3 วิธีที่จะช่วยให้เรามีใจถ่อม

วันที่ 31-7-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Gabrielle Lee, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ความถ่อมใจ— คำที่ง่ายในการพูดแต่ยากที่จะทำ

เมื่อเช็คดูความหมายตามเว็บไซต์ของดิกชันนารี่ พจนานุกรมของ Merriam-Webster ได้ให้ความหมายของความถ่อมใจ คือ “การที่คุณไม่คิดว่าคุณดีกว่าคนอื่น” นี่เป็นวิธีที่โลกเข้าใจ แต่ในพระคัมภีร์ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ในพระธรรม ฟิลิปปี 2: 5-8 ซึ่งชี้ให้เราเห็นว่า “พระเยซูคริสต์เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของความอ่อนน้อมถ่อมตนหรือถ่อมใจซึ่งได้ทรงสำแดงเมื่อพระองค์ทรงเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ”

ในความสัมพันธ์ที่เรามีต่อผู้อื่น เราจำเป็นที่จะต้องคิดเหมือนอย่างองค์พระเยซูคริสต์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าโดยแท้จริงแต่เมื่อทรงเป็นมนุษย์แล้วพระองค์ก็ไม่เคยที่จะใช้อภิสิทธ์ของการเป็นพระเจ้ามาช่วยทำให้การดำรงชีวิตอย่างมนุษย์ง่ายขึ้นเลย พระองค์ทรงดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนมนุษย์ทั่วๆไป และด้วยเหตุนั้นเองพระองค์ได้ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้การเขนด้วยใจที่ยอมจำนนต่อพระเจ้าและด้วยความถ่อมใจ
สำหรับบางคนที่ยังมีความหยิ่งทะนงอย่างฉัน ความถ่อมใจ สำหรับฉันแล้วเป็นอะไรที่ยากมากที่จะทำ แต่สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้คือได้เรียนรู้จักความถ่อมใจจากพระเจ้า โดยพระคุณของพระองค์ และทรงนำฉันให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องนำมาปฏิบัติในชีวิตของการเป็นคริสเตียนของฉัน นี่เป็น 3 วิธีที่จะช่วยฝึกเราให้ดำเนินชีวิตด้วยใจถ่อม

1. เอาความภาคภูมิใจที่เรามีและสำนึกกในพระคุณของพระองค์ผู้ที่ทรงประทานของประทานต่างๆให้แก่เรา

ความอ่อนน้อมถ่อมตนเริ่มต้นด้วยการรู้และยอมรับถึงแหล่งที่มาของความสำเร็จ และความสำเร็จทั้งหมดของเราที่เรามีนั้นก็มาจากพระเจ้า

พระเจ้าเป็นผู้ทรงประทานทักษะและของประทานหรือพรสวรรค์ต่างๆให้แก่เรา และเราจะใช้ของประทานนั้นอย่างฉลาดเพื่อประโยชน์แก่พระราชกิจของพระองค์ การเขียนบันทึกประจำวันจะเป็นประโยชน์เพราะจะช่วยเตือนให้เรารู้ว่าพระเจ้ากำลังทำงานในชีวิตของเราอย่างไร (เพื่อมิให้เราลืมพระคุณของพระองค์และให้หลงให้เครดิตนั้นแก่ตัวเอง) ส่วนตัวฉันเองชอบมองย้อนกลับไปในคำอธิษฐาน และเหตุการณ์สำคัญๆที่ได้เคยบันทึกไว้ในบันทึกประจำวันของฉัน และดูว่าพระเจ้าทรงดูแลฉันและทรงนำฉันในก้าวสำคัญๆของชีวิตมากเพียงใด พระองค์ทรงเตือนฉันถึงความสัตย์ซื่อของพระองค์และช่วยปลูกฝังจิตใจแห่งความกตัญญูและสำนึกในพระคุณของพระองค์ที่มีต่อชีวิตของฉันด้วย

2. จงแสวงหามุมมองที่ถูกต้องและแสวงหาที่ปรึกษาที่เหมาะสม

ความอ่อนน้อมถ่อมตนหรือความถ่อมใจเป็นบทเรียนที่ยากและจะใช้เวลาตลอดชีวิตในการบ่มเพาะนิสัยเหล่านี้ เปรียบเสืมอนเป็นการเดินทางเพื่อที่จะเรียนรู้และปลูกฝังความอ่อนน้อมถ่อมตนหรือความถ่อมใจนั้นให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตของเรา เฉกเช่นการดำเนินชีวิตเหมือนอย่างพระคริสต์ และแน่นอนว่าการดำเนินชีวิตอย่างคริสเตียนนั้นย่อมไม่เรียบง่ายเสมอไปย่อมมีทั้งสุขและทุกข์เป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์

การรู้ความจริงนี้จะช่วยให้ฉันพร้อมสำหรับความพ่ายแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้ เป็นต้นว่า เมื่อฉันได้รับการบอกกล่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ฉันเองไม่สามารถเข้าใจได้ แม้ว่าฉันจะแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนในที่ทำงานแล้วก็ตาม ดังนั้น การมีมุมมองที่ถูกต้องจะช่วยให้ฉันอดทนต่อการแสวงหาความอ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนอย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงกระทำได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังช่วยฉันในการแสวงหาคำแนะนำหรือที่ปรึกษาที่ดีจากผู้อื่น เช่นจากเพื่อนสนิทและครอบครัวของฉัน พวกเค้ามักจะถ่อมตัวลงด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตหรือเรื่องราวความเชื่อของพวกเขา และฉันก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายจากพวกเขาด้วยเช่นกัน

พวกเขาจะเป็นคนที่ฉันพึ่งได้ เมื่อฉันต้องการคำแนะนำที่ดี เพราะพวกเขารู้จักจุดอ่อนและปัญหาของฉันและฉันสามารถที่จะเปิดใจอย่างสัตย์ซื่อกับพวกเขาได้

ฉันขอแนะนำให้คุณพยายามที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหรือกลุ่มคนที่จะสามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่คุณคุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจและสามารถทำให้คุณมีความรับผิดชอบได้ในขณะเดียวกัน และพวกเขาเหล่านั้นพร้อมที่จะเดินเคียงข้างคุณ และจะช่วยเสริมสร้างคุณให้เป็นคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนหรือมีความถ่อมใจเหมือนอย่างองค์พระเยซูคริสต์

3. รู้จักระมัดระว้งในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นกับตนเองหรือผู้อื่น

พระเจ้าทรงสร้างเราทุกคนให้มีความแตกต่างกันออกไป การรู้จุดบกพร่องและจุดเด่นของตัวเราเองจะช่วยให้เราตระหนักถึงจุดเด่นและจุดบกพร่องของผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้นด้วย

หากเราต้องการที่จะเสริมสร้างและมีความถ่อมใจมากขึ้น? บวกกับความต้องการที่จะเป็นคนที่ดีกว่าเดิม การรู้จุดบกพร่องและจุดเด่นของตัวเราเองจะเป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาตัวเราและสิ่งที่จะช่วยให้เราเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นคือการจดบันทึกในสิ่งที่ทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะเมื่อเราเริ่มเป็นคนที่มีความหยิ่ง หรือเรากลัวที่จะเป็นคนเช่นนั้นและต้องการที่จะป้องกัน?

อาจเป็นการเข้าสังคมกับเพื่อน ๆ ซึ่งคุณรู้สึกอยากจะโอ้อวดเกี่ยวกับความสำเร็จของคุณ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนอื่น ๆ ลองนึกย้อนไปในช่วงเวลาดังกล่าว และลองกลับมาคิดถึงสิ่งที่จะตอบสนองต่อความรู้สึกที่ที่แท้จริงของคุณ ซึ่งการนึกถึงพระเจ้าผู้ทรงประทานความสำเร็จให้กับคุณนั้นย่อมแต่ต่างจากการที่คุณคิดว่าตนเองเป็นคนที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

แม้ว่าตัวคุณเองจะอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันก็ตามแต่การใช้ความระมัดระวังในความคิดให้มากขึ้นย่อมส่งผลที่แตกต่างอย่างแน่นอน

นอกจากนี้คุณยังสามารถอธิษฐานเป็นคำอธิษฐานสั้น ๆได้ และมอบความคิดอันหยิ่งยโสของคุณให้พระเจ้าทรงช่วย ขอให้พระองค์ทรงยกเอาความคิดของคุณออกไป ( 2โครินธ์ 10:5 ) หรือการท่องจำข้อพระคัมภีร์ก็สามารถช่วยเราได้เมื่อเราอยู่ในเวลาที่คับขัน

การแสวงหาความอ่อนน้อมถ่อมตนหรือความถ่อมใจ ย่อมเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะการต่อสู้กับความภาคภูมิใจในตัวเองของเรา เราสามารถดึงความเข้มแข็งจากความรู้สึกที่ว่านี่ได้ โดยขอความช่วยเหลือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ไม่ทรงลังเลที่จะล้างเท้าของเหล่าสาวกของพระองค์และถ่อมพระทัยลงจนถึงจุดสิ้นสุดของพระองค์บนไม้กางเขน (ฟีลิปปี 2:8) เราต้องการที่จะเป็นเหมือนอย่างพระเยซูคริสต์หรือไม่? ให้เราเริ่มต้นด้วยการทำตามขั้นตอนเล็ก ๆ ในการแสวงหาความถ่อมใจในวันนี้

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง