จะเลิกแต่ง (กับงาน)ได้อย่างไร?

วันที่ 3-7-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน: Faith Yong, Singapore
ผู้แปล – ผู้เรียบเรียง: ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“เฟส! , มากินข้าวเที่ยงด้วยกันนะวันนี้ … อย่าบอกนะว่าเธอต้องทำงานวันอาทิตย์อีกแล้ว! เพราะว่าเธอทำงานตลอดเลยไม่เคยหยุด…”

น่าเสียดายที่มันคือเรื่องจริง สัปดาห์ต่อสัปดาห์ อาทิตย์ต่ออาทิตย์ ฉันอยากที่จะไปนมัสการพระเจ้าที่โบสถ์ในวันอาทิตย์และอยากจะไปเป็นพยานพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆที่กลุ่มเซลล์ที่คริสตจักรของฉัน ก่อนที่จะต้องรีบแจ้นไปทำงานและคว้าอาหารเที่ยงไปกินระหว่างทางโดยหวังว่าวันนี้จะรีบทำงานให้เสร็จและจะได้รีบกลับบ้าน

ถึงแม้ว่าในตอนเช้าวันอาทิตย์ฉันจะยังร่วมนมัสการที่โบสถ์ แต่จิตใจฉันจดจ่ออยู่ที่อื่น ฉันมัวแต่จ้องอยู่ที่ขอความของกลุ่มแชทที่บริษัท และจะเกิดความกังวลใจถ้าไม่เห็นข้อความหรืออีเมลล์ที่เกี่ยวกับงานโชว์ขึ้นมาในโทรศัพท์

ฉันมักจะเลื่อนนัดเพื่อนเสมอ ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่ทำงานเลยไม่ค่อยจะมีเวลาได้อยู่ที่บ้าน เพราะว่าฉันอยากจะได้รับการอนุมัติและความเห็นพ้องจากเจ้านายของฉัน ฉันอยากจะได้ยินเจ้านายพูดว่า “เก่งมาก เฟส! เอาเกรด Aไปเลย ในฐานะที่เธอทำงานหนักเพื่อที่จะให้ผลงานออกมาดี”
ฉันกลายเป็นคนที่แต่ง (กับ) งาน!

เท่านั้นยังไม่พอ ฉันตั้งใจและทำงานอย่างเต็มที่เพื่อที่จะให้งานนั้นออกมาดี แต่ฉันก็ไม่เคยได้ยินในสิ่งที่ฉันอยากจะได้ยินซักที แต่กลับกันเพราะสิ่งที่ฉันได้รับคือ ความโกรธ ความสิ้นหวังและความไม่พอใจ

จุดเปลี่ยนแปลงของชีวิตฉันมันเกิดขึ้น เมื่อเพื่อนของฉันถามฉันด้วยคำถามหนึ่งว่า “ถ้าวัหนึ่งเธอจะต้องถูกตัดออกจากการทำงานเพื่อองค์กรแล้ว เธอคือใคร? แล้วเธอทำงานไปเพื่ออะไร?”

ฉันอึ้งอยู่กับคำถามนั้นอยู่ซักพัก คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ เฝ้าครุ่นคิดอยู่กับเรื่องที่ว่า ฉันทำงานหนักจนไม่ได้หลับได้นอนไปเพื่ออะไร? ฉันเข้าไปค้นหาคำว่า “ทำงานหนัก-พระคัมภีร์” ในเว็บกูเกิ้ลดู และก็เห็นข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องคือในพระธรรม โคโลสี 3:23-24 — 2 ข้อนี้ฉันใช้ปากกาเน้นข้อความไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะอ่านและใคร่ครวญ
“ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด ก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์ ท่านรู้ว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จ ท่านปรนนิบัติพระคริสตเจ้าอยู่”

พระคัมภีร์ไม่ได้ต่อต้านการทำงานหนัก เพราะอันที่จริงแล้วท่านอาจารย์เปาโล ผู้เขียนพระธรรมโคโลสีนั้น ใช้เพื่อตักเตือนและให้กำลังใจผู้ที่ทำงานหนัก แต่ท่านอาจารย์เปาโลได้กำชับว่า เป้าหมายของการทำงานหนังนั้นต้องไม่ใช่เพราะว่าต้องการที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ และท่านก็ไม่ได้กล่าวถึงว่าเมื่อทำงานไปจนถึงตำแหน่งสูงสุดจะได้รับเกียรติ แต่อาจารย์เปาโลได้ให้ข้อคิดอยู่สองอย่างคือ สภาพจิตใจของเราและการถวายเกียรติพระเจ้าในฐานะที่เราเป็นลูกของพระองค์ มากกว่านั้นเราคือผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ เพราะฉะนั้น เป้าหมายในชีวิตของเราจะต้องอยู่เพื่อความพอพระทัยของพระเจ้าไม่ใช่มนุษย์ (กาลาเทีย 1:10)

งานที่เราทำสำแดงสิ่งที่สำคัญในชีวิตของเรา และสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตและเราติดสนิกับพระเยซูคริสต์มากแค่ไหน เราตั้งตารอคอยเพื่อที่จะได้รับมรดกที่มาจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์อยู่หรือเปล่า? หรือว่าเราจดจ่ออยู่ที่รางวัลของโลกใบนี้

ในฐานะที่ฉันอยากจะสำแดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า เพื่อที่จะสำแดงให้เห็นว่าสิ่งที่ฉันทำเป็นสิ่งที่พอพระทัยของพระเจ้ามากน้อยแค่ไหน และยังเป็นการสำแดงความเชื่อว่าฉันให้พระเจ้าสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันกลับเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการพักสงบในองค์พระเยซูคริสต์คือจุดเริ่มต้นในการเตรียมจิตใจของเราก่อนที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า ดังนั้น สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จึงสรุปออกมาได้ 3 ข้อดังนี้

1.ออกไปพักสงบในที่ที่ห่างไกลผู้คน

เราต้องยอมรับว่าโลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แม้กระทั่งองค์พระเยซูคริสต์เองก็ยังหาที่ๆเงียบเพื่อพักสงบและจดจ่ออยู่ที่พระเจ้า พระองค์ทรงอธิฐานอดอาที่นั่น หาร ความเป็นอิสระจากสิ่งรบกวนภายนอกและเสียงรอบข้างมากมายนั้น มันทำให้จิตใจของเรานิ่งและสามารถพักสงบอยู่ในพระเจ้าได้อย่างแท้จริง

2.อธิษฐานและใช้เวลากับพระเจ้าอยู้เป็นประจำ

และเราหาช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อเราในการฮธิษฐานแล้วให้เราใช้เวลานั้นกับพระองค์ อธิษฐานขอการทรงปกป้องจากพระเจ้า เพราะจิตใจของเราสามารถหลงออกไปจากทางของพระเจ้าได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นเราจึงต้องของการปกป้องคุมครองที่มาจากพระเจ้า เพื่อที่จะให้จิตใจของเราเตรียมพร้อมและจดจ่ออยู่ที่พระองค์อยู่ตลอดเวลา

3.แสวงหาวันสะบาโต

บ่อยครั้งที่เราไปโบสถ์และขาดความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับวันสะบาโต เพราะนี่เป็นมากกว่าแค่การไปเข้าโบสถ์ในวันอาทิตย์ ในพระธรรม มาระโก 2:27 ได้กล่าวไว้ว่า “พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต” ดังนั้นวันอาทิตย์หรือวันสะบาโตคือวันที่พระเจ้าทรงจัดเตรยมไว้ให้กับเราทั้งหลายให้พักเหนื่อยจากการทำงานหนักตลอดทั้งหกวัน เพื่อที่เราจะได้เข้ามาพักสงบและจดจ่ออยู่ที่พระองค์ เพื่อที่จะมาร้องทูลกับพระเจ้าและนมัสการสรรเสริญพระองค์ร่วมกับพี่น้องคริสเตียนผู้เชื่อทั้งหลายในคริสตจักรของเรา และเพื่อที่จะมาชื่นชมยินดีในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อเรา

การแสวงหาและเข้าพักสงบในองค์พระเยซูคริสต์นั้นคือการออกกำลังฝ่ายจิตวิญญาณของเราอย่างหนึ่ง ในฐานะที่เราเป็นผู้เชื่อ เพื่อเราจะได้เรียนรู้และต้องการชัยชนะและพระคุณที่มาจากพระเจ้า และพระองค์จะทรงนำเราให้ผานไปได้ในแต่ละวันท่ามกลางปัญหามากมายในความรับผิดชอบของงานที่เราทำ

คุณสามารถเลิกทำให้งานเป็นรูปเคารพของคุณได้หรือไม่? คุณทุ่มเทให้กับงานมากเกินไปหรือเปล่า? จนทำให้ไม่มีเวลาที่จะรับใช้พระเจ้ากับคนที่คุณรัก เพื่อที่จะถวายตัวคุณให้เป็นผลแรกในงานของพระองค์

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง