พระเจ้าทรงเปลี่ยนความฝันของผมถึงสองครั้ง

วันที่ 16-5-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Ian Tan,Singapore
ผู้แปล – ผู้เรียบเรียง : ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ผมมาจากครอบครัวที่ ผู้ชายในบ้านส่วนใหญ่จะเลือกทำงานรับราชการทหาร ซึ่งมีทั้งคุณพ่อและคุณลุงของผมอีกหลายๆคนที่รับราชการเป็นนายทหารระดับสูง ผมเองก็มีความปรารถนาที่จะสืบทอดและเจริญรอยตามสายอาชีพเดียวกันกับบรรพบุรุษของผมเช่นกัน และแล้ววันนั้นที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อถึงเวลาที่ผมจะต้องเข้าการเกณฑ์ทหาร (ประเทศของผมถือหลักเกณฑ์ปฏิบัติที่ว่าชายฉกรรจ์ทุกคนจะต้องอุทิศสองปีของพวกเขาเพื่อการรับใช้ชาติ)

ผมจะไม่มีวันลืมวันแรกในการเป็นทหารของผม ในขณะที่คนอื่นรู้สึกหมดหวังท้อแท้ในการสูญเสียอิสรภาพของพวกเขา แต่ความรู้สึกของผมกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ที่จะได้เริ่มต้นการผจญภัยใหม่ๆและมันได้เติมเต็มความฝันในวัยเด็กของผม ยิ่งไปกว่านั้นผมยังได้รับการเชื้อเชิญให้เป็นกองกำลังพิเศษของประเทศอีกด้วย ซึ่งบอกตามตรงเลยว่าน้อยคนนักที่จะได้รับโอกาสเช่นนี้

ในคืนแรกของการเป็นทหารเกณฑ์ ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง พร้อมคุกเข่าลงและอธิษฐานขอบพระคุณพระเจ้า “ ขอบคุณพระเจ้า สำหรับโอกาสที่ดีเช่นนี้ได้เข้ามาในชีวิตของผม ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยให้ผมได้ทำความดีและขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเฝ้าระวังภัยตลอดในช่วงระหว่างการฝึกของผม อาเมน”

สามเดือนแรกของการฝึกทหารขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องที่ยาก แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากลักษณะการฝึกอบรมของทหารจะต้องใช้เวลาฝึกร่วมกันกับเพื่อนคนอื่นๆด้วย จึงทำให้เกิดมิตรภาพอันแน่นแฟ้นกับเพื่อนร่วมทีมของผม ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีจนผมจบหลักสูตร และได้รับรางวัลทหารเกณฑ์ดีเด่น (Best in Physical Training) ซึ่งในรุ่นนี้มีเพียงแค่สี่คนเท่านั้นที่ได้รางวัลนี้มา และผมก็เป็นหนึ่งในสี่คนนั้นด้วย มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดในชีวิตของผม ผมขอบคุณพระเจ้าที่อวยพรนี้ให้ผม ผมมั่นใจว่านี่คืออาชีพที่พระเจ้าจะทรงประทานให้ผม

ส่วนขั้นที่สองในการฝึกของผมจะเป็นเรื่องของการกระโดดร่มโดยการดีดตัวออกจากเครื่องบิน ผมได้รับการติดบั้งยศขั้นต้นที่มันจะทำให้ผมกลายทหารพลร่มอย่างเต็มตัวได้ในอนาคตข้างหน้า

แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแบบไม่ได้ตั้งตัว มันเป็นวันที่พวกเรากลับเข้าค่ายทหารอีกครั้งหลังจากที่กลับไปเยี่ยมบ้านมา วันนั้นสภาพอากาศดีมาก เราได้รับคำสั่งให้มุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศในช่วงบ่ายเพื่อฝึกการกระโดดร่ม ผมดำเนินการตามปกติทบทวนขั้นตอนการกระโดดร่มพร้อมกับตรวจสอบความพร้อมสภาพจิตใจของตัวเองและอุปกรณ์ ผมกระโดดออกจากเครื่องบินด้วยความตื่นเต้น แต่ขณะที่ผมกำลังจะสัมผัสพื้นดินก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางลมอย่างฉับพลัน ผมลงกระแทกพื้นอย่างแรงและลงผิดจังหวะทำให้เท้าของผมแตก ความฝันอันสดใดของผมก็ถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดีในเพียงชั่วพริบตาเดียว การไล่ไขว่คว้าหาอาชีพในกองทัพของผมก็ได้สิ้นสุดลง ระยะเวลาในการรักษาก็ช่างแสนจะยาวนานเหลือเกิน ผมจมอยู่กับผิดหวังเสียใจ และตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้า

ในช่วงเวลานั้นเพื่อนสนิทของผมได้พยายามเข้ามาช่วยให้กำลังใจผมพยายามหากิจกรรมอย่างอื่นมาให้ผมทำ เพื่อจะช่วยให้ผมไม่โฟกัสไปยังความฝันที่มันได้แตกสลายไปแล้ว ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่มีฝันอะไรที่จะให้ผมไล่ตามอีกต่อไป ทำไมพระเจ้าถึงได้ทรงมอบช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตให้แก่ผม แถมยังตบท้ายด้วยรางวัล อวอร์ดให้ผมด้วย แต่สุดท้ายแล้วก็เอามันคืนกลับไปทั้งหมด? ผมรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นเรื่องตลก (แต่มันไม่ตลกเลย) เพื่อนคนเดิมแนะนำให้ผมลองไปเป็นครู อืม ก็เป็นความคิดที่ดีนะ –แต่เมื่อก่อนผมเป็นนักเรียนที่แย่มาก ชอบแกล้งครูหรือทำเรื่องไร้สาระให้ครูปวดหัว ผมคิดๆดูแล้วจึงไม่ลองดีกว่า

หลายเดือนผ่านไปผมก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ หงุดหงิด ที่ในทุกๆวันของผมจะแค่รอเวลาให้มันผ่านไปเท่านั้น ผมรู้สึกว่าจะต้องหาอะไรทำให้มากขึ้น ในที่สุดผมก็ตัดสินใจที่จะไปเป็นครูผู้สอน ผมสมัครออนไลน์เพื่อเป็นครูผู้สอนที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งปี (ครูประจำของชั้นเรียนลาคลอด) ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับโอกาสนี้เท่าใดนัก แต่ผมบอกกับตัวเองว่าให้คิดบวกและเปิดกว้างในสิ่งใหม่เพื่อจะได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์

สองเดือนแรกในการสอน ผมหลงรักในงานของผม การสอนทำให้ผมมีการพูดคุยปฎิสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนซึ่งมันช่วยให้ผมเอาชนะภาวะซึมเศร้าไปได้ ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงจุดมุ่งหมายและทิศทางใหม่ในชีวิตของผม

หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บและได้รับการกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีพร้อมกับออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยทำให้ผมสดใสแข็งแรงขึ้นมาก ผมจึงขอเข้าเรียนวิชาพลศึกษาสำหรับโรงเรียนและเริ่มเรียนในหลักสูตรการศึกษาทางไปรษณีย์สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์เพื่อการกีฬา เพื่อให้ผมยังคงสามารถทำงานและเรียนควบคู่กันไปได้ เป้าหมายของผมคือการสำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและเข้าร่วมกระทรวงการศึกษาในฐานะครูพลศึกษาอย่างเต็มตัว นี่คือสิ่งที่พระเจ้าได้จัดเตรียมความพร้อมไว้ให้สำหรับผม (ผมบอกกับตัวเอง) ผมอธิษฐานเพื่อขอการทรงนำจากพระเจ้าและโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียนและเพื่อนร่วมงานของผม สิ่งต่างๆก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นเกินกว่าที่ผมคาดไว้ สี่ปีต่อมาผมก็ยังคงสนุกกับสิ่งที่ผมทำ อีกทั้งเพื่อนร่วมงานและสมาชิกในครอบครัวก็ยังคงให้กำลังใจผมอยู่เสมอ ยิ่งเป็นการตอกย้ำและยืนยันในการตัดสินใจของผม

หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านการกีฬาแล้วผมก็ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ผมได้ผ่านการอบรมการเรียนการสอนมาอย่างถูกต้องดีแล้ว เพื่อจะได้นำไปยื่นขอเข้ากับกระทรวงศึกษาธิการ แล้วช่วงเวลาอันโหดร้ายครั้งที่สองของผมก็มาถึง เมื่อทางกระทรวงศึกษาธิการได้ปฏิเสธคำขอของผมสำหรับการเป็นอาจารย์สอนในระดับบัณฑิตศึกษา ผมไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลยถึงความรู้สึกผิดหวัง ความเสียใจ ที่มันได้ถาโถมเข้ามาในใจของผม หมดกัน! จบแล้วกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่! ผมรู้สึกว่าพระเจ้าเป็นผู้ที่ไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย ทำไมทำกับผมได้ พระเจ้าไม่ได้ปิดประตูโอกาสในชีวิตผมเพียงครั้งเดียว แต่มันสองครั้ง ทั้งหมดนี้ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดและคิดว่าจะได้รับในสิ่งที่ทำ แต่มันไม่ใช่เลย

หลายปีผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น ผมอยากจะบอกว่าพระเจ้าได้ทรงมอบอีกหนึ่งความฝันให้แก่ผมด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่สองเรื่องที่ผมเล่ามานะ ผมเรียนรู้ที่จะยอมรับว่าพระองค์ทรงมีแผนการอื่นในชีวิตของผม ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากที่ผ่านมาทั้งสองเรื่องของผม พระเจ้าทรงช่วยให้ผมเห็นว่าทางของพระองค์สูงกว่าทางของเราเสมอ “เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา พระเจ้าตรัสดังนี้ เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น”(อิสยาห์ 55: 8-9) ถึงแม้ว่าจะวางแผนพึ่งพาความแข็งแรงของตัวเอง แต่พระเจ้าทรงแสดงให้ผมเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงเดชานุภาพและผมจะทำสิ่งใดไม่ได้หากปราศจากความช่วยเหลือจากพระองค์

ถ้าหากคุณรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ คุณอาจจะดูเหมือนว่ามันค่อนข้างจะแตกต่างจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของผมซะเหลือเกิน ผมเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเข้มแข็งในบทบาทหน้าที่ปัจจุบันของผมหรอกนะ แต่นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะทำเพื่อให้ผมสามารถจดจำได้ว่าพระคุณของพระเจ้ามีอยู่เสมอในช่วงเวลาที่เรารู้สึกไม่มั่นคงและหมดหนทาง

ความแข็งแกร่งของพระเจ้าได้รับการประจักษ์อย่างดีที่สุดโดยผ่านความอ่อนแอของผม เช่นเดียวกับคำพูดของท่านนักบุญเปาโลใน (2 โครินธ์ 12:10) “เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์ ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก ในการถูกข่มเหง ในความอับจน เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น”

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง