ที่ฉันอธิษฐานขอให้ได้ผลการเรียนที่ดี

ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกเสียใจที่จะเป็นพยานในตอนแรกๆและยังไม่เข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวฉันไม่ได้ของขวัญจากพระองค์ในโอกาสที่ได้เข้ารับทุนการศึกษาที่มอบให้ ทำไมพระเจ้าจะเอาคืนสิ่งที่พระองค์เคยให้และไม่เห็นเหมือนเนื้อเพลง สาธุการพระนามและหัวใจฉันไม่อยากเลือกสรรเสริญพระนามพระองค์

เป็นที่ยอมรับว่าไม่ว่าจะในพระคัมภีร์หรือคริสตจักรเป็นที่แรกที่จะหันกลับไปหาคำตอบแต่ไม่ค่อยแน่ใจว่าคนอื่นจะตอบสนองอย่างไรเมื่อฉันเคยบอกว่าฉันเคยโทษพระเจ้า ฉันเข้าไปในเว็บไซต์กูเกิ้ลแล้วพิมพ์คำว่า “ความผิดหวังกับพระเจ้า”และฉันได้พบหนังสือที่มีข้อความว่า ชาวคริสเตียนอเมริกัน นักเขียน ฟิลิป แยนซี หลังจากได้อ่านหนังสือเมื่อแยนซีเจาะลึกลงไปในพระคัมภีร์โยบ อย่างที่หนังสือพันธสัญญาเดิมได้มีการพยากรณ์ออกมาถึงพระเจ้าในการเข้าใจวิธีการที่ดีกว่าของพระเจ้าอย่างซาบซึ้ง

1. คนเที่ยงตรงมีความทุกข์เช่นกัน

แยนซีเขียนว่าพระธรรมโยบทำให้เห็นภาพที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับคนที่ดีรอบคอบอย่างโยบผู้ถูกกล่าวโทษทั้งที่เขาเป็นคนที่เกรงกลัวพระเจ้าและรังเกียจความชั่วร้าย (สดด1:1) พระเจ้าเองที่บอกว่าว่าไม่มีคนใดในโลกเหมือนโยบ(โยบ 1:8,2:3)แต่แล้ววันหนึ่งโยบได้สูญเสียลูกวัว ลา แกะ อูฐ และบรรดาลูกๆในเวลาหนึ่งวัน(โยบ 1:14-19)แล้ววันต่อมาเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดทางร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า(โยบ 2:7) เอลีฟาห์ บิลดัด และโศฟาร์ เพื่อนของเขาเองยังบอกว่าที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความบาปที่โยบเคยทำแต่พระเจ้าก็ต่อว่าเพื่อนของโยบที่กล่าวหาโยบผิด(42:7)แต่พระเจ้าก็ไม่เคยบอกโยบว่าเขามีความผิดอย่างไรในการที่เขาต้องทนทุกข์

การที่เราต้องทนทุกข์ไม่ใช่ว่าเพราะเราทำความผิดบาป เราบางคนอาจจะต้องทบทวนว่าบางครั้งไม่ใช่ความผิดของเรา หลายครั้งคนเราต้องมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในโรงเรียนหรือที่ทำงานเพราะว่าทำไม่ดีพอแต่ก็ไม่ใช่ในกรณีอย่างนี้เสมอไป บางทีเราอาจเคยมีประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกันในเรื่องนี้เมื่อคุณตั้งใจเรียนอย่างหนัก ศึกษาได้ตรงประเด็นที่เรียน ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะได้คะแนนที่ดีได้ ถึงแม้การทำเช่นนั้นจะเป็นหลักสูตรแห่งความสำเร็จแต่มันก็ไม่เป็นไปแบบนั้นทุกครั้งและยังมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาอีก

2. วิธีการตอบสนองต่อความทุกข์ยากของเราเป็นสิ่งสำคัญ

โยบเริ่มที่จะทนทุกข์เพราะบทสนทนาระหว่างพระเจ้าและซาตาน แยนซีได้เขียนว่าบทสนทนานั้นคล้ายคลึงกับการเดิมพัน ซาตานอ้างว่าโยบสัตย์ซื่อกับพระเจ้าเพราะการอวยพรจากพระเจ้าและกล่าวหาว่าโยบเป็นผู้เชื่อตามฟ้าตามอากาศ(โยบ 1:10-11)ซาตานท้าทายพระเจ้าที่จะเอาทุกสิ่งจากโยบและเขาจะสาปแช่งพระเจ้าอย่างแน่นอน(โยบ 1:11,2:5) พระเจ้าจึงตอบว่า เรายอมรับคำท้าทายนั้นแต่ให้ละชีวิตเขาไว้(โยบ 1:12,2:6)

เมื่อโยบได้สูญเสียทุกสิ่งโยบไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในโลกที่มองไม่เห็น พระคัมภีร์บันทึกตัวอย่างของการกระทำของมนุษย์ที่มีผลกระทบกับโลกที่มองไม่เห็น พันธกิจที่สาวกออกไปทำก็มีสาเหตุมาจากซาตาน ที่ว่ามันตกลงมาอย่างสายฟ้าจากสวรรค์(ลูกา10:1-18) คนบาปกลับใจเป็นเหตุให้สวรรค์มีการเฉลิมฉลอง(ลูกา15:7)ยากที่จะจินตนาการว่าขอบเขตการตอบสนองฝ่ายจิตวิญญาณของแต่ละคนเป็นเช่นไร แต่นั่นคือสิ่งที่พระธรรมโยบกำลังบอกว่าเราจะตอบสนองต่อการทดสอบเช่นไร โยบถูกทดสอบการวางใจในพระเจ้า ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อ

ในกรณีของฉัน ฉันเชื่อว่าบททดสอบที่ฉันเจออยู่เป็นความเสี่ยงที่จะถูกยกเลิกจากการได้รับทุนการศึกษาซึ่งฉันเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเป็นอย่างมาก ฉันควรที่จะมีความเชื่ออยู่ไหมหรือเป็นการแสดงออกว่าฉันเป็นแค่ผู้เชื่อตามฟ้าตามอากาศ ฉันไม่รู้ว่าการฉันตอบสนองต่อการทดลองในความเชื่อของฉันมีผลต่อฝ่ายจิตวิญญาณหรือไม่ แต่เชื่อว่านั่นคือพระเจ้า(ฮีบรู 11:6) ฉันเชื่อว่าการตอบสนองของฉันสำคัญต่อพระเจ้าเพราะว่าเป็นการเพิ่มความเชื่อของฉันและให้ฉันมีความสัมพันธ์ที่หยั่งลึกกับพระเจ้า

วันนี้ปีที่แล้วที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ฉันสามารถพูดได้ว่ามันทำให้ฉันไม่ค่อยหวั่นไหวที่จะพบเจอเวลาทุกข์ยากเมื่อพระเจ้าได้เอาสิ่งนั้นออกไปเองในเมื่อพระองค์เป็นคนใส่มันไว้ ฉันยังคงร้องไห้ทั้งคืนเมื่อที่ปรึกษาของคริสตจักรที่หลงทางจากความเชื่อและออกจากคริสตจักร ฉันยังร้องไห้เมื่อสมาชิกในครอบครัวสูญเสียลูกที่พระเจ้าให้ในครรภ์ ถ้าความเชื่อของฉันเป็นเหมือนบ้านมันคงจะสั่นสะเทือนทุกครั้งที่เจอเวลาที่ยากลำบากแต่มันไม่เคยพังลงมาเพราะว่าพื้นฐานแห่งความเชื่อในความดีของพระเจ้าตอนนี้กลับเข้มแข็งเสียกว่า

3. ยังมีปัญหาที่เราไม่สามารถเข้าใจได้

พระเจ้าไม่ได้ตอบโยบว่า ทำไมต้องเป็นเขา พระเจ้าได้ถามโยบหลายครั้งโดยใช้ความเขลาที่มีโดยธรรมชาติที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อจะปลดปล่อยความชอบธรรมของพระเจ้าออกมา โยบตอบพระเจ้าว่า ข้าพระองค์กล่าวในสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่เข้าใจ สิ่งที่อัศจรรย์เกินกว่าข้าพระองค์จะทราบได้ (โยบ 42:3)

อาร์ซี สโปรล,ในหนังสือความอัศจรรย์โดยการทุกข์ยาก เขียนว่า ในที่สุดพระเจ้าได้เปิดเผยพระองค์เองแก่โยบอย่างที่พระองค์เคยบอกโยบว่า เราเป็นคำตอบของเจ้า โยบไม่ได้วางใจในแผนการของคนแต่วางใจในพระเจ้าผู้เป็นราชันผู้รอบรู้และแสนดี ดังนั้นฉันเรียนที่จะสารภาพความผิดหวัง ความสงสัยและคำถามที่มีต่อพระเจ้าเหมือนที่โยบทำ(โยบ7:11-21 ,โยบ 10:2-18) ฉันเลือกที่จะยังรับผิดชอบหน้าที่ของฉันในคริสตจักรระหว่างที่ฉันมอบความกลัวที่มีให้กับพระเจ้า แม้อาจจะมีผลต่อการจัดเวลาและกระทบต่อผลการเรียนของฉัน โดยพระคุณพระเจ้าผลการเรียนของฉันดีขึ้นอย่างกับปาฏิหาริย์ในเทอมที่สาม เป็นเทอมที่ฉันเดินผ่านช่วงความผิดหวังที่มีต่อพระเจ้า ความจริงก็คือเราเป็นมนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า ความรู้ของเวลาและช่องว่างแตกต่างที่มีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งอย่างที่พระเจ้าเป็นนิรันดร์และไม่เคยที่จะหยุดการเป็นทรงพระชนม์อยู่ของพระองค์

แยนซีเขียนว่า ไม่ว่าเราจะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองมากเท่าไร พระเจ้าอาจจะดูเหมือนไม่ยุติธรรมในบางครั้ง ในมุมมองของคนที่ติดอยู่ในช่วงเวลานั้น แม้ว่าเราไม่เข้าใจว่าเรากำลังวิ่งไปในเส้นทางไหน เราจะเข้าใจไว้ว่าทุกสิ่งที่กำลังทำงานอยู่ก็เพื่อเป็นผลอันดี (โรม 8:28)โดยพระคุณพระเจ้าฉันได้ให้คำพยานนี้หลังจากภาคการศึกษาที่สาม ไม่ใช่เพียงแค่เพียงเพราะเป็นปัจจัยในการอวยพรที่จะปรับปรุงผลการเรียนแต่พระเจ้าประคับประคองเพื่อให้เพิ่มเติมความเชื่อผ่านทุกสิ่งทุกอย่าง

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง