คำสารภาพจากการหาเคล็ดลับของชีวิตคริสเตียน

วันที่ 10-7-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน : Karen Kwek, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันนั่งมองดูการเปิดถุงขนมมันฝรั่งทอดด้วยความประทับใจ เพราะการแกะถุงขนมของเค้านั้นเริ่มต้นด้วยการบรรจงพับถุงลงทีละนิดละนิด เพื่อให้เป็นรูปทรงคล้ายกับถ้วยและดูน่าพิศมัยในการกินมากกว่าการกินมันฝรั่งทอดจากถุงขนมธรรมดาทั่วไป ถือเป็นความคิดที่สร้างสรรค์มาก สามีของฉันผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็ชอบและสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีในบ้านเข้ารวมการเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างไว้ที่รีโมทอันเดียวเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ฉันเป็นแฟนตัวยงของการค้นหาทางลัดในการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น ด้วยวิธีการอันชาญฉลาดต่างๆในการคิดค้นและสร้างสรรค์ถึงวิธีที่ทำจะให้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่มีมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธต่างๆที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา หรือแม้กระทั่งระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบโปรแกรมมาให้เราได้ขอบคุณวิวัฒนาการที่ล้ำสมัยและก้าวไกลในยุคนี้

ในปี 2004 นักเทคโนโลยี แดนนี่ โอเบรียน (Danny O’Brien) ได้ศึกษาถึงขั้นตอนกระบวนการ ของการทำงานของนักเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (เรียกได้ว่าเป็น “แฮ็กเกอร์”) เขาค้นพบว่าสิ่งที่ “แฮ็กเกอร์” ทุกคนมีเหมือนกันคือ การใช้เทคนิคหรือทางลัดบางอย่างที่ทำให้งานเขียนโปรแกรมของพวกเขาง่ายขึ้น คำว่า “แฮ็กชีวิต” หรือ “กลยุทธที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น” นั้น เกิดขึ้นเพื่ออธิบายการแก้ไขปัญหาและแนะนำ หรือหาเคล็ดลับที่จะช่วยทำให้เราสามารถที่จะทำสิ่งต่างๆได้รวดเร็วและดีขึ้น ที่สำคัญคือประหยัดเวลามากขึ้น ทุกวันนี้มีอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มมากมายในการแบ่งปันเคล็ดลับต่างๆเหล่านี้ หนึ่งในนั้นก็คือสื่อเช่น YouTube (ยูทูป) ที่ทำให้เรามีเคล็ดลับในการ “แฮ็กชีวิต” ได้ง่ายขึ้นและสามารถเข้าถึงได้เกือบทุกที่ทุกเวลา

ใครบ้างล่ะ? ที่ไม่อยากจะมีเคล็ดลับดีๆให้กับชีวิต

จากการเรียนวิธีลัดในการกดปุ่มบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ หรือเคล็ดลับดีๆในการปอกผลไม้ชนิดต่างๆให้ง่ายขึ้น รวมถึงคำแนะนำเคล็ดลับต่างในการท่องเที่ยวในทุกที่ทุกมุมบนโลกใบนี้ นี่แหละที่ทำให้ฉันหลงรักการรู้จักเคล็ดลับเหล่านี้ หรือที่เราเรียกกันว่า “แฮ็กชีวิต” นั่นเอง มาดูกันว่าชีวิตฉันดีขึ้นอย่างไร

1. “เคล็ดลับชีวิต” ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานของฉัน ทำให้ฉันได้ใช้ชีวิตมากขึ้น

ฉันทำงานน้อยลงและงานที่เคยยากก็กลับง่ายขึ้น ดังนั้นฉันจึงมีเวลาที่จะพักผ่อนและใช้ชีวิตส่วนตัวของฉันได้อย่างสบายๆ

2. “เคล็ดลับชีวิต” ทำให้ฉันรู้สึกฉลาดขึ้น

การที่ฉันสามารถใช้เวลาอันน้อยนิดเพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆซึ่งปกติแล้วคนธรรมดาทั่วไปอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าเป็นสองเท่า แต่เมื่อฉันใช้กลยุทธหรือเรียนรู้จากเคล็ดลับเหล่านั้นแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องใช้บริการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือช่างฝีมือต่างๆอีกต่อไป เพียงแค่ฉันลองเข้าไปศึกษาวิธีการแก้ไขและเคล็ดลับต่างๆ จาก YouTube (ยูทูป) แค่นั้นฉันก็สามรถที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆได้อย่างสบาย

3. ฉันก็เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายแบบไฮสปีด

คือ มนุษย์ต้องการความรวดเร็วทันใจ และสิ่งต่างๆที่พวกเราต้องการในตอนนี้คือความสะดวกสบายที่จะทำให้เรารู้สึกดี และในขณะเดียวกันการรอคอยก็เป็นเรื่องยากสำหรับเรา เพราะมันทำให้เราเกิดความเครียดและความกังวล บริษัทต่างๆ และนักการตลาด ใช้ประโยชน์จากความจริงในเรื่องจิตวิทยาของมนุษย์ในข้อนี้ เพื่อหาประโยชน์ให้กับธุรกิจของพวกเค้า เช่น ผ่านทางสายด่วนฮอตไลน์ต่างๆ (ซื้อด่วนของมีจำนวนจำกัด) หรือโดยการให้บริการตามคำขอของลูกค้า

เหตุผลเหล่านี้ดึงดูดใจเราทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ในสังคมยุคใหม่ มีทางเลือกมากมายในการขายและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากบริการต่างๆที่เพิ่มขึ้น และเป็นเพราะสิ่งต่างๆมากมายที่ดึงดูดความสนใจและความใส่ใจของเราในฐานะของผู้บริโภคสมัยใหม่ ด้วยถือคติที่ว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” ที่ทั้งหลายต่างคุ้นเคยและได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วและง่ายดาย ทำให้คนเราได้พัฒนาความคิดในการเป็น “สารพัดช่าง” คือสามารถซ่อมได้ทุกอย่างและลูกค้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าสามารถที่จะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วหรือไม่?
โลกปัจจุบันนี้อะไรๆก็สามารถให้ผลลัพธ์ได้อย่าง “ทันที” ตั้งแต่โฆษณากาแฟไปจนถึงการอนุมัติสินเชื่อในอุตสาหกรรมโรงงานใหญ่ๆและนำเอาคโนโลยีชีวภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เพื่อที่จะทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานกันอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้กระทั่งข่าวสารในปัจจุบันก็มักจะมาเป็นแพ็คเกจเพื่อที่จะถ่ายทอดข้อมูลให้ได้รวดเร็วที่สุด บ่อยครั้งที่เราเห็นหัวข้อในบทความต่างๆเช่น “5 วิธีที่จะทำให้รวย” หรือ “7 เคล็ดลับตามวิถีคนรวย” และลืมที่จะศึกษาถึงขั้นตอนตามประสบการณ์จริงหรืออ่านลึกเข้าไปในข้อมูลนั้นๆ เพราะให้ความสนใจกับการให้คำแนะนำในเคล็ดลับต่างๆมากเกินไป เราได้แต่เจาะเคล็ดลับในชีวิตแต่เคยเจาะลึกถึงเคล็ดลับจริงๆแล้วหรือยัง?

มีเคล็ดลับอะไรในการดำเนินชีวิตอย่างคริสเตียนหรือไม่?

มันทำให้เราอยากรู้ไม่ใช่แค่เพียงเกี่ยวกับปัญหาเท่านั้น แต่ทำให้เราอยากที่จะเรียนรู้ถึงวิธีการในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วย ในฐานะที่เป็นนักเทคโนโลยี แดนนี่ โอเบรียน (Danny O’Brien) ได้ทำการสำรวจเกี่ยวคนส่วนใหญ่ในยุคสมัยวิวัฒนาการที่ล้ำหน้านี้ ยังไม่พบปัญหาที่ต้องการหาทางลัดที่จะแก้ไขปัญหานั้นๆได้อย่างชัดเจน แต่สามารถจำกัดอายุของกลุ่มคนที่ชอบค้นหาทางลัดหรือเคล็ดลับต่างๆได้ และไอเดียเหล่านั้น บางไอเดียอาจจะใช้วิธีที่เราไม่สามารถที่จะทำได้หากเราไม่ทำความเข้าใจในขั้นตอนทั้งหมดให้ดีเสียก่อน
หลายคนรู้สึกเช่นนี้เกี่ยวกับชีวิต อาจผ่านการแก้ไขอย่างรวดเร็วของเราเราหวังว่าจะควบคุมสิ่งที่เราทำได้เพื่อให้ธุรกิจที่ยุ่งเหยิงทั้งชีวิตไม่ได้คลี่คลายและครอบงำเรา อย่าทำให้ฉันผิด – ฉันจะทำทุกอย่างได้ดีและคิวสั้น ๆ ที่ธนาคาร (ดีคิวที่สั้นกว่าทุกที่!) แต่ชีวิตจริงเป็นปัญหาที่ซับซ้อนหรือไม่? มีการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วหรือไม่? ขณะที่ฉันคิดเกี่ยวกับความรักของฉันสำหรับทางลัดและการแสวงหาการแก้ปัญหาที่ฉลาดของฉันมันเกิดขึ้นกับฉันว่าพระคัมภีร์นำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันในชีวิต

สิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกที่ทุกคนมี คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่เราคาดหวังว่า เราเองจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่างด้วยตัวเราเองได้ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหายุ่งเหยิงในชีวิต อย่าเข้าใจฉันผิด! ฉันเพียงต้องการที่จะบอกว่าฉันอยากจะทำทุกอย่างให้สำเร็จด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง เหมือนการทำธุกรรมการเงินในธนาคารในสมัยนี้ที่ไม่ต้องรอคิวนาน แต่สามารถทำให้เสร็จครบทุกขั้นตอนด้วยความรวดเร็วได้ แต่ชีวิตคนมันซับซ้อนมากกว่านั้น จะมีวิธีการอะไรบ้างที่จะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเราได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว การแก้ไขปัญหาในชีวิตที่ดีและเป็นเคล็ดลับที่ฉันกำลังมองหานั้นอยู่ในพระคัมภีร์ ซึ่งในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลนี้ก็ได้นำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันของมนุษย์ให้เราได้อ่านและศึกษา เพื่อที่จะสามารถนำมาปรับใช้ได้กับชีวิตจริง

ชีวิตไม่ใช่ปัญหา แต่ความสัมพันธ์ของคนต่างหากที่เป็นปัญหา

ผู้ยิ่งใหญ่อย่างกษัตริย์ซาโลมอนใช้เวลาทั้งชีวิตศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ รวมถึงได้อธิบายถึงความฉลาดของตนเอง เป็นข้อสรุปที่เราไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่า “แล้วข้าพเจ้าจึงเห็นภารกิจของพระเจ้าว่า มนุษย์จะค้นหาความเข้าใจในพระภารกิจที่บังเกิด อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์หาได้ไม่ เพราะว่ามนุษย์จะออกแรงค้นหาสักปานใดก็ยังจะ ค้นหาให้พบไม่ได้ เออ ยิ่งกว่านั้นอีก แม้ว่านักปราชญ์คนใดนึกเอาว่าเขาจะเข้าใจแล้ว เขาก็ยังค้นหาไม่พบ” (ปัญญาจารย์ 8:17)

กษัตริย์ซาโลมอนเข้าใจดีว่าการแก้ไขที่รวดเร็วนั้นไม่ใช่คำตอบของชีวิต เพราะเขาเองก็ได้พยายามทุกอย่างแล้ว จากการค้นหาความรู้ไปจนถึงการทำงานหนักเพื่อที่จะมีความมั่งคั่ง แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำให้เขาพอใจในการมีชีวิตอยู่เลย จนกระทั่งได้พบกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ซึ่งได้ทรงสร้างเราทุกคนและจะทรงพิพากษาและให้ชีวิตของเรากลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า “ในปฐมวัยของเจ้า เจ้าจงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างของเจ้า ก่อนที่ยามทุกข์ร้อนจะมาถึง และปีเดือนใกล้เข้ามา เมื่อเจ้าจะกล่าวว่า “ข้าไม่มีความเพลิดเพลินในปีเดือนนั้นเลย”
กษัตริย์ซาโลมอนได้สรุปไว้ดังนี้ว่า “จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพราะนี่แหละเป็นหน้าที่ของมนุษย์ทั้งปวง” (ปัญญาจารย์ 12:1 , ปัญญาจารย์ 12:13)

ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของเรา เพราะอย่างไรก็ดี มนุษย์ก็ไม่สามารถที่จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได เพราะเราได้ปฏิเสธและไม่เชื่อฟังพระองค์ ดังนั้น เราจึงสมควรที่จะได้รับการลงโทษจากพระองค์ แต่ข่าวดีก็คือพระเจ้าได้ทรงทำให้เราคืนดีกับพระองค์ ผ่านทางพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยเรา การดำเนินชีวิตคริสเตียนคือการคืนดีกับพระเจ้า และดำเนินชีวิตให้อยู่ในความจริง เพื่อเราทังหลายจะได้มีชีวิตนิรันดร์ และเนื่องจากเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่มีทางลัด

ซึ่งอันที่จริงแล้ว เราต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆก็เพื่อเหตุผลบางอย่าง— เพราะพระเจ้าอาจจะมีแผนการไว้สำหรับเรา เพื่อที่จะช่วยให้อุปนิสัยของเราดีขึ้น เหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์เปาโลได้บอกกับเราทั้งหลายว่า “ยิ่งกว่านั้น เราจึงชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความอดทน และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เราเห็นเช่นนั้นทำให้เกิดมีความหวังใจ ” (โรม 5:3-4) และเราทั้งหลายยังได้ถูกเตือนว่า “จงสงบอยู่ต่อพระเจ้า และเพียรรอคอยพระองค์อยู่ อย่าให้ใจของท่านเดือดร้อนเพราะเหตุผู้ที่เจริญตามทางของเขา
หรือเพราะเหตุผู้ที่กระทำตามอุบายชั่ว” (สดุดี 37:7) ให้เราทั้งหลายเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะทรงสำแดงแผนงานของพระองค์ภายในเวลาที่เหมาะสม แต่การที่จะให้เห็นผลเร็วทันตาเรานั้น การรอคอยเป็นสิ่งที่ยากสำหรับเรา

ความจริงคือ การเป็นสาวกที่สัตย์ซื่อในความเชื่อกับพระเจ้านั้นต้องใช้ความอดทนและความพยายามเป็นอย่างมาก ไม่มีมนต์วิเศษใดและไม่มีวิธีการใดที่ง่ายดายเลย

ฉันรู้แล้วว่าการรู้เคล็ดลับหรือวิธีลัดต่างๆนั้น ไม่มีผลอะไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพระเจ้าเลย หลายครั้งที่ฉันอธิษฐานแบบบ่นพึมพำก่อนมื้ออาหาร และพูดกับพระเจ้าเรื่อยเปื่อยและสิ้นหวังก่อนที่ฉันจะล้มตัวลงนอน ฉันอธิษฐานให้มีสุขภาพที่ดี อธิษฐานให้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีใจถ่อม มีชีวิตตามน้ำพระทัยของพระองค์ บ่อยครั้งที่ฉันได้เปลี่ยนการอ่านพระวจนะของพระเจ้าด้วยความเร่งรีบ และสุ่มเลือกอ่านข้อพระคัมภีร์ เพื่อต้องการที่จะศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างจริงจัง โดยคิดว่าฉันได้อ่านพระวจนะทุกอย่างแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะอ่านพระวจนะของพระเจ้าบ่อยเพียงใด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้เสมอไป บ่อยครั้งที่ฉันกลับมาหลังจากเสร็จสิ้นพันธกิจรับใช้ที่โบสถ์ ฉันรู้สึกว่าได้รับสิ่งที่ถูกต้องเพราะฉันใช้เวลาที่โบสถ์หนึ่งถึงสองชั่วโมงเพื่อ “นมัสการ” เมื่อฉันตกเป็นเหยื่อของการค้นหา “เคล็ดลับของการดำเนินชีวิตคริสเตียน” ฉันก็จะละเลยและออกห่างจากพระเจ้า และไม่มีความสุขเพราะฉันไม่ได้ให้พระเจ้ามีความสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน

เคล็ดลับในการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า

แท้จริงแล้วในการดำเนินชีวิตเฉกเช่นคริสเตียนนั้นไม่มีทางลัด ถึงอย่างนั้นก็ดี ฉันก็อยากจะฝากข้อคิดดีๆให้กับผู้อ่านทุกคน หากการใช้เคล็ดลับเป็นการทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น หากเป็นเช่นนั้น แน่นอนว่า “องค์พระเยซูคริสต์” ก็คงจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สามารถจะเป็นเคล็ดลับของการดำเนินชีวิตคริสเตียนได้ เพราะการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ได้ช่วยให้เราทุกคนได้รับความรอด และผ่านทางพระเยซูคริสต์นั้นเราจึงมีสติปัญญาและมีกำลังที่มาจากพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการเพื่อชีวิตนิรันดร์นั้น อยู่กับพระองค์
นั่นหมายความว่าพระวจนะคำของพระเจ้านั้นสามารถเป็นเครื่องมือหรือสิ่งที่เราผู้เชื่อทุกคนสามารถที่จะใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้น เราจึงต้องตั้งใจที่จะศึกษาพระวจนะคำของพระเจ้าอย่างจริงจัง เพื่อที่พระเจ้าจะทรงประทานสติปัญญาให้กับเราเพื่อที่เราจะสามารถนำพระคำของพระองค์มาใช้ได้ในชีวิตประจำวันด้วยความเชื่อ “เพราะพระเจ้าประทานปัญญาความรู้และความเข้าใจมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์
พระองค์ทรงสะสมสติปัญญาไว้ให้คนเที่ยงธรรม พระองค์ทรงเป็นโล่ให้แก่ผู้ที่ดำเนินในความซื่อสัตย์” (สุภาษิต 2:6-11) พระสัญญาของพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าการงานทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องง่าแต่พระองค์ทรงบอกว่า “ความเฉลียวฉลาดจะคอยเฝ้าเจ้า และความเข้าใจจะระแวดระวังเจ้าไว้” — “จงยำเกรงพระเจ้า และรักษาพระบัญญัติของพระองค์ไว้ และนั่นคือหน้าที่ที่เราจำเป็นต้องทำ”

ฉันยังคงดูเว็บไซต์ต่างๆเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับวิธีและเคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และเรียนรู้เทคนิคต่างๆจากเว็บกูเกิ้ล แต่เมื่อคิดถึงชีวิตของกษัตริย์ซาโลมอนแล้ว ก็ทำให้ให้ได้เรียนรู้ว่าเราต้องรู้จักพระเจ้าก่อนเพราะพระองค์คือเคล็ดลับทุกอย่างของโลกใบนี้

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง