คริสเตียนจะแสวงหาความบันเทิง ได้หรือไม่?

วันที่ 14-6-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ผู้เขียน: Ansy Wong
ผู้แปล-ผู้เรียบเรียง: ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เอนซี่ หว่อง ใช้ชีวิตในวัยเด็กของเธอที่ประเทศอังกฤษ พอโตขึ้นก็ย้ายไปอยู่ที่ไต้หวันโดยเข้าร่วมกับองค์กรพันธกิจ OMF: ในฐานะครูผู้รับใช้และทำการเกษตรพอเพียงในโบสถ์ แต่เพียงเพราะพระเจ้าทรงเรียกให้เธอกลับมายังอังกฤษอีกครั้งเพื่อมาเป็นผู้รับใช้และดูแลคนอังกฤษเชื้อสายจีน (next generation) เธอเข้าร่วมโบสถ์เบอร์มิงแฮมไชนิสในสหราชอาณาจักรในปี 2012 และปัจจุบันทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการฝึกอบรม พร้อมกับศึกษาต่อในศาสนศาสตร์ (วิชาว่าด้วยการศาสนา) ที่พระคัมภีร์พันธกิจวิทยาลัย (Mission Bible College)

ฉันเบื่อจัง! ฉันไม่มีอะไรทำเลย! ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ! ไม่มีอะไรใหม่ที่น่าจับตามอง เกมส์ Game of Thrones ฉันก็เล่นจบไปหมดแล้ว ในฟีดข่าวบนเฟสบุคของฉันก็ไม่มีอะไรอัพเดท มันเหมือนเดิมทุกครั้งที่ฉันเลื่อนดู เพื่อนของฉันยุ่งเกินไป, เหนื่อยเกินไปหรือยุ่งยากจนเกินไปที่จะออกมาพบปะพูดคุยกันเหมือนเดิม

ดูเหมือนว่าในทุกๆวันเราจะมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะได้รับความบันเทิงความสนุกสนานหรือมีสีสันแปลกใหม่ สิ่งแรกที่เราทำตอนตื่นนอนนั่นก็คือการดูโทรศัพท์ของเรา เพื่อเช็คการแจ้งเตือนและข้อความต่างๆใน Facebook, Instagram, Snapchat และ Twitter อยู่เสมอ เราอยากรู้เรื่องต่างๆ เราต้องการเห็นสิ่งต่างๆ เราต้องการคลิกสิ่งต่างๆ เราต้องการความบันเทิง (นี่คือสิ่งที่คุณคิด!)

มันผิดหรือที่จะอ้าแขนยอมรับความบันเทิง? ฉันผิดเพราะต้องการที่จะแสวงหาสิ่งที่เป็นมหากาพย์ไม่มีที่สิ้นสุดฉันหน้ามืดตามัวไปกับรูปภาพบนอินสตาแกรมมันคุ้มค่าแล้วหรือ? แล้วการเล่นเกมด้วยวิธีของตัวเองแล้วไม่ชนะ ฉันไปค้นหากลยุทธ์วิธีใหม่ในยูทูปเพื่อนำมาปรับพลิกแพลงในการเล่นเกมส์ของฉันผิดหรือไม่?

อะไรที่ไม่ถูกต้องหล่ะ?

ความบันเทิงไม่ใช่เรื่องบาป ในปฐมกาลพระเจ้าทรงสร้างเราให้มีอารมณ์และความรู้สึก พระองค์ทรงให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าที่ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ถึง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และเราก็ได้รับคำสั่งดังนี้ “เชิญชิมดูแล้วจะเห็นว่า พระยาห์เวห์ประเสริฐ คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นสุข” (สดุดี 34: 8)

ความบันเทิงเป็นสิ่งที่สามารถทำให้เรารู้สึกดีได้อย่างน่าประหลาดใจ มันสามารถนำความเพลิดเพลินและความสนุกสนานให้กับผู้อื่นและตัวเราเอง แถมยังสามารถช่วยคลายความเศร้าลงได้ เราไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นหุ่นยนต์และทำงานหนักทุกวัน พระเจ้าทรงพักผ่อนในวันที่เจ็ด และเราเองก็ควรจะพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยเช่นกัน

การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นพระพรที่น่าทึ่งมาก ทำให้เรามีชีวิตชีวากระปรี้กระเปร่าทำให้ร่างกายของเราได้ฟื้นฟูใหม่อีกครั้งและฟื้นตัวจากความเครียดในชีวิต การเล่นกีฬาหรือเกมส์อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ร่างกายของเราสดใสแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกาย,จิตใจและอารมณ์ มันสามารถนำมาใช้เป็นการแข่งขันหรือเล่นแบบสนุกสนานก็ได้ มันช่วยพัฒนาสมองของเราให้ดีขึ้นในด้านการวางแผนและกลยุทธ์ ต่างๆ นี่เป็นวิธีดูแลร่างกายที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา เพื่อให้เราสามารถรับใช้พระองค์ได้ดียิ่งขึ้น

การชมคอนเสิร์ตหรือการเข้าร่วมแสดงคอนเสิร์ต หรือแม้กระทั่งการดูภาพยนตร์ก็ช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ได้เช่นกัน พระเจ้าของเราเป็นพระผู้สร้างที่น่าทึ่งมาก พระองค์ทรงออกแบบและสร้างเราด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เสียงดนตรีที่ไพเราะเสนาะหูไต่บันไดเสียงขึ้นไปสูงสุดและจบลงอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้เราสามารถชื่นชมความสวยงามของดนตรีและศิลปะได้ เราต้องขอขอบพระคุณและนมัสการพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ผู้ซึ่งเป็นพระผู้สร้างของเรา

“เพราะว่าโดยพระองค์ทุกสิ่งได้รับการทรงสร้างขึ้น ทั้งสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้าและบนแผ่นดินโลก ทั้งสิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์แห่งพวกภูตผี หรือพวกภูตผีที่ปกครอง หรือพวกภูตผีที่ครอบครอง หรือพวกภูตผีที่มีอำนาจ ทุกสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์และเพื่อพระองค์” (โคโลสี 1:16)

เราถูกสร้างขึ้นด้วยความรู้สึกเพื่อสัมผัสกับสิ่งต่างๆ และเราได้บังเกิดโดยพระองค์และเพื่อพระองค์เพื่อนมัสการพระองค์และเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

มันไม่ถูกต้องถ้าหากมันกลายเป็นความหลงระเริง
แต่ปัญหาคือขึ้นเมื่อเราเกิดความบันเทิงสนุกสนานอย่างที่สุด มันมักจะจบลงด้วยความหลงระเริงโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ เราเคยได้ยินวลีนี้ว่า “ให้ทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความพอดี” พ่อแม่,ครู,อาจารย์,นักโภชนาการ หรือแม้แต่คคุณหมอก็บอกว่า ”คุณไม่สามารถที่จะรับอะไรที่มันมากเกินไปได้” การเล่นเกมมากเกินไปอาจจะนำไปสู่พฤติกรรมต่อต้านสังคม น้ำตาลมากเกินไปจะนำไปสู่โรคเบาหวาน ดูหนัง ดูละครทีวี ดูซีรีย์ มากเกินไปอาจทำให้คุณเป็นคนไม่ฉลาด
” ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ แต่ข้าพเจ้าไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของสิ่งใดเลย ” (1 โครินธ์ 6:12)

แต่ในที่นี้ เราไม่ได้พูดถึงแค่ให้รู้จักความพอดีเท่านั้น แต่เรารู้จักแยกแยะด้วย แน่นอนว่าเรามีอิสรภาพ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะดีสำหรับเรา และประการที่สอง มันดูไม่ฉลาดเลยที่เราจะตกเป็นทาสของความสุขและหลงระเริงกับมัน หรือพูดอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือการเสพติดความสุขนั่นเอง

มันไม่ถูกต้องถ้ามันเข้ามามีอิทธิพลในตัวเรา
ในค่านิยมของสังคมหรือวัฒนธรรมก็มักจะบอกเราว่า “กิน, ดื่มและมีความสุข” แต่ในพระคัมภีร์กลับบอกเราว่า “เพราะฉะนั้นเมื่อพวกท่านจะรับประทาน จะดื่ม หรือจะทำอะไรก็ตาม จงทำเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า” (1 โครินธ์ 10:31)

ฉันกำลังพูดถึงว่าจะมีใครบ้างมั้ยที่ไม่สนุกกับหนังที่มีโครงเรื่องดีๆ? แต่ถ้าเราดูหนังเรื่องนั้นแล้วไม่สนุก เราก็ต้องหาความความจริงว่าทำไมเราไม่ชอบ เนื้อหาในเรื่องอาจจะคุยกันซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วมันจะบาปไหมถ้าหากเราต้องการหนังเรื่องยาวที่มีภาพประกอบสวยงามและได้รับรางวัลมากมาย นั่นก็เพราะว่า ความชอบส่วนตัวไงหล่ะ ดูฉันสิว่าฉันเจ๋งแค่ไหนที่คิดแบบนี้ นั่นมันคือความภูมิใจของฉันเลยนะ แต่นั่นคือการให้อาหารแก่อีโก้ของเรา(อีโก้ คือการถือตัวเองเป็นสำคัญ) แต่อาจารย์ที่โบสถ์เคยเทศนาสอนฉันตอนเด็กว่าต้องฝึกให้อีโก้ของเราสามารถสะกดคำออกมาว่า “ขอบพระคุณพระเจ้า” ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่ผิดมากนะ ถ้าเรามองคิดว่าของสิ่งนั้นหรือตัวเราเองได้รับพระสิริเจ้าแต่เราคิดว่าไม่ได้มาจากพระเจ้า

พระคัมภีร์บอกเราให้ทำทุกสิ่งเพื่อถวายเป็นพระสิริแด่พระเจ้า แล้วที่ฉันกิน,ดื่มและชื่นชมยินดี ถือว่าเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าหรือไม่?

มันไม่ถูกต้องถ้าหากมันกลายมาเป็นไอดอล
อะไรก็ตามที่เข้ามาแทนที่พระเจ้า(เพราะพระเจ้าคือไอดอล) แม้กระทั่งโทรศัพท์ของเราก็จะกลายเป็นไอดอล ความคลั่งไคล้หนังของ Marvel ก็สามารถกลายเป็นไอดอลได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นมากกว่าการใช้เวลากับพระเจ้า

นี่คือสิ่งที่ฉันเห็น : หากเราวาง โซเชียลมีเดียลง,วางโทรศัพท์ลง,วาง Netflix, ซีรีส์เกาหลี, วางความหลงใหลได้ปลื้มในสิ่งที่ “ชอบ” หรือวางอะไรก็ตามที่มันอยู่เหนือความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าลง เราเริ่มต้นปฎิวัติที่ตัวเราก่อน แล้วตัวเราก็จะกลายเป็นไอดอลของเราเอง

“อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูป เหล่านั้น เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชัง เราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน” (อพยพ 20: 3-5)

มันไม่ใช่เรื่องบาปที่จะสนุกสนานกับสิ่งต่างๆ พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างและเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี และเราก็ได้เห็นว่านั่นเป็นสิ่งดี แต่หากเราไปนมัสการสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างแทนที่จะนมัสการพระเจ้า นั่นเป็นเพราะว่าเราเข้าใจผิดทั้งหมด ดูสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องเพศสิ เพศที่สงวนไว้สำหรับการสมรส ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรักและการแสดงออกถึงความสนิทสนมระหว่างสามีและภรรยา แต่ตอนนี้ตั้งมันไว้บนฐานที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องมี

ปัญหาคือยิ่งเราแสวงหาความบันเทิงมากเท่าไร (ที่ไม่ใช่พระเจ้า) ยิ่งทำให้มันกลายเป็นไอดอลมากยิ่งขึ้นเท่านั้นและเพิ่มความต้องการมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และความพอใจของเราจะไม่มีที่สิ้นสุด เรามักจะสร้างหลุมที่ตัวเองต้องการมากขึ้น เราต้องการสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เราต้องการได้รับความสนุกสนาน เพราะของเล่นอันเก่าไม่ได้ให้ความบันเทิงแก่เราอีกต่อไป

ดังนั้น ฉันสามารถยกย่องพระเจ้าผ่านความบันเทิงได้หรือไม่?

1. ปรับความกลัวของเราและกลับมายังพระเจ้าระลึกอยู่เสมอว่าพระเจ้าเป็นพระผู้ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้

2. หันกลับไปหาพระเจ้าและนมัสการพระองค์เพราะในวันสิ้นโลกพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำให้เราพอใจในทุกสิ่งได้อย่างแท้จริง

3. การแสวงหาด้วยความรักที่สรรเสริญพระเจ้า ถาม(ตัวเองว่า) : นี่เป็นการนำความรุ่งโรจน์หรือการถวายเกียรติแด่พระเจ้าเปล่า? นี่ช่วยให้ฉันได้ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้นและได้รับประโยชน์ในชีวิตฝ่ายวิญญาณของฉันหรือไม่? หรือมันทำให้ฉันทำบาปหรือทำให้พี่น้องคริสเตียนสะดุดหรือไม่?

4. สุดท้ายแล้ว ถาม(ตัวเองว่า): ฉันสามารถแบ่งปันเรื่องนี้ให้แก่ผู้อื่นและนำพาพวกเขาไปนมัสการพระเจ้าได้หรือไม่?

และทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น ทางที่ดีเราควรจะรีบถอยห่างออกจากความบันเทิงให้เร็วที่สุด อย่าปรารถนาความสุขในแผ่นดินโลกแต่จงมุ่งมั่นที่จะปรารถนาในพระเจ้า ใช้เวลาอยู่กับพระองค์ปรารถนาที่จะได้รับความชื่นชมยินดีจากพระเจ้า และให้พระเจ้าด้วยการสรรเสริญพระองค์อย่างเต็มที่ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความเมตตาและพระพรของพระองค์ วางโทรศัพท์ลงและเลือกรับพระวจนะของพระองค์ไว้ ให้พระคำของพระองค์เป็นที่พึงพอใจของเรา คุณยิ่งอ่านมากเท่าไหร่คุณยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น และพระวจนะของพระองค์จะไม่มีวันล่มสลาย

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *