ชีวิตคริสเตียนในชั่วโมงที่ 25

วันที่ 21-7-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : อ.จงกลณี สัมปชัญญานนท์
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

เราเคยสงสัยหรือเปล่าว่า การเป็นคริสเตียนที่ดี นอกจาจะต้องไปนมัสการพระทุกวันสะบาโตอย่างสม่ำเสมอ, รับใช้พระเจ้าตามของประทานที่เรามี, สำแดงความรักต่อผู้อื่น, อธิษฐานและอ่านพระคำของพระเจ้าอยู่เป็นประจำแล้ว ยังมีอะไรอีกที่เราจะต้องทำในการดำเนินชีวิตคริสเตียนบ้าง?

ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าคือผู้ที่มีชีวิตใหม่ ดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้าซึ่งเหนือความจำกัดของเนื้อหนังของเราซึ่งอ่อนแอ และมักจะมาพร้อมกับความไม่เชื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์ และกลับไปเป็นทาสของตัณหาแห่งเนื้อหนัง
จริงอยู่ที่ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าอยู่ในชีวิตของเราผ่านทางการรับบัพติศมาและได้ทำลายความบาปตั้งแต่กำเนิดของเรา (Original Sin) แต่ถึงกระนั้นก็ดีในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของเรายังคงต้องเผชิญกับพฤติกรรมบาปไม่ว่าจะเป็น คำพูดที่หยาบคาย การโกหกหลอกลวง การพูดเกินความจริง หรือการพูดความจริงแต่พูดไม่หมด ทั้งการคดโกง ความโลภ การล่วงประเวณี และการอธรรมทั้งสิ้น เหล่านี้ยังคงติดอยู่ในเนื้อหนังแห่งความเป็นมนุษย์ของเราทุกคน และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นการยากและเกินกำลังของมนุษย์ที่จะเอาชนะความบาปที่เราต่างมีได้ ดังนั้น เราจึงต้องพึ่งพากำลังที่มาจากพระเจ้า

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ล คือพระธรรมโรม 6:3-6 กล่าวว่า “ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์ เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ ในการเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย เราทั้งหลายรู้แล้วว่า ตัวเก่าของเรานั้นได้ถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป”

พระธรรมตอนนี้ได้เตือนเราทั้งหลายว่า ตัวเก่าของเราได้ถูกฝังแล้ว และเราจะถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่โดยเดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตใหม่ด้วยการดำเนินชีวิตตาม ข้อ 4 คือ “เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้นเพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน”

แล้วการดำเนินชีวิตคริสเตียนในชั่วโมงที่ 25 คืออะไร?

คือ การที่ผู้เชื่อทุกคนสามารถที่จะดำเนินชีวิแบบสวนกระแสของสังคมแห่งโลกนี้ได้ สวนกระแสแห่งเนื้อหนังและต่อสู้กับความอยากของตัวเอง เป็นการเอาชนะตัวเองเพื่อที่เราจะไม่กลับไปมีพฤติกรรมบาปและความจำกัดทั้งหลายของเนื้อหนังอีก

ในพระธรรม มัทธิว 5:40-45 ได้กล่าวว่า “ถ้าผู้ใดอยากจะฟ้องศาล เพื่อจะปรับเอาเสื้อของท่านไป ก็จงให้เสื้อคลุมแก่เขาเสียด้วยถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปหนึ่งกิโลเมตร ก็ให้เลยไปกับเขาถึงสองกิโลเมตร ถ้าเขาจะขอสิ่งใดจากท่าน ก็จงให้อย่าเมินหน้าจากผู้ที่อยากขอยืมจากท่าน
“ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า จงรักคนสนิทและเกลียดชังศัตรู ฝ่ายเราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน ทำดังนี้แล้วท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน และให้ฝนตก แก่คนชอบธรรมและคนอธรรม”

หากเราที่เป็นลูกของพระเจ้าสามารถทำได้ดังนี้แล้ว ท่านท้งหลายก็จะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตย์ในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม นี่จึงเป็นการกระทำของผู้ที่บังเกิดใหม่และดำเนินชีวิตอยู่เหนือความจำกัดของมนุษย์ คือการทำในสิ่งที่คนปกติทำไม่ได้ ทำในสิ่งที่สวนกระแสกับความรู้สึกของตนเอง นั่นคือการอยู่ในชั่วโมงที่ 25 กับพระองค์

เพราะ 1 วันของมนุษย์มี 24 ชั่วโมง นั่นคือข้อจำกัดที่เราทุกคนมี เฉกเช่นเดียวกับความอดทน แต่พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้ที่เชื่อทุกคน ข้ามผ่านความอยากของเนื้อหนังและขีดจำกัดของมนุษย์ โดยพึ่งในฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์และกำลังที่มาจากพระเจ้า ขอให้เรามีใจอดทนจากการกดขี่ข่มเหงในเรื่องต่างๆให้ได้ เพื่อให้ความอดทนนั้นเป็นการสำแดงออกซึ่งความรักของพระเจ้า และผลแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์อีกทั้งให้เราสำแดงความรัก ความเมตตา ความปราณี ความสัตย์ซื่อ ความปลาบปลื้มใจและสันติสุข ความอดกลั้นใจ การรู้จักบังคับตน (กาลาเทีย 5 :22-23)นี่คือผลแห่งพระวิญญาณบริสุทธ์ที่จะทำให้เราซึ่งเป็นผู้เชื่อทุกคนก้าวข้ามผ่านและไปอยู่ในชั่วโมงที่ 25 ของพระองค์ได้ อยู่ในการทรงสถิตย์ของพระเจ้า ทำในสิ่งที่คนในโลกนี้ทำไม่ได้เพราะขีดจำกัดที่พวกเขามี

ในพระธรรม มัทธิว 5:46-48 ได้กล่าวไว้ว่า “แม้ว่าท่านรักผู้ที่รักท่าน จะได้บำเหน็จอะไร ถึงพวกเก็บภาษีก็ยังกระทำอย่างนั้นมิใช่หรือถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของตนฝ่ายเดียว ท่านได้กระทำอะไรเป็นพิเศษยิ่งกว่าคนทั้งปวงเล่า ถึงคนต่างชาติก็กระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ เหตุฉะนี้ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบ เหมือนอย่างพระบิดาของท่าน ผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ”

ข้าพเจ้าจึงขอหนุนใจท่านทั้งหลายว่า จงขึ้นไปให้ถึงชั่วโมงที่ 25 ของพระเจ้า ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตใหม่ในพระองค์และจะต้องสวนกระแสของโลกนี้พร้อมกับเอาชนะความอยากแห่งเนื้อหนังของเราให้ได้ เพื่อที่เราทั้งหลายจะสามารถเป็นผู้ที่ดีรอบคอบได้ในสายพระเนตรของพระองค์

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง