คริสเตียนควรฟังเพลงทางโลกอย่างไร

วันที่ 21-8-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Ruth Lidya Panggabean ,Indonesia
ผู้แปล : นฤมล บางทราย
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เป็นบทเรียนแรกที่ของเราที่เป็นคริสเตียน เราดำเนินชีวิตตามโลกนี้ที่เต็มไปด้วยความบาป
เป็นสิ่งที่ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงได้มีวัฒนธรรมที่นิยมในหนังสือเพลงและภาพยนตร์ ที่ขัดแย้งกับมาตรฐานในพระคัมภีร์เต็มไปหมด เมื่อพูดถึงเพลงแปลว่าเราจะฟังแต่เพลงของคริสเตียนอย่างเดียวเท่านั้นใช่หรือไม่ การฟังเพลงของคนทางโลกทำให้เรามีความบาปหรือไม่ ดังที่กล่าวมานี้เราต้องกลับไปดูในพระคัมภีร์เพื่อหาคำตอบ ก่อนที่เราจะดูจะฟังหรืออ่านอะไรก็ตามให้ลองพิจารณาตาม 3 ข้อดังนี้

1. สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย ขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นจริง สื่งที่น่านับถือสิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญ รวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่กล่าวทำนองนี้ (ฟิลิปปี 4:8)

ฉันเริ่มประเมินคุณค่าในเพลงที่ฉันฟังก่อนที่จะฟังเพลง ฉันจะอ่านเนื้อหาทั้งหมดก่อนแล้วถามตัวเองว่าเห็นด้วยกับข้อความที่อยู่เบื้องหลังเนื้อหาเพลงนี้หรือไม่ จะดีหรือไม่ถ้าฉันใช้เนื้อหาเพลงนี้ในการสนทนาทุกๆวัน ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดที่จะตรวจสอบเนื้อหาในเพลงที่ฟัง ตราบใดที่ฉันชอบจังหวะของเพลงและโดยเฉพาะเพลงที่กำลังนิยม ฉันจะร้องเพลงออกมาอย่างไม่สงสัย ฉันอยากจะร้องเพลงคัพเวอร์และอัพโหลดวิดิโอลงในสื่อออนไลน์เสียด้วยซ้ำแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อฉันได้เข้าร่วมในค่ายการเขียนเพลงในหนึ่งปีที่แล้ว ฉันเรียนรู้เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของนักแต่งเพลงและพยายามที่จะนำเอาข้อความที่อยากสื่อผ่านทางเนื้อเพลง เพลงมีผลต่อจิตใจ จิตวิญญาณ และความคิดของมนุษย์ล้ำลึกมากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ ไม่เพียงแค่มีผลต่ออารมณ์เท่านั้นแต่มีผลต่อมุมมองของเราด้วย

ในฐานะผู้ฟังเราจำเป็นที่จะมีความไวต่อจิตวิญญาณเพื่อจะตัดสินใจว่าข้อความและเนื้อหาในเพลงสอดคล้องกับพระคัมภีร์หรือไม่ เมื่อฉันอกหักก็จะมีเพลงบางเพลงที่ฉันชอบฟังซ้ำๆเพราะว่าเนื้อหาและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเพลงมีความคล้ายคลึงกับประสบการณ์ของฉัน อย่างไรก็ตามมากกว่าการได้รับกำลังใจโดยพวกเขาฉันกลับรู้สึกว่ายิ่งเศร้าลงไปมากกว่าเดิม ฉันพบถ้อยคำแห่งสติปัญญาที่เขียนในพระธรรมสุภาษิต 25:20 คนที่ร้องเพลงให้คนหนักใจฟังก็เหมือนคนถอดเสื้อผ้าออกในวันที่อากาศหนาวและเหมือนเอาน้ำส้มสายชูมาวาดบนแผล แล้วไม่มีอะไรผิดในเพลงที่ฉันร้องแต่ท่ามกลางความเจ็บปวดฉันจดจ้องไปในเนื้อหาของบทเพลงและทำนองที่โศกเศร้าผลก็คือไม่เพียงแต่ทำให้ฉันไม่มีความสุขเพลงนี้ยังฉุดฉันให้เศร้าลงไปอีก

บ่อยครั้งเราจดจ่อในความไพเราะของท่วงทำนองและเนื้อหาในบทเพลง แทนที่จะทำอย่างนั้นแต่ให้เราพินิจพิเคราะห์ใจความหลักของเพลงแต่ควรจะพิจารณาให้ถี่ถ้วนในแนวคิดของเพลงว่าให้สันติสุขหรือไม่ โดยใช้หลักการนี้เราจะสามารถฟังเพลงทางโลกที่มีเนื้อหาและเรื่องราวที่จะไม่ขัดแย้งกับพระคัมภีร์ ดังเช่นเพลงที่มีเนื้อหาในการให้แรงบันดาลใจและชี้ให้เห็นค่านิยมที่เป็นเชิงบวก

ถามตัวเองว่าเพลงที่เราฟังอยู่ทำให้เราเห็นความเมตตาของพระเจ้าในชีวิตของเราหรือไม่

2. เราทำทุกสิ่งได้ไม่ใช่ทุกสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ เราทำทุกสิ่งได้แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งนั้นทำให้เจริญขึ้น (1 โครินทร์ 10:23)

จริงหรือไม่ที่พระคัมภีร์ไม่ได้ห้ามเราในการฟังเพลงทุกแนวแต่เราต้องมีปัญญาที่จะเลือกเพลงที่จะฟัง การเป็นคริสเตียนไม่เกี่ยวว่าอะไรที่ไม่ควรทำแต่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เรามีระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ ทุกๆตัวเลือกที่เราเลือกในแต่ละวันเพลงแนวไหนที่เราเลือกจะฟังที่จะสะท้อนความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าว่าเป็นอย่างไร มีเรื่องเล่าที่คล้ายคลึงกันในเรื่องนี้ว่า มีหมาป่าสองตัวอาศัยอยู่ใกล้กัน หมาป่าตัวแรกเป็นสัญลักษณ์ของความมืดและความบาป ส่วนหมาป่าตัวที่สองเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อและความรัก

ถ้าวันหนึ่งหมาป่าสองตัวนี้ต่อสู้กันหมาป่าตัวไหนจะชนะ

คำตอบคือ หมาป่าตัวที่ได้รับการเลี้ยงดูและให้อาหารมากที่สุด

ดังที่กล่าวมา การเลือกก็เป็นของเราในด้านต่างๆของชีวิตที่เราอยากจะสร้างมันขึ้นมา
เมื่อหัวใจของเราบาดเจ็บไม่ว่าจะเป็นนักแต่งเพลง นักร้อง หรือเพลงที่มีอยู่ตามท้องตลาดจะสื่อความหมายผิดๆ ฉันควรที่จะหันกลับไปหาพระเจ้าหาความรักที่ไม่สิ้นสุดของพระองค์แต่ฉันกลับไปหาเพลงที่สื่อความโศกเศร้าแทน

วันนี้ฉันไม่มีเวลาที่จะฟังเพลงสักเท่าไหร่ดังนั้นฉันตัดสินใจที่จะเลือกเพลงที่ทำให้ฉันนึกถึงพระเจ้าท่ามกลางงานที่ยุ่ง ฉันมีทั้งเพลงคริสเตียนและเพลงทางโลกในโทรศัพท์ที่จะสามารถเปิดฟังได้ตลอดเวลา มีเพลงหนึ่งที่ฉันชอบฟังที่ร้องโดยกลุ่มที่ชื่อว่าซิมโฟนี่เวอร์ธชิพ(วงดนตรีนมัสการ)ชื่อเพลงฉันร้องฮาเลลูยา เป็นเพลงที่ให้กำลังเมื่อเรากำลังจมลงสู่ความกังวลส่วนเพลงของทางโลกฉันชอบที่จะฟังเพลงของโมนิต้า ทาฮาเลียในเพลงที่ชื่อว่า ไม่โดดเดี่ยว ซึ่งเพลงนี้ฟังเมื่อไรไม่เคยทำให้หมดกำลังเพราะเพลงนี้ทำให้นึกถึงเพื่อนสนิทของฉัน

3. อย่าลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจแล้วอุปนิสัยของท่านจะเปลี่ยนใหม่เพื่อท่านจะได้ทราบอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย อะไรดียอดเยี่ยม (โรม 12:2)

ฉันเชื่อว่าคริสเตียนจำเป็นต้องทันสมัยจากความนิยมเก่าซึ่งเป็นประเด็นของปัญหาในสภาพแวดล้อมของเรา แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่โลกบอกเรา อย่ากลัวที่จะถูกมองว่าไม่เท่ห์เมื่อคุณถูกปฏิเสธในสิ่งที่ขัดแย้งกับพระประสงค์ของพระเจ้าจากพระคัมภีร์และรวมถึงเนื้อหาของเพลงต่างๆด้วยความเป็นจริงการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการใช้เพลงเพื่อขะหาโอกาสที่จะแบ้งปันความเชื่อของเราให้ผู้อื่น เพลงสามารถใช้เป็นวิธีการออกไปประกาศและอยู่บนการให้กำลังใจให้แรงบันดาลใจตัวเราเอง
เพลงเป็นความหลงใหลของฉัน ฉันร้องเพลงทางโลกตามที่จัดกิจกรรมต่างๆ อัพโหลดวิดิโอเพลงที่ฉันร้องคัพเวอร์ลงสื่อออนไลน์และแม้กระทั่งไปดูคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆเพื่อเป็นแรงบันดาลใจแต่จะเลือก

เพลงที่จะฟังอย่างระมัดระวังที่จะไม่ให้ขัดแย้งกับค่านิยมของคริสเตียน
ด้วยที่ฉันเป็นคริสเตียนที่รักในดนตรีฉันรู้ว่ามันยากมากที่จะถือรักษาค่านิยมคริสเตียนในปัจจุบันนี้แต่จริงๆแล้วมันคือโอกาที่เราจะแบ่งปันค่านิยมของพระคริสต์ต่อผู้อื่น อาจจะเป็นการแต่งเพลงคริสเตียน การมีชีวิตที่บริสุทธิ์ท่ามกลางธุรกิจการบันเทิงหรือทั่วไป ไม่เลือกที่จะฟังเพลงที่มีเนื้อหาให้เกิดคำถามที่ทำให้ไม่แน่ใจ อย่าร้องขอให้เป็นที่ยอมรับและร้องขอความรักจากคนรอบๆตัวแต่ให้สรรเสริญพระเจ้า ยอมรับว่าเราได้รับพระคุณของพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม โดยพระองค์ผ่านทางพระองค์และทั้งหมดของเราที่มีในพระองค์ ให้เราระลึกถึงตัวเราเองถึงสิ่งนี้

Tags: Ruth Lidya Panggabean, , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง