เราเห็นด้วยกับบาปผ่านโลกออนไลน์อยู่หรือไม่?

วันที่ 23-6-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน: Ian Tan, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง: ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เวลาตี 3 ผมยังหลับๆตื่นๆและพยายามที่จะต่อสู้ให้สมองหยุดคิดและพยายามนอนให้หลับ จนกระทั่งผมยอมแพ้ จึงคว้ามือถือมาเปิดดูเฟสบุ๊คและอินสตาแกรม (ผมรู้ว่าผมไม่ควรเล่นโซเชียลมีเดียตอนกำลังจะนอน มันติดจนเป็นนิสัยไปเสียแล้ว) และดูเหมือว่า 2 แอ็พนี้ จะเป็นแอ็พที่ผมเข้าไปเช็คดูบ่อยที่สุด

และก็เหมือนเช่นเคย ตามเฟสบุ๊คก็จะมีการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวใหม่ๆและก็โชว์อยูที่หน้าฟีตข่าวประจำวัน จนมีคลิปวิดีโอหนึ่งซึ่งสะดุดตาผมมาก “มันเกี่ยวกับ….อะไรเนี่ย!!!! …” ผมตกใจมากกับภาพที่เห็น เป็นเป็นวิดีโอที่พี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้เท้ากระทืมไปบนตัวของเด็ก 2 ขวบ ความยาวของคลิปประมาณ 2.40 นาที ดูเหมือนว่าจะเป็นภาพที่ได้มาจากกล้องวงจรปิด และเป็นคลิปที่เด็กทำอาหารตกลงพื้นหลังจากนั้นผู้หญิงคนนี้ก็โยนเด็กลงไปบนพื้น จากนั้นก็ตีเด็กและกระทืบเข้าไปตรงกลางแผ่นหลังของเด็ก เด็กคนนั้นก็ได้แต่ร้องไห้ส่วนเธอก็ทำอย่างนั้นอยู่หลายครั้ง

มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ แล้วผู้หญิงคนนี้ทำไมทำแบบนี้? ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคืองและรังเกียจผู้หญิงคนนี้มาก ขณะที่ยังคงตะลึงและตกใจในสิ่งที่เห็นอยู่นั้น ผมก็เลื่อนไปเห็นฟีตข่าวอีกอันหนึ่ง ผมจึงลองคลิ๊กเข้าไปดู “ฮ่าๆๆๆ….” ผมเผลอหัวเราะออกมาภายในเวลไม่กี่วินาที มันเหมือนกับว่าในความน่ากลัวของวิดีโอดังกล่าวผมกลับหัวเราะให้กับมัน มันเป็นวิดีโอที่เกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นผู้หญิงคนหนึ่งถูกรุมต้อนให้อยู่ในมุมของห้องเรียน ถูกรุมทำร้ายโดยเด็กผู้หญิงวัยรุ่นอีก 4 คน พวกเค้าเริ่มจากการโยนเก้าอี้ใส่เด็กคนนั้น แล้วก็ดึงผมของเธอและ จากนั้นก็ตบหน้าเธอ นอกเหนือจากคำบรรยายของคลิปวิดีโอนั้นแล้ว ผมก็เกิดความรู้สึกสับสนกับถ้อยคำพาดหัวข่าวในคลิปดังกล่าว แล้วผมก็คิดในใจว่าคนเรานี่ก็แปลก สามารถมีความสุขบนความทุกของคนอื่นได้ ผมก็รู้สึกว่า ตัวเองก็ถูกรบกวนจิตใจเป็นอย่างมาก

วันรุ่งขึ้นผมพยายามเชื่อมโยงคลิปวิดีโอทั้ง 2 คลิปเข้าด้วยกันและเล่าเรื่องคลิปเหล่านั้นให้กับเพื่อนฉันฟัง ได้ฟังความคิดเห็นของพวกเค้าแล้ว ผมถึงกับตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าเชื่อเพราะพวกเข้าตอบกับผมว่า “ไม่เห็นจะน่าแปลกใจตรงไหน?” เพื่อนของผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูใจเย็น แล้วพูดต่อว่า “นายเคยเห็นวิดีโอที่คนโดนทำร้ายจนหัวขาดมาก่อนหรือเปล่าล่ะ?”

มันกลายเป็นปัญหาที่ทำให้ผมอึ้งไปได้ซักพัก ดูเหมือนว่าพฤติกรรมโหดร้ายนี้จะไม่ใช่สิ่งใหม่เสียแล้ว การเห็นคนถูกทำร้ายมันกลับกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปในคลิปวิดีโอ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสามารนำเสนอความป่าเถื่อนและสรรเสริญความโหดร้ายกันอยู่ดาษดื่น แค่คลิ๊กดูก็สามารถเปิดโลกโซเชี่ยลมีเดียของเราให้เข้าไปเสพความรุนแรงในอินเตอร์เน็ต โดยแท้จริงแล้วมันคือเรื่องเศร้าที่เผยแพร่ความบาปจากสันชาตญาณดิบของมนุษย์นั่นเอง

ผมรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก กับความตกต่ำของจิตใจคน ความโหดร้ายของคนในสมัยนี้ ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าโลกนี้ไร้ซึ่งความหวังและผู้ที่อ่อนแอกว่าจะต้องถูกข่มเหงรังแก ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วที่คนที่รังแกผู้อื่นหรือผู้ที่กระทำผิดต่อผู้อื่นนั้น สามารถหลุดพ้นจากการกระทำผิดของตนได้โดยปราศจากข้อกล่าวหา

มันอาจจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นถ้าเราได้รู้ว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ดีในสถาณการณ์อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ในพระธรรม สดุดี 3 ได้ทำให้เราเข้าใจถึงชีวิตที่ไร้ซึ่งสติปัญญาบางครั้งก็ทำให้เรากลายเป็นกษัตริย์ดาวิด เพราะว่ากษัตริย์ดาวิดได้เสียการสนับสนุนจากประชาชนของท่าน ผู้ซึ่งเชื่อว่าพระเจ้าทรงละทิ้งกษัตริย์ดาวิดไปเสียแล้ว กษัตริย์ดาวิดหนีไปจากบุตรชายของตนเองคืออับซาโลมผู้ซึ่งกำลังจะสังหารพระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก! ถึงกระนั้นแม้จะต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง แต่กษัตริย์ดาวิดก็ยังคงมั่นใจว่าพระเจ้าจะทรงคุ้มครองรักษาและปลดปล่อยพระองค์ให้พ้นจากศัตรู (สดุดี 3:6-8)

การเรียนรู้จักและเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะทรงช่วยกู้เราทั้งหลายจากศัตรูด้วยความชอบธรรมของพระองค์เอง พระองค์ทรงเป็นความหวังและจะทรงเทพรให้ล้นไหลมาสู้ประชากรของพระองค์ ถึงแม้ว่าโลกทุกวันนี้จะเป็นเช่นไรก็ตาม เราทั้งหลายจะยังคงอยู่ในความชอบธรรมของพระองค์

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง