5 วิธีจัดการกับหัวหน้าสุดหิน

วันที่ 2-8-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Amanda Lim
ผู้แปล : นฤมล บางทราย
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ถ้าคุณคลิ๊กเข้ามาในบทความนี้เพราะว่าคุณทำให้เจ้านายพอใจคุณไม่ได้ ฉันเข้าใจคุณเลย จริงๆนะ ฉันได้รู้จากประสบการณ์ส่วนตัวที่สลดหดหู่และเครียดกับเขาหรือเธอซึ่งเป็นสาเหตุให้ฉันไม่สามารถหัวเราะได้ต่อไป และอาจจะรบกวนฉันหลังจากเลิกงานและแม้กระทั่งตอนตื่นนอน

ถ้าคุณต้องการเห็นภาพความคิดว่าหัวหน้าคนเก่าของฉันเป็นอย่างไร คือเขา จู้จี้จุกจิก เรียกร้องเกินควร ไม่มั่นคงและบิดเบือนการจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆ ฉันรู้จักเพื่อนร่วมงานเก่าที่ต้องทุกข์ทรมานจากการปวดหัว การนอนไม่หลับและอาการใจสั่นซึ่งเป็นผลจากการทำงานกับเขา

สำหรับฉันมันเป็นความทรงจำที่ทำให้ฉันอยากเป็นลมชั่วขณะ ฉันยังจำเหตุการณ์ได้ชัดเจน หัวหน้าของฉันอารมณ์เสียใส่ฉันวันนั้นที่ฉันส่งอีเมล์ตรวจหาความผิด ในสิ่งอื่นๆ ไวยากรณ์ เครื่องหมายวรรคตอนและความเร็วการตอบอีเมล์ ความรู้สึกมันหมดและเพลียมาก ฉันออกจากออฟฟิศด้วยความรู้สึกเหมือนคนที่ไร้ค่าที่สุดในโลก

ในคืนนั้นที่ฉันเพิ่งฟื้นขึ้น ฉันได้รับข้อความจากเธอ ถามฉันว่าถ้าฉันได้เช็คข้อมูลบ้างไหม ฉันตัวแข็งขึ้นมาทันทีและนึกได้ว่าฉันยังไม่ได้เช็ค ในความตื่นตระหนก ฉันจำไม่ได้ว่ารหัสผ่านปลดล็อกโทรศัพท์ของฉันคืออะไร ทั้งๆที่เพิ่งใช้งานไปสองนาทีที่แล้ว

ในระยะเวลาต่อมาตัวเลขสี่ตัวก็เข้ามาในหัวและวันต่อมาฉันเจอปัญหาที่ไม่ได้เช็คดีๆก่อน สองเดือนต่อมา หัวหน้าของฉันยังคงวิจารณ์งานของฉันพร้อมความกดดันบนบ่าด้วย ถ้าไม่นึกถึงการที่ฉันต้องสงบสติกับเธอสิ่งอื่นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงดีขึ้นเมื่อเรามีผู้ร่วมงานคนใหม่เข้ามาหัวหน้าฉันก็เบนความสนใจไปเป้าหมายใหม่
ฉันมองสะท้อนกลับไปในหกเดือนแย่ๆภายใต้หัวหน้าคนนี้ฉันได้เรียนรู้จากเรื่องนี้

ถ้าคุณมีสถานการณ์ที่คล้ายกันตอนนี้ฉันหวังว่าคุณจะได้รับคำหนุนใจและสิ่งนี้จะช่วยเหลือคุณได้

1.คุยกับหัวเกี่ยวกับเรื่องนี้

เท่าที่คุณจะทำได้ มีผลดีต่อหัวหน้าของคุณที่จะฉงนโดยเฉพาะหนึ่งในนั้นเป็นคนใหม่หรือระหว่างคุณสองคนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน บางทีหัวหน้าของคุณอาจจะกำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากและไม่ระวังท่าทีที่มีผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และงาน หรือบางทีอาจจะสื่อสารไม่ตรงกันหรือความคาดหวังไม่ตรงกัน

การกระทำเช่นนี้ฉันเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะแสดงการให้เกียรติและความเคารพหัวหน้า(1 เปโตร 2:7) เมื่อสิ่งต่างๆที่ทำงานเริ่มท้าทายขึ้น จำได้ว่าฉันมีประชุมหลายๆครั้งกับหัวหน้า ฉันพยายามที่จะสื่อสารว่าฉันรู้สึกอย่างไรที่ได้ยินมุมมองความของหัวหน้า

ที่พูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่ามันจะสามารถเปลี่ยนแปลงบางสิ่งได้ตลอดโดยเฉพาะถ้าหัวหน้าของคุณเป็นคนไม่ชอบให้แสดงความเห็นเท่าไหร่หรือไม่เคยเห็นปัญหาตัวเองมาก่อนเลย ดังนั้นสิ่งนี้เลยนำฉันมาจุดนี้

2.ตระหนักว่าคุณไม่สามารถจัดการหัวหน้าคุณได้

มีบทความที่จะช่วยตนเองอย่างนับไม่ถ้วนที่บอกเคล็ดลับวิธีการที่จะจัดการหัวหน้าของคุณให้ดีขึ้น หาว่าจุดไหนคือจุดประกายของหัวหน้าคุณและดูให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ข้ามหัวเขาหรือเธอ คำแนะนำนี้อาจจะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์รอบๆได้บางที แต่ถ้าหัวหน้าของคุณไม่มีเหตุผล มันคงจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่

ก่อนที่จะเข้าร่วมแผนกฉันได้ยินว่าหัวหน้าของฉันค่อนข้างมีกิตติศัพท์ คนที่ทำงานตำแหน่งนั้นมาก่อนถึงขั้นสารภาพกับฉันว่าอย่าเข้าไปทำงานในแผนกนั้น แต่ฉันก็ไม่เชื่อ ฉันมีความเชื่อว่าฉันสามรถเปลี่ยนแปลงหัวหน้าได้ถ้าฉันทำงานได้ดีและพิสูจน์ว่าฉันมีคุณสมบัติพอ แต่กรณีนั้นก็เกิดขึ้นในหกเดือนแรกเมื่อฉันเป็นคนหนึ่งที่เธอชอบในทีม

แต่หลังจากจุดหมายเดิมของเธอเปลี่ยน ตอนนั้นแหละที่ต้องหันมาดูใหม่ จากมุมมองของฉันไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไป แต่จริงๆทุกสิ่งเปลี่ยนไป สิ่งที่ฉันเคยทำแล้วไม่เคยรบกวนเธอมาก่อน กลายมาเป็นความผิดที่ร้ายแรงและแต่ละวันจะผ่านไปโดยที่ฉันต้องขอโทษเธอในสิ่งที่ฉันทำหรือไม่ได้ทำก็ตาม

ฉันสูญเสียความชื่นชมยินดีในการทำงานและกลัวที่จะไปออฟฟิศทุกๆเช้า ฉันกดดันตัวเองในความผิดที่เล็กๆที่สุดและเริ่มที่จะสงสัยตัวเอง สูญเสียความมั่นใจในงานของฉัน เมื่อฉันรู้ว่าไม่สามารถทำอะไรด้วยกำลังของตนเอง ในสถานการณ์นี้ฉันหันไปหาพระเจ้า

3.จำไว้ว่าใครเป็นคนควบคุมที่แท้จริง – พระเจ้า

ฉันจำได้ว่าในคืนนั้นที่ฉันม้วนตัวลงบนเตียง ได้เขียนคำอธิษฐานและร้องไห้ออกไปหาพระเจ้าให้ช่วยฉันที่จะทำงานกับตัวเองเพื่อพระองค์ ไม่ได้ทำเพื่อหัวหน้าของฉัน(โคโลสี 3:23-24) ช่วงที่ฉันรู้สึกแย่ช่วงหนึ่ง ฉันเขียนบันทึกนี้

“พระเจ้า นี่เป็นครั้งแรกฉันกลัวที่จะต้องกลับไปทำงานจริงๆ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหา ฉันจะเผชิญหน้า แต่ตั้งแต่หัวหน้าได้คอมเม้นเกี่ยวกับงานของฉัน มันมีผลกระทบมากกับฉัน ฉันกลัวที่จะได้รับอีเมล์จากเธอกับปัญหาเดิมๆ พระเจ้า พระองค์สอนฉันตั้งแต่ยังเล็กว่าให้วางใจพระองค์ เคารพพระองค์ในเรื่องอื่นๆ ทำงานถวายเกียรติต่อพระองค์ไม่ใช่มนุษย์ ฉันอธิษฐานว่า พระองค์จะช่วยฉันที่จะปล่อยมันไปไม่ว่าความขมขื่นและความทุกข์ฉันต้องทำต่อไปกับเธอ และโฟกัสไปที่พระองค์”

ในเวลาหนึ่งสัปดาห์ พระเจ้าเปลี่ยนมุมมองฉันในทางที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน ครอบครัวติดอยู่ในความโศกเศร้าและฉันต้องออกจากออฟฟิศสัปดาห์เศษ มันรวบฉันออกจากสภาวะน่าเวทนาของตนเองและช่วยใส่หลายสิ่งใหม่ในมุมมองความคิด ทันใดนั้น หัวหน้าของฉันก็ไม่ได้สำคัญกับฉันอีกต่อไป

ตลอดเวลาฉันใช้ตัวเองให้ดูดซับเอาความทุกข์ใส่ตัวเอง จนทำให้ไม่เห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้รับผิดชอบจริงๆ ฉันจำได้ว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างฉันและเป็นผู้จัดเตรียม พระองค์ให้ชีวิตและเอาออกไปได้ พระองค์อาจจะให้หัวหน้าคนนี้แก่ฉันและสามารถเอาเธอออกไปได้เช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้วพระองค์ก็ทำตามนั้น

4.หาเพื่อนร่วมงานที่มีความคิดคล้ายกันหรือเพื่อนที่สามารถสนับสนุนคุณได้

แต่ก่อนที่จะเกิดขึ้น พระเจ้าไม่ได้ปล่อยฉันไว้ให้รวนเร ฉันขอบคุณพระเจ้าที่ได้สามัคคีธรรมกับเพื่อนร่วมงามและเพื่อนจากคริสตจักรคนที่ให้คำแนะนำฉันและย้ำเตือนอำนาจอธิปไตยของพระเจ้าและความรักที่ทะลุทะลวงในเวลานี้ คนที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน

อย่ายอมแพ้ความผิดหวัง ความไม่พอใจและความเจ็บปวด ด้วยการเงียบ หาเพื่อนที่มีความเป็นผู้ใหญ่และใส่ใจที่จะอธิษฐานเผื่อคุณและให้คำแนะนำคุณได้ พระเจ้าให้พี่น้องในพระคริสต์ที่รักเราและจะเดินไปกับเราผ่านเวลาที่ยากลำบาก(สุภาษิต 17:17) วันหนึ่งคุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่หนุนใจและให้คำแนะนำต่อคนอื่นที่เป็นผู้เชื่อในสถานการณ์คล้ายกันก็เป็นได้

5.อย่านินทา

อย่างที่คุณหาคนที่จะคอยหนุนใจคุณในทางนี้ สิ่งหนึ่งที่เป็นการล่อลวงที่ใหญ่ที่สุดในการแบ่งปันเรื่องที่จะอธิษฐานเผื่อ เข้าไปสู่การนินทาเกี่ยวกับหัวหน้าของคุณ ฉันรู้สึกผิดหลายครั้ง ยิ่งเขาจ้องด้วยตาเบิกกว้างและมองอย่างไม่เชื่อเวลาที่แบ่งปันเรื่องหัวหน้าของฉัน ยิ่งทำให้ฉันกล้าที่จะเล่าเรื่องมากขึ้นไม่นานฉันเห็นตัวเองกำลังเล่าเรื่องเดิมๆกับเพื่อนๆที่ฉันพบ บางครั้งฉันใส่รายละเอียดลงไปอีก

ฉันออกไปพบเพื่อนที่เคยทำงานกับหัวหน้าที่เคยทำให้เธอป่วยจนต้องได้รับการรักษาและเราก็แลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับหัวหน้าที่ข่มเหงนี้ ฉันพบว่าฉันสาธยายเกี่ยวกับหัวหน้าจากไม่ดีจนดูแย่มาก ในความคิดของฉัน เธอกลายมาเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียด ปราศจากความหวัง

แต่ทุกครั้งที่ฉันกลับมาจากการร่วมกลุ่ม พระเจ้าลงโทษฉันกับการแบ่งปันเรื่องน่าสงสารนี้กับคนที่เชื่อและไม่เชื่อหลายต่อหลายครั้ง ฉันจบลงด้วยการสารภาพบาปของฉันและถามพระเจ้าที่จะยกโทษให้ฉันที่พูดไม่ดีต่อหัวหน้า (สดุดี 34:13)

นี่ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่ฉันยังเรียนอยู่ในทุกวันนี้

วันนี้ฉันทำงานให้หัวหน้าคนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับคนเก่า เขาเป็นนักคิดที่เห็นภาพใหญ่ อดทน เข้าใจและให้เราทุกคนได้ลองผิดลองถูก ถ้าฉันไม่มีประสบการณ์ทำงานกับหัวหน้าคนก่อน ฉันอาจจะไม่รู้สึกว่าได้รับการอวยพรภายใต้หัวหน้าปัจจุบันเท่าไหร่

คำอธิษฐานของฉันคือคุณเช่นกัน วันหนึ่งจะมองกลับไปในเหตุการณ์แบบนี้และสรรเสริญพระเจ้าที่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง