การต่อสู้ที่ล้มเหลวของการเป็นแม่

วันที่ 9-8-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Charmain Sim
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ลูกน้อยของฉันกำลังร้องไห้ เมื่อฉันมองไปที่นาฬิกาและฉันก็ถอนหายใจ ทันใดนั้นภารกิจในการเช็ดจานชามให้แห้งก็เสร็จสิ้นพอดี และรีบวิ่งไปอุ้มลูกน้อยจากเปลของเขา และในหนึ่งวันกิจวัตรประจำวันของการเป็นแม่ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้

มีผู้หญิงหลายคนที่เป็นคุณแม่สายสตรองคือมีความแข็งแรงและมีคุณสมบัติเพียบพร้อมในการเป็นแม่ ฉันก็เคยเป็นผู้หญิงสายสตรองเช่นกัน ฉันกระตือรือร้นและเฝ้ารอคอยที่จะการเลี้ยงลูกน้อยอยู่ตลอดเวลา และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ปรึกษาสามีของฉันแต่อย่างใด

แต่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ฉันได้กลายเป็นแม่จริงๆ พร้อมกับความคาดหวังในความสุขเล็กๆที่กำลังจะได้รับ และความสุขที่ว่านั้นของฉันก็ค่อยๆหดหายไปทีละน้อย ฉันได้เรียนรู้ว่ายังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถเป็นไปอย่างที่เราหวังได้ —โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนอนหลับให้เพียงพอ

ลูกชายของฉันเป็นคนตื่นง่าย เพราะฉะนั้นเป้าหมายของฉันคือการทำให้เค้านอนหลับให้เพียงพอ มันเป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันที่วนเวียนและไม่มีวันจบสิ้น แต่อยู่มาวันหนึ่งฉันก็ได้ค้นพบวิธีที่น่าทึ่งที่จะทำให้พ้นจากวงเวียนและกิจวัตรที่ว่ามานั้น ฉันไม่รู้เลยว่าความพยายามที่จะให้ลูกนอนหลับให้เพียงพอนั้น ต้องใช้ความพยายามและความทุ่มเทเป็นอย่างมาก จนเมื่อฉันทำสำเร็จ มันช่างมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกนอกจากน้ำตาของความอิ่มใจ ที่ได้ทำหน้าที่ของแม่ให้สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

ฉันรู้ว่าการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ อีกทั้งการวางแผนที่จะช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับสนิททั้งกลางวันและกลางคืนนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควร ฉันต้องมีแผนสำรองที่จะต้องรับมือหากลูกยังคงประสบปัญหาจากการนอนหลับไม่สนิทอยู่ ฉันพร้อมแล้วล่ะ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันยังไม่พร้อมที่จะยอมรับกับความผิดหวังที่อาจจะเกิดขึ้นจากความล้มเหลว เพราะฉันพยายามที่จะเอาชนะความอ่อนเพลียและความหงุดหงิดที่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพีบงพอ ฉันสูญเสียความมั่นใจจากความล้มเหลวหลายครั้ง ในความพยายามที่จะทำตามแผน และการทำตามตารางในการเลี้ยงลูกซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนลืมความตั้งใจที่เคยส่องสว่างในความอยากเป็นแม่เมื่อหลายเดือนก่อน ฉันพบว่าตัวเองคอยตั้งคำถามอยู่เสมอว่า “ฉันจะยังพยายามทำมันไปทำไม ในเมื่อฉันต้องล้มเหลวอยู่ทุกวัน?”

อันที่จริงแล้ว ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อแม่ต่างก็คาดหวัง ที่จะให้ชีวิตของลูกดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและเป็นไปตามพัฒนาการที่ควรจะเป็น แม้ว่าลูกจะเติบโตไปมากเท่าใดก็ตาม “จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป และเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาจะไม่พรากจากทางนั้น” (สุภาษิต 22:6)

หนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงดูที่ฉันเคยอ่านมาได้บอกว่าพ่อแม่ต้องสำแดงให้ลูกเห็นถึงพระกิตติคุณของพระเจ้าแก่เด็กเล็กๆ แต่ในช่วงวัยเด็กของลูก ฉันต้องการที่จะสอนลูกในสิ่งที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงให้ได้ผลอย่างเต็มที่ จึงเป็นเหตุให้ฉันต้องหยุดชะงักเมื่อแผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า ฉันควรจะแบ่งปันพระกิตติคุณของพระเจ้ากับลูกน้อยของฉันอย่างไร? เมื่อลูกน้อยของฉันยังพูดจาไม่รู้เรื่องซักเท่าไหร่เลย

ฉันอธิษฐานขอพระเจ้าทรงประทานสติปัญญาและความสว่างที่ฉันจะมีหนทางในการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตไปในทางอันชอบธรรมของพระเจ้า แต่แทนที่พระเจ้าจะทรงตอบฉันผ่านทางเสียงกระซิบให้ฉันได้รู้ พระองค์กลับทรงตอบฉันเป็นพระวจนะคำของพระองค์ตอนหนึ่งทีบอกว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น3:16) นี่คือความหมาย ของความรักของพระเยซูคริสต์ที่ทรงมีต่อเราทั้งหลาย ที่เราทั้งหลายก็ต่างรู้ดี ว่าพระองค์ทรงยองเสด็จลงมาตายเพื่อไถ่เราทั้งหลายพี่น้องที่รักในพระคริสตฺทุกท่าน พระเจ้าทรงสำแดงให้ฉันเห็นว่า การสำแดงพระกิตติคุณและความรักของพระเจ้านั้น จะต้องเริ่มต้นจากการมีความรักที่ไม่หวังผลตอบแทน และเป็นความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว

ฉันได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากการเป็นพ่อแม่ ฉันเรียนรู้ที่จะรักอย่างไม่มีข้อแม้ เพราะฉันไม่ได้คาดหวังอะไรตอบแทนจากลูกชายของ ฉันมีแต่ความทุ่มเทที่จะดูแลเค้าให้ดีที่สุดด้วยความรักที่ไม่หวังอะไรตอบแทน แค่บางครั้งรู้สึกเหนื่อยเวลาเราไม่เข้าใจที่เค้าและในเวลาที่เค้างอแงมากกว่าปกติ

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะตอนนี้ฉันรู้ว่าฉันมีลูกที่จะต้องดูแลและเลี้ยงดูเค้าให้ดีที่สุด ตราบเท่าที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ —หรือไม่อย่างน้อยก็จนกว่าเค้าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่จะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างหมดห่วง นั่นหมายความว่าฉันต้องไม่ยอมแพ้หรือยอมจำนนให้กับความล้มเหลวที่เกิดขึ้น จากประสบการณ์มันสอนให้ฉันรู้ว่าการให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่เป็นครั้งสองเพราะนั่นเป็นการสำแดงความรักให้กับตัวเองเพื่อที่ฉันจะสามารถรักคนอื่นได้เช่นกัน ฉันเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากการใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงาน แต่การเป็นพ่อแม่นั้นยากกว่านั้นคือต้องพยายามประคับประคองความไม่สมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวในการเลี้ยงลูกนี้ไปให้ได้ ฉันเรียนรู้ที่จะให้โอกาสแก่ตัวเอง ให้เวลาที่จะต้องเรียนรู้ในการเป็นพ่อแม่ที่ดี และดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ และพระคำของพระเจ้าที่จะคอยหนุนใจให้ฉันมีกำลังใจ ที่สุดแล้วก็เพื่อที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับตัวเองเพื่อที่ฉันจะได้นำสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันได้รับนี้ไปมอบให้กับลูกน้อยของฉันเช่นกัน

มันเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ เมื่อเราเปลี่ยนความคิดของเราภายในเสี้ยววินาที และสามารถเปลี่ยนให้ชีวิตของเราให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และฉันยังคงตั้งเป้าหมายไว้ทุกวันว่าจะต้องให้ลูกชายของฉันนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แน่นอนว่าฉันยังคงเหนื่อยล้าและล้มเหลวบ้างในบางวัน ถึงแม้ว่าลูกชายของฉันจะยังคงเป็นคนตื่นง่าย แต่ว่าฉันก็พยายามเข้าใจและก็ไม่ได้กดดันตัวเองเหมือนแต่ก่อนแล้ว เป้าหมายที่ฉันได้วางไว้จึงกลายเป็นเป้าหมายที่นำสันติสุขมาให้ฉันมากกว่าความกระวนกระวายใจ มีความอดทนมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะสำแดงพระคุณของพระเจ้าผ่านทางการป้อนอาหารให้กับลูกน้อย, การใช้เวลาเล่นกับเค้าและทำให้เค้ารู้สึกอบอุ่นให้มากที่สุด

ยังมีหน้าที่และเป้าหมายอีกหลายอย่างสำหรับคนเป็นแม่ที่จะต้องทำ แต่สำหรับฉันแล้ว สรุปได้สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่ฉันจะต้องทำ คือ การมอบความรักให้แก่ลูกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้และรักโดยไม่มีข้อแม้ และนั่นคือการที่ฉันจะสำแดงพระคุณและความรักของพระเจ้าให้แก่ลูกชายของฉันนั่นเอง

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง