5 คู่รักโรแมนติกจากพระคัมภีร์สอนอะไรเรา

วันที่ 14-8-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน : M.Tiong, Malaysia
ผู้แปล : นฤมล บางทราย
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันเคยคิดว่าคงจะดีถ้าเราเริ่มจะคบหาใครเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเรารู้สึกว่าใช่ ไม่เคยรู้ว่าความจริงฉันควรที่จะอธิษฐานกับพระเจ้าก่อน ฉันเคยคิดว่าเมื่อความรู้สึกเริ่มจางลงจนถึงเวลาที่จะเลิกกัน ฉันก็ไม่เคยรู้ว่าการคบใครสักคนจำเป็นต้องเอาใจใส่เขา ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดว่าความโรแมนติกต่างๆจะต้องมีเหตุผล ฉันไม่รู้เลยจนเราต้องจบลงโดยการเกลียดกันและต้องเยียวยาความเจ็บปวดหลังจากถูกทิ้ง

หลังจากความรักครั้งแรกในสมัยเรียนครั้งนั้นฉันก็โสดมาจนเรียนจบ ช่วงเวลานั้นฉันต้องตกอยู่ในความรู้สึกที่ขึ้นๆลงๆ จนไปถึงจุดที่รู้สึกว่าพระเจ้าไม่รักฉัน ทำไมคนอื่นสามารถเริ่มคบกันแล้วความรักเขาดูเบ่งบานเติบโต ในขณะที่ฉันต้องระส่ำระส่าย ทำไมฉันถึงจบลงไม่เพียงแค่เจ็บฝ่ายเดียว แต่ฉันยังทำให้คนอื่นเจ็บไปด้วยแม้ว่าเราจะคบกันเพื่อหวังว่าจะแต่งงานกันในวีนหนึ่ง

หลังจากนั้นไม่นานฉันเรียนรู้ว่าฉันมองหาความสัมพันธ์ด้วยเลนส์ของตนเองเมื่อรู้สึกว่าใช่ ฉันก็จะปล่อยให้ตัวเองเข้าไปอยู่ความสัมพันธ์ทันทีโดยทึกทักเอาเองว่ามาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อเจอสถานการณ์ที่มีปัญหาเข้ามาทางกายและความรู้สึก ฉันคิดเอาเองว่าคงจะเป็นสัญญาณที่จะเลิกกันแล้วผลที่ออกมาก็คือต้องปล่อยความสัมพันธ์นี้ไป

ภาพยนตร์ รายการทีวี เกมส์จับคู่ออนไลน์ อื่นๆทั้งหมดบอกเราว่ามันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเราเอง เราถูกบอกให้ไล่ตามความรักโรแมนติก ความสุขอย่างบทละคร
แล้วเมื่อความรู้สึกเหล่านี้ผ่านไป การคบหาและการแต่งงานควรจะตามมาในตอนจบแต่ใช่ความจริงหรอ? มุมมองความรักโรแมนติกในพระคัมภีร์บัญญัติไว้อย่างไร
วันหนึ่งฉันมีความคิดขึ้นมาว่า ทำไมถึงไม่เรียนรู้จากการแต่งงานศักดิ์สิทธิ์ในพระคัมภีร์และค้นหาว่าพระเจ้าคิดอย่างไร?

ขอฉันเล่าเรื่องที่ฉันเรียนจากคู่รัก 5 คู่จากพระคัมภีร์ตามนี้

1.อิสอัคและนางเรเบคาห์ อธิษฐานเผื่อการแต่งงาน ความรักไม่ใช่เพียงความรู้สึกแต่เป็นข้อผูกมัดที่สำคัญ

นางเรเบคาห์มาจากชนเผ่าเดียวกันกับอับราฮัม นางถูกเลือกโดยคนรับใช้ของอับราฮัมเพื่อเป็นเจ้าสาวแก่อิสอัคซึ่งเป็นลูกชายของอับราฮัม หลังจากคนรับใช้ได้อธิษฐานกับพระเจ้า ฉันเห็นกระบวนการที่สำคัญมากในความสัมพันธ์นี้ การเลือกคู่สมรสในกลุ่มคนของพระเจ้า ตัวเลือกนี้ไม่ได้เป็นการสุ่ม ไม่ควรมีพื้นฐานมาจากความรู้สึก ควรจะเป็นผลจากการซื่อสัตย์ในคำอธิษฐาน ถ้าเราเข้าส่วนกับคนไม่เชื่อ เราจะจดจ่ออยู่กับจัดการกับความเชื่อและค่านิยมที่แตกต่างหรือแย่กว่านั้นเราอาจจะต้องติดตามประเพณีหรือศาสนาของอีกคนหนึ่ง จนละทิ้งพระเจ้าและคำสอนของพระองค์

สิ่งที่สองที่ฉันเรียนรู้จากความสัมพันธ์ของพวกเขาคือความรักคือการตัดสินใจถึงแม้ว่าอิสอัคและเรเบคาห์จะไม่เคยพบกันก่อนจะแต่งงาน แต่เขาสองคนสามารถรักและอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ในช่วงเวลานั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะมีภรรยาได้หลายคนแต่อิสอัคเลือกที่จะใช้ชีวิตเหลืออยู่กับเรเบคาห์คนเดียว ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนแสดงให้เราเห็นว่าเมื่อเราได้ตัดสินใจที่จะรักใครพันธสัญญาบริสุทธิ์จะถูกสร้างขึ้น เราสามารถจะเชื่อวางใจในพระเจ้าที่จะรักกันและกันได้ต่อไปจนจบ ถึงแม้ว่าจะมีความยากเกิดขึ้นในการแต่งงาน

2.โบอาสและรูธ : การเชื่อฟังคำแนะนำจากผู้อาวุโส ไม่ว่าในอดีตจะเป็นอย่างไร เชื่อวางใจว่าพระเจ้ายอมรับคุณ

รูธเป็นหญิงม่ายที่เป็นคนต่างชาติแต่เธอรักนาโอมิซึ่งเป็นแม่สามีของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ทำตามคำแนะนำของนาโอมิและบอกความตั้งใจของเธอต่อโบอาส อย่างที่เรารู้ สุดท้ายก็เป็นตอนจบที่มีความสุขแก่โบอาส รูธและนาโอมิ จากเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าพระเจ้าไม่ได้ดูถูกใครไม่ว่าเขาจะมีที่มาอย่างไร สิ่งที่พระเจ้าสนใจคือหัวใจ รูธเลือกที่จะเชื่อในพระเจ้าซึ่งเป็นพระเจ้าเดียวกันกับที่แม่สามีเชื่อ เธอเชื่อฟังผู้ใหญ่ที่เป็นที่รักของเธอและเธอก็ได้รับการอวยพรในที่สุดชื่อของเธอก็อยู่ในลำดับพงศ์กษัตริย์ของพระเยซู

ฉันเคยคิดว่าแค่คนที่แต่งงานกับสามีคนแรกเท่านั้นที่พระเจ้าจะอวยพรแต่ไม่ใช่เลย พระเจ้ายอมรับเราไม่ว่าอดีตของเราจะเป็นอย่างไร ที่น่าสนใจฉันเห็นจากการแต่งงานของรูธและโบอาสว่าผู้หญิงไม่ต้องรอให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเริ่มความสัมพันธ์ก่อนก็ได้บางครั้งผู้หญิงปล่อยให้เวลาดำเนินไปและเลือกเวลาที่เหมาะสมที่จะบอกใบ้โดยลองลดความสนใจในผู้ชายน้อยลง แน่นอนว่าการกระทำนี้ต้องอยู่ในเงื่อนไขตามพระประสงค์ของพระเจ้า ผู้ชายควรจะคิดและถามคริสเตียนผู้ใหญ่เพื่อขอคำแนะนำก่อนจะไปต่อด้วยเช่นกัน

3.โยเซฟและมารีย์: ความรักคือการแสดงออก เราสามารถบรรลุเป้าหมายงานของพระเจ้าได้ด้วยความยำเกรงและการเชื่อฟังพระองค์

เมื่อมารีย์ตั้งครรภ์พระเยซูโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ โยเซฟอยากที่จะหลีกเลี่ยงการหย่าในที่สาธารณะเพื่อจะปกป้องชื่อเสียงและชีวิตของมารีย์ ในสมัยโบราณผู้ชายที่มีคู่หมั้นแล้วมีสิทธิ์ที่จะหย่าจากคู่หมั้นในที่สาธารณะและผู้หญิงจะถูกขว้างหินจนตายในการผิดประเวณี แต่โยเซฟไม่ได้ทำอย่างนั้นเพราะเขารักมารีย์และยำเกรงพระเจ้า มารีย์ก็เป็นผู้หญิงที่ยำเกรงพระเจ้าและยอมรับการตังครรภ์ที่รู้ว่าเสี่ยงต่อตนเอง

การรักใครสักคนต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ โยเซฟได้พิสูจน์ว่าเขารักมารีย์โดยการให้เกียรติ ปกป้องและแต่งงานกับเธอ เมื่อคนชั่วร้ายไล่ตามพวกเขาหวังจะฆ่าพระเยซูที่เป็นทารกน้อย เขาก็ได้สนับสนุนซึ่งกันและกันตลอดทาง เป็นอีกคู่หนึ่งที่ยำเกรงพระเจ้าและร่วมทุกข์ร่วมสุขเพราะเห็นแก่พระเจ้าที่จะแบ่งปันความเชื่อเดียวกันอย่างการเป็นคู่สมรสและพร้อมที่มอบสิ่งนี้แก่พระคริสต์และแก่กันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงาม

4.อาควิลลาและปริสซิลลา เป็นคู่สามีภรรยาที่มอบทุกสิ่งแก่พระคริสต์ สร้างบ้านโดยให้พระคริสต์เป็นหัวและมอบถวายทุกสิ่งแก่แผ่นดินพระเจ้า

ถึงแม้ว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคู่อื่นที่เล่ามา แต่ฉันชื่นชมความมุ่งมั่นของพวกเขาที่มีต่อพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่ แม้ว่าเขาจะยุ่งอยู่กับงานของเขาแต่พวกเขาก็ต้อนรับคนรับใช้พระเจ้าอย่างอบอุ่นทั้งเปาโลและอปอลโล(กิจการ 18) เขาเปิดบ้านของเขาให้เป็นที่ประชุม (1 โครินธ์ 16) และกระตือรือร้นแสวงหาโอกาสใด ๆ ที่จะเพิ่มให้กับอาณาจักรของพระเจ้า

พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้ครอบครัวของเขาได้รับความรอดแต่เพื่อได้รับใช้ด้วยเช่นกัน การเปิดบ้านหนึ่งหลังไม่เพียงใช้แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น ยังต้องใช้เวลาและกำลังอย่างมาก ที่นี่เราได้เห็นตัวอย่างการทำพันธกิจที่กระตือรือร้นโดยฆราวาส: จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน มัทธิว 22:37 และแต่ส่วนของข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้า เราจะปรนนิบัติพระเจ้า โยชูวา 24:15

ดังนั้นสองก็ดีกว่าหนึ่ง นอกจากนี้ในการแบ่งปันชีวิตที่ขึ้นๆลงๆ คู่สามีภรรยาสามารถอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน รับใช้พระเจ้าและปรณนิบัติคนอื่นด้วยกัน นี่ช่างเป็นภาพที่สวยงาม เมื่อฉันพิจารณาถึงหลายครอบครัวที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีภาระใจในการทำพันธกิจแต่อีกฝ่ายไม่มี ฉันมียิ่งเห็นความสำคัญในการอธิษฐานที่อยากให้คู่สมรสในอนาคตของฉันที่จะมีความคิดเหมือนกัน เพียงคนสองคนมีความเป็นผู้ใหญ่และความคิดคล้ายกันสามรถสร้างครอบครัวด้วยมีพระคริสต์เป็นหัว

5.เศคาริยาห์และอลิซาเบธ อธิษฐานด้วยความเชื่อและอดทนรอคอยพระเจ้ายอมถ่อมตัวลงเพื่อพระประสงค์พระเจ้า

ตามพระธรรมลูกา 1 เศคาริยาห์และอลิซาเบธรับใช้พระเจ้าอย่างซื่อสัตย์จนกระทั่งอายุมาก ฉันจำได้โดยเฉพาะในส่วนที่เศคาริยาห์เป็นปุโรหิตผู้รับใช้พระเจ้าเมื่อพระวจนะของพระเจ้ามาถึงเขา บอกเขาถึงคำอธิษฐานของเขาจะได้รับการตอบและพระเจ้าอยากประทานลูกชายแก่เขา สิ่งนี้เตือนความจำฉันว่าพระเจ้าทรงรับฟังคำอธิษฐานของเราเสมอแต่ไม่ว่าจะใช่หรือไม่คำตอบของคำอธิษฐานก็ขึ้นอยู่กับพระประสงค์พระเจ้า

ทั้งๆที่เราเห็นความอ่อนแอของเศคาริยาห์และอลิซาเบธ เศคาริยาห์เป็นใบ้ไปชั่วขณะเพราะขาดความเชื่อและแรกๆอลิซาเบธกลัวที่จะบอกคนอื่นว่าตั้งครรภ์ แต่นี่ก็ไม่สามารถขัดขวางพระเจ้าที่จะใช้พวกเขาให้สำเร็จตามแผนของพระองค์ เมื่อเด็กนั้นได้คลอดออกมา พวกเขาเชื่อฟังพระเจ้าและตั้งชื่อเขาว่ายอห์นหลังจากอธิษฐานมาหลายปีที่จะมีลูกของตัวเอง เศคาริยาห์และอลิซาเบธปรารถนาที่จะประทานเขาให้ในงานของพระเจ้า เชื่อฟังพระเจ้าในการตั้งชื่อให้ลูก ช่างเป็นการยอมถวายที่ฉันจำเป็นต้องเรียนรู้จากพวกเขา

ทั้ง 5คู่สามีภรรยานี้พวกเขาล้วนมีความอ่อนแอของตนเอง แต่เขามีบางสิ่งที่คล้ายกันคือทั้งคู่ยำเกรงและเชื่อฟังพระเจ้า โดยเฉพาะตัวอย่างของอาควิลลาและปริสซิลลาเตือนฉันว่าต้องรับใช้พระเจ้าทุกเวลาทุกสถานที่

พระคัมภีร์มีหลายตัวอย่างที่สามารถสอนเราเกี่ยวกับความสัมพันธ์ 5 คู่ข้างบนเป็นเพียงแค่หยิบมือหนึ่งและเป็นเรื่องราวที่สัมผัสใจลึกๆของฉัน จากการศึกษาเรื่องพวกเขาทำให้ฉันกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความไม่มั่นคงจากความสัมพันธ์ในอดีตของฉัน คู่สามีภรรยาเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจแก่ฉัน ที่สร้างความสัมพันธ์ขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อจะเป็นความสัมพันธ์ที่พอพระทัยในสายตาพระเจ้าและช่วยฉันให้กลับไปโฟกัสพระองค์ฉันหวังว่าสิ่งที่ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์สามารถช่วยนำความสว่างแก่คุณในความสัมพันธ์ของคุณเอง

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง