ฉันเป็นคนที่ถูกรักจริงหรือ?

วันที่ 25-8-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน : Jacelyn C, Singapore
ผู้แปล – เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“ไร้ประโยชน์” “โง่ ” “ไม่มีอะไรดี” นี่เป็นคำและวลีที่เราอาจพูดอยู่บ่อยๆ แม้ฉันรู้จะรู้ดีว่า ฉันเป็นลูกของพระเจ้า แต่ก็มีบางครั้งที่ฉันยังคงพูดกับตัวเองด้วยคำเหล่านี้

ฉันพยายามต่อสู้กับความคิดที่มีต่อตัวเอง ว่าเป็นคนที่ขี้กลัวและถูกสร้างขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์โดยฝีพระหัต์ของพระเจ้า เมื่อฉันมองกลับมาดูตัวเอง ฉันก็คอยเตือนตัวเองว่าฉันไม่สามารถที่จะเป็นเหมือนเพื่อนของฉันได้ เมื่อเทียบกับเพื่อนของฉันแล้วพวกเค้าแต่งตัวทันสมัย ฉันแต่งตัวเชยเหมือนเด็กกะโปโลคนหนึ่ง และด้วยคะแนนที่ต่ำกว่ามาตรฐานของฉัน จึงทำให้ไม่แปลกใจว่าฉันเอื่อมระอากับระบบการศึกษาของสิงคโปร์ขนาดไหน

ขณะที่ฉันเริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ความกลัวของฉันก็เพิ่มขึ้น ฉันจะสามารถหาเพื่อนได้หรือไม่? ทุกคนจะยอมรับในตัวฉันได้ไหม? ฉันจะสามารถรับมือกับความกดดันทางวิชาการของมหาวิทยาลัยได้มากแค่ไหน? ฉันได้แบ่งปันเรื่องนี้ให้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งของฉันฟังว่าฉันกลัวและกังวลเกี่ยวกับการเริ่มต้นเรียนในมหาวิทยาลัยและเราได้เริ่มใช้เวลาอันมีค่านี้แบ่งปันพูดคุยถึงเรื่องนี้กัน

แต่แทนที่จะรู้สึกขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่เราแบ่งปัน ฉันกลับพบว่าตัวเองคอยสงสัยว่าเพื่อนของฉันสนใจเรื่องฉันมากแค่ไหน? ในขณะที่ฉันนอนบนเตียงในคืนนั้น ฉันก็เฝ้าแต่คิดว่า ตัวเองโง่และน่าเกลียดขนาดไหน? ฉันไม่สมควรที่จะได้รับความรักและความสนใจจากเพื่อนคนไหนเลย

ฉันเริ่มรู้สึกเสียใจกับความคิดของตัวเองและก็เริ่มที่จะเปิดใจ และก็อยากจะเล่าให้เพื่อนฟังถึงความรู้สึกของฉัน แต่ฉันรู้สึกกลัว และมีคำถามกับตัวเองว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอไม่ต้องการเจอฉันอีก? แต่ฉันก็สุภาพเกินกว่าที่จะทำให้เพื่อนเสียใจได้? ฉันกลัวว่าเธอจะปฏิเสธฉันคิดว่าฉันเป็นคนขี้แพ้ เกิดอะไรขึ้นถ้าเธอไปเจอเพื่อนใหม่ที่ดีในมหาวิทยาลัยและตัดสินใจว่าเธอไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับฉันอีกต่อไป?

ฉันพยายามดิ้นรนที่จะหาเพื่อนใหม่และมองหาว่าใครต้องการออกไปเที่ยวกับฉันบ้าง ไม่ใช่ว่าฉันมีความรู้เรื่องแฟชั่นเป็นอย่างดีหรือสามารถให้คำแนะนำคนอื่นเกี่ยวกับแฟชั่นได้ ผลการเรียนของฉันก็ไม่ได้ดีอะไร ดังนั้น ฉันจึงไม่ใช่คนที่เพื่อนจะหาประโยชน์ได้ซักเท่าไหร่ มันชั่งเป็นความคิดที่สับสนและไม่มีความมั่นคงใดๆในชีวิตของฉันเลย คืนนั้นในหัวของฉันเต็มไปด้วยความคิดเหล่านี้

ฉันพยายามทิ้งและเปลี่ยนแปลงความคิดเหล่านี้ แต่ในที่สุดฉันก็ยอมแพ้ให้กับมัน ฉันต้องการที่จะควบคุมความคิดของฉันในบางเรื่อง การบ้านจากการเรียนและศึกษาพระคัมภีร์ ดูเหมือนจะเป็นแนวคิดที่ดีทีเดียวในยามที่ฉันรู้สึกอ่อนกำลัง

ข้อพระคำภีร์ที่ฉันได้ศึกษาในวันนั้อยู่ในพระธรรม เอเฟซัส 3:14-21 และได้พูดเกี่ยวกับความรักของพระเจ้า— ว่าองค์พระเยซูคริสต์ไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือชาวยิวเท่านั้นแต่พระองค์ทรงเสด็จมาเพื่อช่วยเหลือชนทุกชาติ แม้ว่าจะไม่ใช่ชนชาตยิวก็ตาม

เมื่อฉันได้อ่านพระธรรมตอนนี้ก็สะกิดใจฉันขึ้นมาทันที : ว่าฉันได้รับความรัก ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู็ว่าพระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่เราทั้งหลายให้รอดจากความบาป แต่พระธรรมตอนนี้ช่วยย้ำเตือนกับฉันว่า ความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อฉันไม่ว่าจะเป็น — จิตใจที่แตกสลาย , ความไม่มั่นใจและการร้องไห้คร่ำรวญ

ฉันจึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับความจริงพื้นฐานสามประการ ที่เป็นความสำคัญเกี่ยวกับความรักของพระเจ้า ที่ฉันได้รับการเตือนจากพระองค์ :

1. ความรักของพระองค์ที่ทรงมีต่อฉันนั้นมากมายจนไม่สามารถนับได้

ในพระธรรม เอเฟซัส 3:18-19 , ท่านอาจารย์เปาโล ได้อธิบายว่า ความรักที่พระเจ้ามีต่อเราทั้งหลายนั้นมากมายเกินที่เราจะสามารถหยั่งรู้ได้ และเพื่อเราจะเข้าใจถึงความกว้าง ความยาว ความสูง ความลึก ในความรักที่พระองค์มีต่อเรา นั่นสำแดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์และเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ ดังนั้นความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเราทั้งหลายนั้นจึงมากมายเหลือเกิน

แม้ว่าฉันจะยังคงติดอยู่กับเนื้อหนังแห่งการรักตนเองเหนือสิ่งอื่นใดก็ตาม และยังคงมีความเชื่อว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทั้งหมด แต่เมื่อได้อ่านและศึกษาถึงความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อฉันอย่างมากล้นแล้ว ยังเป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้ฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงรักฉันจากสิ่งที่ฉันเป็น

2. พระเจ้าทรงรักฉันมากพอจนยอมส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาตายเพื่อไถ่ฉัน

อันที่จริงแล้ว พระเจ้าทรงรักเราทั้งหลายมากจนไม่สามารถที่จะปล่อยให้เราทั้งพินาศชั่วนิจนิรันดร์ พระองค์ทรงสละพระบุตรของพระองค์เพื่อลงมาทนทุกข์ในโลกนี้ และทรงเผชิญหน้ากับการล่อลวงและในที่สุดก็ต้องทนทุกข์ทรมานถูกตรึงบนไม้กางเขน เพื่อนำเราทั้งหลายให้กลับคืนดีกับพระองค์ (ยอห์น 3:16)
เมื่อคิดถึงสิ่งที่พระผู้ทรงสร้างทุกสิ่งบนโลกนี้ยังปรารถนาที่จะให้ความสำคัญกับเรามากเพียงไรแล้ว! ฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีความรักไหนที่ยิ่งใหญ่มากกว่าความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อฉันอีกแล้ว

3. ฉันสามารถรักผู้อื่นได้ด้วยความรักของพระเจ้า

อย่างที่เราทั้งหลายได้รู้ถึงความรักที่พระเจ้าได้ทรงมีต่อเรานั้นยิ่งใหญ่มาแค่ไหนแล้ว เราจึงเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกเพื่อที่จะสำแดงความรักของพระองค์ต่อผู้อื่นด้วยเช่นกัน

1 ยอห์น 4:7-8 ได้ย้ำเตือนเราทั้งหลายถึงความรักของพระเจ้าว่า “ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า และรู้จักพระเจ้า ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก”

การเป็นผู้เชื่อและติดตามพระเจ้าร่วมกับพี่น้องในพระคริสต์นั้น ช่วยทำให้เราได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเราทั้งหลายและทำให้เราได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้จักที่จะสำแดงความรักของพระเจ้าต่อผู้อื่นด้วย แม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตเราก็ตาม

นั่นเป็นสิ่งที่สำแดงว่าความรักสำหรับเราที่จะตอบสนองต่อผู้อื่นนั้น เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขขององค์พระเยซูคริสต์ ที่ได้ทรงสำแดงให้เราได้เห็น และเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขที่เราทั้งหลายได้รับจากผู้คนรอบข้างเราด้วยเช่นกัน

ฉันได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากความจริงเหล่านี้ และพี่น้องในพระตริสต์ช่วยให้ฉันเห็นความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อฉันแม้ในเวลาที่ฉันอ่อนแอที่สุด ถึงแม้ว่าความภาคภูมิใจของฉันอาจถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน แต่ฉันทราบดีว่าพระคุณของพระเจ้านั้นเพียงพอสำหรับชีวิตของฉัน เพราะว่าฤทธิ์เดชของพระองค์นั้นทรงมีเต็มขนาด ในความอ่อนแอที่ฉันมี (2โครินธ์ 12:9) พระเจ้าจะทรงช่วยให้ฉันเห็นว่าในสายพระเนตรของพระองค์นั้นก็พอแก่ฉันแล้ว

ฉันไม่ต่อการที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ฉันไม่ต้องการที่จะเป็นเหมือนใคร แม้กระทั่งก่อนที่ฉันจะเกิดมาพร้อมกับข้อบกพร่องทั้งหมดที่ฉันมี พระเจ้าก็ทรงรักและยอมรับฉันมาก่อนแล้วสำหรับสิ่งที่ฉันเป็นอยู่ การตอบสนองเพียงอย่างเดียวของฉันคือการขอบพระคุณและดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระองค์

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง