เพื่อนในสังคมแห่งความเร่งรีบ

วันที่ 28-6-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน: Michelle O.,Singapore
ผู้แปล – ผู้เรียบเรียง: ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ถ้าหากในโลกนี้มีรางวัลที่เรียกว่า “สุดยอดเพื่อนที่แย่ที่สุด” ประจำปี ฉันขอบอกเลยว่าฉันคงเป็นคนที่ได้รางวัลชนะเลิศอันทรงเกียรตินั้น เพราะในระยะหลังๆมานี้ฉันมัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน ทำให้ลืมไปแล้วว่าฉันเคยมีเพื่อน ถ้าฉันไม่มัวแต่ยุ่งอยู่กับการตอบคำถามลูกค้าของบริษัท ฉันคงมีเวลาเช็คอีเมลล์ส่วนตัวของฉัน ฉันถูกงานแย่งเอาเวลาส่วนตัวไปเสียหมด จนทำให้ฉันต้องละทิ้งเพื่อนๆที่สนิทของฉัน ขาดการติดต่อกับพวกเค้า เพื่อนๆที่ครั้งหนึ่งจะคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอในเวลาที่ฉันสิ้นหวัง

สิ่งที่ทำให้เจ็บใจก็คือ ฉันรู้ทั้งรู้ว่าการเติบโตขึ้นโดยที่ไม่มีเพื่อนเลยนั้นมันเป็นอย่างไร เพราะฉันเคยไม่มีเพื่อนเลยเป็นเวลาเกือบปีและต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนมัธยมอย่างโดดเดี่ยว และใช้เวลาในโรงเรียนด้วยการจิบชาในตอนเช้าคนเดียว , กินอาหารเที่ยงคนเดียวและจะพยายามรีบกินข้าวให้เร็วเท่าที่จะเร็วได้เพื่อที่จะได้ไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเงียบๆคนเดียว

ขอบคุณพระเจ้าที่ในปีถัดไป ฉันได้พยายามลองหาเพื่อนใหม่และได้เป็นเพื่อนกับพวกเค้า เราจึงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราสนิทกันมากและจะคอยอยู่ในวันสำคัญๆของกันและกันเสมอจนกระทั่งในวันรับปริญญา และทริปไปท่องเที่ยวด้วยในที่ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีของพวกเราทุกคนในช่วงฤดูร้อน เพื่อนแต่ละคนของฉันไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลย แถมยังเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีวันทอดทิ้งกัน ใจดี มีน้ำใจ คอยช่วยเหลือดูแลทุกอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะชอบทำน้ำเลมอนให้ฉันกินอยู่เสมอ

แล้วคุณล่ะ? เป็นเพื่อประเภทไหน? คุณมีเพื่อนสนิทคนเดียวที่เรียกว่าเฟสบุ๊ครึเปล่า? เพื่อนประเภทที่รอให้เพื่อนมากดไลค์รูปภาพหรือข้องความที่คุณโพสต์ที่หน้าเฟสบุ๊คเพจของคุณ แต่ไม่เคยเห็นหน้าพวกเค้าเหล่านั้นแบบตัวเป็นๆเลยซักครั้ง

คุณเป็นคนหนึ่ง ที่มีชีวิตในแต่ละวันที่แสนจะยุ่งวุ่นวายและง่วนอยู่กับงาน จนไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งข้อความหาเพื่อนเก่าๆรึเปล่า? เพื่อบางคนที่คุณอาจจะไม่เคยได้รู้ข่าวคราวของเค้ามาเป็นเดือนแล้ว เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเช็คเฟสบุ๊คและอัพเดตข่าวคราวในอินสตาแกรม เช็คว่ามีใครที่ไปกินข้าวในร้านอาหารแนวๆคนล่าสุด หรือนั่งกดดูว่าใครใส่เสื้อผ้าสวยหรือไม่สวย และคุณใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันเพื่อนที่จะตอบกับข้อความของเพื่อนสนิทของคุณ และตอบกลับด้วยข้อความยอดฮิตว่า “โทษที ช่วงนี้ฉันมีงานล้นมือ บ้านฉันอยู่ในเมืองค่อนข้างไกล ฉันต้องรีบส่งงานให้เสร็จภายในกำหนดแล้วต้องรีบทำอันต่อไปด้วย”

ในยุคสมัยนี้ เป็นยุคของความสะดวกสบายและเร่งรีบ หลายคนในพวกเราไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าๆเลยและไม่มีเวลาสอบถามเรื่องราวหรือข่าวคราวเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของพวกเขาเลย เราใช้เวลาส่วนตัวที่เหลือจากการทำงานส่วนใหญ่อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น คอยอ่านอัพเดตข่าวบนเฟสบุ๊ค หรือเช็คอินสตาแกรมว่าใครไปทำกิจกรรมเก๋ๆที่ไหนบ้าง หรือมีเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง หรือเพลงใหม่ๆอะไรบ้างที่กำลังมาแรง แน่นอนว่าหากเรายังคงใช้ชีวิตของเราอยู่แบบนี้แน่นอนว่าไม่นานเราคงต้องเสียเพื่อนสนิทของเราไปอย่างแน่นอน เพราะเราลืมเพื่อของเราที่ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อนในเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรมของเราเท่านั้น เพราะเบื้องหลังภาพที่โพสต์ลงในอินสตาแกรมหรือเฟสบุ๊คเหล่านั้นเค้าอาจจะเป็นเพื่อนที่รอข้อความจากคุณ หรือรอโทรศัพท์จากคุณเพื่อพูดคุยและถามไถ่ถึงความเป็นไปในชีวิตหรือรอให้คุณโทรมานัดไปกินข้าว พบปะพูดคุยกันตามประสาเพื่อนอยู่ก็ได้

เราสามารถออกแบบมิตรภาพเองได้ว่าเราอยากมีมิตรภาพหรือเพื่อนในรูปแบบไหน ดังสุภาษิตที่ว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” เพื่อนที่จะคอยช่วยเราในช่วงเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือ เพราะในพระคัมภีร์ก็บอกไว้ว่า “ด้วยว่าถ้าคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งจะได้พะยุงเพื่อนของตนให้ลุกขึ้น แต่วิบัติแก่คนนั้นที่อยู่คนเดียวเมื่อเขาล้มลง และไม่มีผู้อื่นพะยุงยกเขาให้ลุกขึ้น” (ปัญญาจารย์ 4:9-10)

พระธรรมตอนนี้ได้เตือนใจเราว่าเรามีผู้หนึ่งที่คอยเป็นเพื่อนและอยู่เคียงข้างเราใกล้ชิดเรามากกว่าพี่น้องของเราเสียอีก นั่นคือองค์พระเยซูคริสต์ ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ของเรากับมนุษย์แย่ลง ความสัมพันธ์ของเรากับพระเยซูคริสต์สามารถทำให้มีคุณค่าหลายอย่างต่อชีวิตของเรา เราสามารถให้พระองค์เป็นที่ปรึกษาของเราได้ เป็นผู้ที่ทรงจัดเตรียมเพื่อเรา และคอยปลอบโยนเรา เป็นผู้ทรงรักษาเราจากความเจ็บปวดทั้งหลาย พระองค์ทรงสัญญากับเราทั้งหลายว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรืออย่าครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย” (เฉลยธรรมบัญญัติ 31:6)

การเข้าสนิทหรือมีมิตรภาพที่ดีต่อกับองค์พระเยซูคริสต์นั้นหมายความว่า เราสามารถวางปัญหาและความกระวลกระวายใจของเราไว้ที่พระองค์ได้ เพราะพระองค์ทรงห่วงใยเรา (1เปโตร 5:7) เพระาพระองค์ทรงรักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจและทรงพันผูกบาดแผลของเขา (สดุดี 147:3) และทรงเก็บน้ำตาของข้าพระองค์ใส่ขวดของพระองค์ไว้ (สดุดี 56:8)

และแม้ว่าจะเป็นเพียงเพื่อนกลุ่มหนึ่งแต่เมื่อเพื่อนมารวมตัวกันเราสามารถแบ่งปันความหวังและความฝันซึ่งกันและกันได้ และในมิตรภาพที่เรามีต่อพระเยซูด้วยนั้นทำให้เราสามารถที่จะนำความฝันที่เรามีนั้นมาทูลบอกต่อพระองค์ เพราะในพระคัมภีร์ได้บอกเราว่า “จงปีติยินดีในพระเจ้าและพระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน” (สดุดี 37:4)

ไม่ได้หมายความว่าการติดตามองค์พระเยซูคริสต์นั้นเราจะไม่พบกับอุปสรรคปัญหาใดๆเลย ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงสัญญาว่าเราจะเราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ก็ตาม เราสามารถพักสงบในพระองค์ได้เมื่อมีพายุถาโถมเข้ามาในชีวิตหรือในวันที่เราคิดว่าเป็นวันที่เลวร้ายคล้ายกับโลกกำลังจะแตกสลายไปแล้วสำหรับเรา พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างเราเสมอ นักเขียนชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ “เกรก เลวอย” (Gregg Levoy) กล่าวถึงคำตรัสสอนของพระเยซูว่า “พันธสัญญาขององค์พระเยซูคริสต์นั้นที่ให้ไว้สำหรับอยากจะติดตามพระองค์จะต้องเผชิญสามสิ่งนี้ คือ มีความสุขอย่างน่าแปลกใจ มีความกล้าหาญอย่างแท้จริง และจะมีปัญหาเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ”

ให้เราจำไว้ว่าเวลาที่เรารู้สึกโดดเดี่ยวหรือไร้ค่าหรือถูกรุมเร้าไปด้วยปัญหา ให้เราร้องเรียกหา “พระเยซูคริสต์” คุณจะพบว่าพระองค์จะคอยเป็นเพื่อนของคุณไม่ว่าชีวิตคุณจะต้องเผชิญความสถานการณ์อะไรในชีวิต

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง