5 วิธีต่อสู้กับการผัดวันประกันพรุ่ง

วันที่ 28-7-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน: Jolene C. , Singapore
ผู้แปล: นฤมล บางทราย
ผู้เรียบเรียง: ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ผัดวันประกันพรุ่งคือ การทำอะไรช้าหรือการทำบางสิ่งที่ช้ากว่าที่ควรจะเป็น เลื่อนการกระทำบางสิ่งจนช้ากว่าเวลาที่กำหนดเพราะไม่อยากทำ, เพราะความขี้เกียจของคุณ (Merriam-Webster dictionary)

ฉันเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งและต่อสู้กับเรื่องนี้ตั้งแต่เกิด จริงๆแล้วตอนแม่คลอดฉันก็ช้ากว่ากำหนด ฉันปฏิเสธการที่จะคลอดออกมาอย่างถูกเหมาะสม บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าฉันรู้สึกสบายเกินกว่าจะออกมาดังนั้นแม่จึงต้องผ่าตัดคลอดฉันออกมา

ฉันเลื่อนเวลาที่จะเริ่มทำงานโดยการวางแผนและค้นคว้าเพื่อพยายามแสดงเหตุผลอันสมควรพร้อมบอกอีกว่าฉันต้องการที่จะแน่ใจว่าทุกสิ่งจะสมบูรณ์แบบก่อนที่ฉันจะเริ่มลงมือทำหรือฉันจะบอกตัวเองว่าชีวิตของฉันไม่ได้วนเวียนอยู่แค่การทำงานของตนเอง ต้องเอาตัวเองออกจากการทำงานและออกไปพบปะเพื่อนฝูง,ฟังพอดแคสส์, เรียนเพลงใหม่ด้วยการเล่นอูคูเลเล่,ไปออกกำลังกาย,ไปเจอลูกพี่ลูกน้องและเรื่อยๆจนไปถึงโค้งเส้นตายที่ต้องส่งงาน

หลังจากไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรุกรนที่จะเสร็จงานให้ทันเวลาและฉันก็ทำได้ไม่ค่อยดี ฉันจะพูดกับตนเองว่า “ฉันรู้ว่าฉันทำได้ดีกว่านี้” “ฉันจะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งแน่ ฉันสัญญา” แต่ก็เหมือนเดิมฉันล้มเหลวกับคำสัญญาของตนเองอีกหลายครั้ง พฤติกรรมนี้ยิ่งเป็นการตอบสนองการพยากรณ์และทำให้ฉันเชื่อในจิตใต้สำนึกว่า งานฉันจะล้มเหลวเสมอดังนั้นฉันล้มเหลวที่จะเริ่มต้น

แต่ลึกลงไปไม่ว่าอย่างไรก็ตามฉันต้องการที่จะมีประสิทธิผลจริงๆแล้วเชื่อว่าคนที่ผัดวันประกันพรุ่งส่วนใหญ่รู้สึกอย่างเดียวกัน ทำนองเดียวกันฉันเหนื่อยกับการผัดวันประกันพรุ่งมันฟังดูเหมือนพูดอย่างใจอย่างแต่มันเป็นความจริง

ฉันรู้สึกถึงการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่เพื่อบางจุดประสงค์เกี่ยวกับนิสัยที่ไม่ดีของฉันเพราะว่าฉันรำลึกถึงพระคริสต์ให้เราเป็นอิสระจากการเป็นทาสความบาป พระองค์ซื้อชีวิตเราโดยพระองค์เองและพระองค์ซื้อเวลาของเราเช่นกัน ทุกสิ่งที่เราเป็นอยู่พร้อมด้วยเวลาของเราตอนนี้ก็เป็นของพระเจ้าพระผู้สร้างของเรา พระองค์ได้วางเราไว้บนโลกนี้อย่างมีวัตถุประสงค์

ต่อไปนี้เป็น 5 กระบวนการที่ฉันกำลังใช้ในปัจจุบันนี้เพื่อจะต่อสู้กับการผัดวันประกันพรุ่งและมีความหวังว่ากระบวนการนี้จะสามารถช่วยคุณได้เช่นกัน

1.ผัดวันประกันพรุ่งบนการผัดวันประกันพรุ่ง

บางครั้งฉันคิดว่าเราดูแคลนกำลังของเราเองที่จะเปลี่ยน “ ฉันไม่สามารถหยุดการผัดวันประกันพรุ่ง” เราอาจโอดครวญ แต่ถ้างานสามารถรอได้ฉะนั้นการผัดวันประกันพรุ่งก็รอได้เช่นกันอย่างนั้นหรอ

ฉันคิดว่าได้นะถ้าเลื่อนการผัดวันประกันพรุ่งโดยการปิดหน้าต่างกูเกิ้ลโครม 10 หน้าที่เปิดบนแถบเรื่อง “จิตวิทยาเบื้องหลังการต่อต้านสังคม” ใช่มันเขียนขึ้นมามาเพื่อคนที่สนใจจะอ่านแต่ไม่ใช่ระหว่างการทำงาน!

แทนที่จะอ่านให้ออกไปเดินสัก10นาที คุยกับพระเยซู ล้างหมอกที่อยู่ในหัวของเราหรือพยายามที่จะบอกกับตนเองว่า “พระเยซูไม่ได้ช่วยเราเพื่อให้เราขี้เกียจลุกออกจากที่นอนและหนีการเขียนงานที่ได้รับมอบหมายที่ค้างเกินกำหนดมาสองสัปดาห์…”

อย่าเลี่ยงหรือไม่สนใจการผัดวันประกันพรุ่งเพราะมันจะยิ่งที่ให้เราตกอยู่ในนั้นมากขึ้น ให้ความสนใจสิ่งนี้แต่ไม่ใช่ให้กำลังกับมัน

2. คุยกับตนเอง

บ่อยครั้งฉันใช้เวลาที่จะคิดถึงการลงมือทำมากเกินไปและไม่สามารถลงมือทำได้จริง เพื่อจะหยุดมันฉันจะพยายามบอกตัวเอง “อีกไม่กี่นาทีจะถึงที่นอน อากาศวันนี้ดีมาก ฉันขอจะไปวิ่งพรุ่งนี้แทนแล้วกัน”

“สวัสดี คุณจำเป็นต้องม้วนตัวออกจากที่นอนใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้าและออกจากห้อง คุณทำได้ ไปเลย ตอนนี้!”

การพูดออกมาสามารถช่วยเราหยุดความคิดมากแล้วให้เราทำได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพ
กระบวนการนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะเพราะไม่ใช่งานที่ใช้สมองมากเช่น การเก็บที่นอน การซักผ้า การอาบน้ำ การออกกำลังกาย อื่นๆ และถ้าเรามีงานที่ใหญ่กว่าเราสามารถหยุดพักโดยการทำงานที่เล็กกว่าที่ง่ายในการเริ่มต้นและง่ายที่จะสำเร็จ

มันเป็นวิธีการที่ช่วย ถ้าเรามีนิสัยที่ล้มเหลวในนิสัยไม่ดีแล้วไมทำงาน

3. ทำให้ตนเองให้มีความรับผิดชอบ

ผลกระทบจากการผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้กระทบต่อฉันจนกระทั่งฉันเห็นว่ามันกระทบต่อเพื่อนของฉัน ฉันรู้ซึ่งว่าการเลื่อนออกไปหรือและความครึ่งๆกลางๆของฉันกำลังผลักเขาไปสู่อันตราย ทำให้เขามีความรู้สึกเครียดทางอารมณ์และทำให้เขาต้องใช้เวลามากขึ้นในการจัดการ ในการผัดวันประกันพรุ่งฉันได้ทรยศความเชื่อใจที่เพื่อนมีต่อฉัน แทนที่จะทำในส่วนของตัวฉันจนกระทั้งถึงเวลาที่ฉันจะต้องซื่อสัตย์และยอมรับความล้มเหลวแล้วแก้ไขกับสิ่งนี้

พระเจ้ารู้ว่ามนุษย์มีพรสวรรค์ที่จะหนีความรับผิดชอบและชอบเล่นเกมซ่อนแอบดังนั้นพระองค์จึงได้ส่งผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งมาเดินไปด้วย แทนที่เราจะเอาชนะนิสัยการผัดวันประกันพรุ่งของตนเองคุณอาจจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของคุณที่จะเตือนคุณให้ทำหน้าที่ของคุณเองและคุณต้องรับผิดชอบพวกเขาด้วยการย้ำเตือนตัวเองว่าการเลื่อนออกไปสามารถทำร้ายพวกเขาได้

“เชื่อในตัวคุณเองนั่นแหละที่เป็นคนเชื่อมั่นในตัวคุณ” เพื่อนของฉันได้บอกไว้ เราจะล้มเหลวอีกหลายต่อหลายครั้งเพราะเราเป็นมนุษย์แต่ใครที่สนใจเราจริงๆเขาจะคอยอยู่รอบๆเราเพราะว่าเขาเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถทำได้ ในทำนองเดียวกันให้เราทำเช่นเดียวกันกับที่เขาทำให้เรา

4. หยุดเป็นซุปเปอร์ฮีโร่แต่พยายามที่จะเป็นศูนย์ (ซีโร่)

ฉันเริ่มที่จะรู้ซึ่งถึงการไม่รู้ว่าเท่าไรที่ฉันควรทำซึ่งหมายถึงฉันมีแนวโน้มที่จะทำมากกว่าสัญญาและสร้างข้อผูกมัดที่ไม่สามารถทำได้เมื่อในจานของฉันมีมากเกินไป ฉันรู้สึกท่วมท้นและเป็นอัมพาตที่จะเริ่มทำหลายๆสิ่ง โดยธรรมชาติมันนำไปสู่ความตาลีตาเหลือกในที่สุด ดังนั้นฉันเริ่มที่จะหยุดคิดว่าฉันสามารถทำได้ทุกสิ่ง จำกัดเวลาที่ฉันมีและจำกัดร่างกายที่อยู่กับงาน ฉันเรียนที่จะแบกเป้ตนเองก่อนและต้องทำงานของตนเองให้เสร็จก่อนที่จะไปแบกแอกของคนอื่น

วางค่าศูนย์(ซีโร่)ในสิ่งที่สำคัญจริงๆและรักษารายการสิ่งที่คุณจะทำให้สั้น ถ้าทำได้

5. ถอดปลั๊กโทรศัพท์ออก (หรืออะไรที่รบกวนคุณ)

เมื่อเราทำงาน ปิดโทรศัพท์หรือกดปุ่มโหมดเครื่องบิน เราจะรู้ซึ้งว่าโลกจะไม่ล่มสลายและเพื่อนที่หาคนคุยด้วย จะหาคนที่ว่างที่จะคุย ในระหว่างนั้นเราจะสามารถทำงานได้

เราสามารถอธิบายสถานการณ์ให้แก่คนรอบข้างได้ ดังนั้นเขาจะสามารถเข้าใจว่าทำไมคุณออฟไลน์หลังจากนั้นเทคโนโลยีควรจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการจัดการชีวิตไม่ใช่บางสิ่งที่จะจัดการชีวิตเรา
ไม่มีใครสามารถหยุดการผัดวันประกันพรุ่งยกเว้นตัวเราเองไม่แม้กระทั่งแอ๊ปที่ชื่อว่า การควบคุมตนเอง ซึ่งหยุดเราจากการเข้าถึงการเลือกหาเว็บไซต์ในเวลานานๆที่จี้เราอย่างไม่หยุดหย่อนทั่งที่ไม่ใช่เพื่อนหรือพ่อแม่เรา

เราอาจจะไม่เคยใช้เวลาของเราอย่างสมบูรณ์แบบแต่ให้ดำรงการฝ่าฟันกับความผัดวันประกันพรุ่ง ให้เราเรียนที่จะซื่อสัตย์เป็นผู้อารักขาที่ดีกับของประทานที่พระองค์ให้ ในระยะเวลาที่จำกัดบนโลก

ฉันอยากให้ชีวิตถูกนับ ในทุกวินาที ทุกนาทีและทุกชั่วโมงที่ผ่านไปในแต่ละวันให้ตั้งเวลาที่จะเกิดผลและคอยดูต่อไปด้วยกัน

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง