ทำงาน : รู้สึกเหนื่อย-รู้สึกเบื่อ-รู้สึกผิด

วันที่ 1-6-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Katarina Tathya Ratri, Indonesia
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เดือนมีนาคม ปี 2017 ฉันเกิดความเบื่อหน่ายกับงานที่ทำ!

เป็นเวลากว่า 5 เดือน ที่ฉันย้ายมาจากบ้านเกิดของฉัน ชื่อว่า “จาวา” มาอยู่ที่ “จากาต้าร์” ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ในบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม หน้าที่ของฉันคือตรวจสอบและรับประกันคุณภาพของสินค้าที่เราส่งออกไปตามร้านค้าต่างๆ และให้บริการหลังการขายพร้อมกับตรวจสอบดูแลเรื่องความสะอาด และดูแลยอดขายให้ตรงตามมาตรฐานของบริษัท รวมทั้งคอยตักเตือนพนักงานที่ทำงานไม่เรียบร้อยให้แก้ไขและทำหน้าที่ของตนให้ดีขึ้น

ในตอนแรก ฉันคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆของที่นั่น แต่เมื่อฉันได้มาใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่นั่นจริงๆแล้วมันกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ฉันต้องเสียน้ำตา และในแต่ละวันกว่าจะเคลียร์งานเสร็จก็พบว่าตัวเองต้องกลับดึกทุกวัน แม้กระทั่งวันหยุดฉันยังต้องมานั่งทำงาน ส่วนการเรียกลูกน้องที่อยู่ในบังคับบัญชามาตักเตือนมันก็เป็นเรื่องที่ยากมากเหลือเกินสำหรับฉัน พนักงานทุกคนก็ทำงานมานานกว่าฉันหลายปีและหลายคนก็อายุมากกว่าฉัน บางคนยังใช้คำพูดกับฉันอย่างหยาบคาย

ฉันเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้เพื่อนสนิทและแฟนของฉันฟังเกี่ยวกับปัญหาและความยากลำบากในการทำงานที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ พวกเขาพยายามที่จะให้กำลังใจ หนุนใจฉันให้สู้ต่อไปและบอกกับฉันว่าอย่ายอมแพ้ — แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลย ฉันพยายามหาทางออกด้วยการหลีกเลี่ยงที่จะทำหน้าที่ของฉันในที่ทำงานและตั้งใจที่จะไม่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ฉันรู้สึกผิดก็ตาม

มีอยู่วันหนึ่ง วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ตอนนั้นฉันนั่งฟังเทศนาอยู่ในโบสถ์ อาจารย์ที่โบสถ์เทศนาเกี่ยวกับเรื่อง “พระเจ้าทรงแต่งตั้งโยชูวาให้ช่วยรับช่วงต่อจากโมเสสเพื่อพระบัญชาของพระเจ้าจะสำเร็จ” โมเสสได้กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรืออย่าครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย” (เฉลยธรรมบัญญัติ 31:6) เมื่อฉันได้อ่านพระธรรมตอนนี้ก็เป็นที่หนุนใจฉันเป็นอย่างมาก ทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาในการทำงานด้วยความเข้มแข็งและกล้าหาญ

อย่างไรก็ตาม เมื่อครบหนึ่งอาทิตย์ พอวนกลับมาถึงวันจันทร์ทีไร ฉันมักจะนึกถึงสิ่งที่ฉันจะต้องเผชิญกับงานที่ทำงาน ก็ทำให้ฉันก็เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาทุกที และเริ่มที่จะคิดหาวิธีที่จะหลีกเลี่ยงเพื่อที่จะไม่ต้องทำงานนั้นอีก แต่ฉันก็อธิษฐานขอการยกโทษจากพระเจ้าเพราะฉันไม่เชื่อวางใจในพระองค์ว่าพระองค์จะทรงช่วยฉันให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาเหล่านั้นได้ และสงสัยในฤทธิ์อำนาจของพระองค์ แต่ความรู้สึกนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่กับฉันตลอดเวลา

คืนหนึ่ง ฉันป่วยและมีไข้ขึ้นสูง ฉันไม่มีแรงและไม่สามารถที่จะไปหาหมอด้วยตัวเองได้ ฉันโทรศัพท์หาแฟนหนุ่มของฉัน เขาก็รีบบินมาจาก “บันดัง” (อยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศอินโดนีเซีย) มาที่ “จากาต้าร์” ทันที (เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย) เพื่อที่จะพาฉันไปหาหมอ หมอบอกว่าอาการป่วยของฉันอาจจะมีสาเหตุมาจากความเครียดในการทำงาน ฉันก็พยักหน้าแล้วบอกกับหมอว่า “จริงค่ะ!”

นั่นเป็นช่วงเวลาที่ฉันและแฟนหนุ่มของฉันตัดสินใจลาพักร้อน แล้วก็พากันพักผ่อนท่องเที่ยวที่เมืองจากาต้าร์ ในเวลานั้นแฟนฉันถูกขโมยกระเป๋าสตางค์ในระหว่างที่เรานั่งรถเมย์กัน มันทำให้ฉันรู้สึกผิดและโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้กระเป๋าของแฟนต้องถูกขโมย ความรู้สึกโกรธและเสียใจก็เริ่มถาโถมเข้ามาด้วย จนทำให้ฉันต้องร้องไห้

แต่ฉันรู้สึกแปลกใจ ที่แฟนของฉันยังยิ้มได้และเค้ายังบอกกับฉันว่า เค้าเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแต่เป็นผลอันดีทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในตอนนั้นมันจะดูแย่มากก็ตาม แต่เมื่อได้ยินเค้าพูดขึ้นมาแบบนั้น ก็ทำให้ฉันเกิดความอายขึ้นมาทันที ในช่วงเวลาที่เราพักร้อนนั้น ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าฉันไม่เคยที่จะยอมจำนนกับพระเจ้าอย่างจริงจังและไม่เคยยอมให้พระองค์ทรงนำหน้าในทุกๆแผนการของชีวิตฉันเลย

ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ฉันเปลี่ยนมุมมองและวิธีแก้ปัญหาในทุกสถานการณ์ของชีวิต คือเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันจะต้องเผชิญกับปัญหาในการทำงาน ฉันจะคิดถึงผลลัพธ์ที่เกิดการตัดสินใจของฉัน เป็นต้นว่าถ้าแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้จะส่งผลกระทบอะไรกับงานที่ทำรึเปล่า? ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาด้วยความยุติธรรมในฐานะที่ฉันเป็นหัวหน้า เวลานั้นฉันรู้ว่างานที่ฉันทำอยู่นั้นไม่ใช่งานที่ง่ายเลย และจะต้องทำงานกับคนที่มีอายุมากกว่าและเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้นานกว่าฉัน ฉันจึงค้นพบพระธรรมตอนหนึ่งที่จะนำมาใช้ได้กับการทำงานของฉัน คือ พระธรรม 1ทิโมธี 4:12 “อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์”

พระธรรมตอนนี้ทำให้ฉันเข้มแข้งขึ้นและมีความกล้าหาญที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงขัดเกลาฉันให้ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ผ่านทางการทำงานของฉัน พระองค์ทรงช่วยให้ฉันได้เรียนรู้ถึงวิธีที่จะถ่อมใจลงท่ามกลางการทำงานที่ท้าทาย และฉันได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่ยากลำบากที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ เป็นต้นว่าพยายามขอคำปรึกษาในการทำงานที่ยากตามคำสั่งของหัวหน้างานของฉัน

พระเจ้าทรงให้โอกาสฉันได้แก้ตัวเป็นครั้งที่สองอยู่หลายเรื่อง เช่น ถูกเรียกให้กลับไปแก้ไขปัญหาที่ยังค้างอยู่ให้เสร็จ— ถึงแม่ว่าฉันเคยหลีกเลี่ยงที่จะทำมันอยู่หลายครั้ง ฉันรู้ดีว่าฉันสมควรที่จะได้รับการลงโทษโดยการถูกไล่ออก แต่พระเจ้าไม่เคยปล่อยให้ฉันต้องตกต่ำเลยถึงแม้ว่าฉันจะเคยทำผิดพลาดอยู่หลายครั้ง มิหนำซึ้าพระองค์ยังคอยช่วยฉันให้ลุกขึ้นมาด้วยความเข้มแข็งและเผชิญหน้าต่อปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งที่ฉันต้องทำก็เพียงแค่ยอมจำนนต่อพระองค์และให้พระองค์เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ในชีวิตฉัน

ทุกวันนี้ เมื่อไหร่ก็ตาม ก่อนที่ฉันจะเริ่มต้นทำงานทุกเช้าฉันจะอธิษฐานก่อนเสมอ ฉันอธิษฐานกับพระเจ้าว่าขอทรงเตรียมฉันให้พร้อมอยู่และขอให้ฉันผ่านพ้นจากปัญหาต่างๆในที่ทำงานและความท้าทายที่กำลังจะมา ตอนนี้ฉันเรียนรู้ที่จะอธิษฐานทูลขอสติปัญญา และความเข้มแข็งฝ่ายจิตวิญญาณในแต่ละวัน ฉันต้องการที่จะมีประสบการณ์ของการมีสันติสุขในพระเจ้า ถึงแม้ว่าสถานการณ์นั้นจะเลวร้ายเพียงใดแต่ฉันก็ยังยิ้มรับกับมันได้เพราะฉันรู้ว่าฉันมีพระเจ้าคอยช่วยฉัน

ฉันได้เรียนรู้ที่จะมีความอดทนแม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากลำบากกับเพื่อนร่วมงาน ฉันพยายามที่จะทำงานอย่างมีสันติสุขและพูดกับพวกเค้าอย่างเปิดใจและจริงใจ ถึงแม้ฉันจะรู้ดีว่าอาจจะมีพนักงานบางคนที่ยังไม่ยอมรับฉันให้เป็นหัวหน้าของพวกเขาก็ตาม ฉันก็ยังพอจะมีกำลังใจจากพนักงานบางคนที่เริ่มจะเปิดใจคุยกับฉัน ฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงเปลี่ยนฉัน จากคนที่เคยยอมแพ้อย่างง่ายดาย ไม่รับผิดชอบและวิ่งหนีทุกๆปัญหา ให้กลายเป็นคนที่ยอมเปิดใจและเรียนรู้จักผู้อื่นโดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบฉัน ให้ฉันได้มีโอกาสเข้าใกล้พวกเค้าและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเค้า และรู้จักชีวิตส่วนตัวของพวกเค้ามากยิ่งขึ้น

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง