พระประสงค์ของพระเจ้าไม่ได้มีแต่ในหนังสือ

วันที่ 7-5-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Ana Chavarria, USA
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียน เราทั้งหลายรู้อยู่แล้วว่าเราต้องเชื่อฟังและทำตามในสิ่งที่พระคัมภีร์บอกให้เราทำ บางครั้งมันอาจจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเรากำลังรับใช้พระเจ้าผู้ซึ่งมีคำสั่งให้เราต้องทำตามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แต่ในความเป็นจริงแล้วมันค่อนข้างตรงกันข้ามกับชีวิตของเราในหลายๆด้าน เพราะในพระคัมภีร์ไม่ได้ให้คำแนะนำที่เข้มงวดในสิ่งที่เราควรจะทำ แต่พระเจ้าทรงให้แนวทางและเสรีภาพในการเลือกว่าเราต้องการจะใช้ชีวิตของเราอย่างไร

ตัวอย่างเช่น ในพระคัมภีร์ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อย่างชัดเจนในเรื่องของการออกเดท (การคบหากับคนรัก) เป็นผลให้เราทั้งหลาย มักจะหันไปหาหนังสือหรือคู่มือเกี่ยวกับ “วิธีการออกเดทในวิถีทางของพระเจ้า” เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างความสัมพันธ์แบบคนรัก

ตอนที่ฉันอายุ 14 ปี มีคนส่งหนังสือเกี่ยวกับการออกเดทมาให้ฉัน ซึ่งในเวลานั้น มันได้กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน ในตอนนั้นฉันพยายามที่จะทำตามทุกอย่างที่หนังสือบอกให้ทำอย่างจริงจัง ซึ่งฉันลืมไปว่าเนื้อหาในบทเรียนเล่มนี้ อาจจะมีบางคำที่มาจากพระคัมภีร์ แต่มันก็ไม่ใช่พระคัมภีร์! ฉันเข้าใจผิดคิดว่า การที่นักเขียนนำเอาข้อพระคัมภีร์มาเขียนในหนังสือเรื่องนี้ คือ “กฎในการออกเดท” และทั้งหมดนี้มาจากพระเจ้า

ฉันจำได้ว่าในหนังสือเล่มนี้ ยังกล่าวซ้ำๆเกี่ยวกับเรื่องของ “การจีบกัน” และอธิบายว่ามันเป็นเพียงวิธีเดียว ที่จะใช้ในการเริ่มต้นในการสร้างความสัมพันธ์ และนำมาซึ่ง “การออกเดท” “การออกเดท” ที่ว่านั้น ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่นำไปสู่การกระทำบาป และ “การจีบ” ในที่นี้เขาหมายถึงว่า จะต้องมีพี่เลี้ยงคอยแนะนำอยู่ใกล้ๆด้วยเสมอ และจงสงวนรักษาร่างกายของเราไว้ให้ดี การสัมผัสทางร่างกายจะทำได้แค่การจับมือเท่านั้น เมื่อฉันได้อ่านประสบการณ์ในการออกเดท และวิธีการจีบของนักเขียนท่านนี้ ฉันว่ามันก็ดูสมเหตุสมผลดี

ผลที่ตามมาหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคือ ฉันคิดว่าการออกเดทเป็นพื้นฐานของการทำบาป และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ที่จะแสดงความรู้สึกของฉันให้กับใครบางคน ซึ่งมันทำให้ฉันเครียดโดยไม่จำเป็น แต่สุดท้ายแล้วฉันก็เลือกที่จะเก็บความรู้สึกของฉันไว้ในใจโดยที่ไม่ได้บอกใคร

เมื่อฉันเริ่มเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ฉันมีเพื่อนที่กำลังคบหาดูใจกับคู่เดทของเขา และพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในทางของพระเจ้าด้วย ฉันจึงเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการออกเดท ในหนังสือเล่มนั้นที่ฉันได้เคยอ่านและศึกษามา และได้เรียนรู้ว่าความเชื่อและความเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ของฉันยังอยู่ในเกณฑ์พื้นฐานที่อ่อนแอมาก ทุกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวฉัน ทำให้ฉันได้ยินแต่เรื่องราวที่ดีว่า “พระเจ้านำพาเพื่อนของฉันไปยังคนที่ใช่!” ด้วยวิธีการที่แตกต่างจากในหนังสือที่ฉันเคยอ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นว่าพระเจ้าทรงทำงานของพระองค์ในชีวิตของพวกเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน
นั่นคือตอนที่ฉันได้รู้ว่าสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับตัวผู้เขียนหนังสือเล่มนั้น อาจจะไม่เหมาะสำหรับฉันหรือคนอื่นๆก็ได้

บางครั้งนั่นอาจเป็นเหตุให้เราทั้งหลายรู้สึกท้อใจ ที่พยายามจะปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างด้วยความอดทนอดกลั้นเพื่อที่จะนำชีวิตของเราไปสู่ “ชีวิตที่สวยงาม” แต่ถ้าหากเราทำตามหนังสืออย่างเคร่งครัดแล้ว เราอาจจะไม่ยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาทำงานชีวิตของเราก็ได้

คำแนะนำในพระคัมภีร์และหนังสือของคริสเตียน มีข้อดีคือสามารถให้คำแนะนำและคำตอบที่ชัดเจนในคำถามที่คริสเตียนถามกันบ่อยๆได้ แต่ข้อเสียคือหนังสือสามารถหันความสนใจของเราจากสิ่งที่สำคัญที่สุดของการดำเนินชีวิตคริสเตียนไปก็ได้ คือความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเรากับพระเจ้านั่นเอง ดังนั้นเราจึงต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ในการดำเนินชีวิต ถ้าหากเราแสวงหาพระเจ้าในทุกๆวัน พระองค์ก็จะทรงนำชีวิตของเราในทางที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับเรา

ให้เราคิดแบบนี้ว่า : มีหนังสือเกี่ยวกับการออกเดทมากมาย แล้วในหนังสือแต่ละเล่ม ก็จะพูดถึงสิ่งที่ผู้เขียนได้ผ่านการเรียนรู้มา คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามันถูกต้องที่สุดแล้ว อันไหนคือสิ่งที่เราควรจะปฎิบัติตาม? ผู้เขียนแต่ละคนมีรูปแบบและขั้นตอนในการต่อสู้ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละคนที่ทำให้เขาหรือเธอนำมาเขียนเป็นหนังสือ ซึ่งเต็มไปด้วยบทเรียนชีวิตและคำแนะนำสำหรับการดำเนินชีวิตคริสเตียน

ในวันนี้ฉันกำลังออกเดทกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งในชีวิตของเขานั้นจะสรรเสริญพระเจ้าในทุกสิ่งที่เขาทำ และนั่นทำให้ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆวันเช่นกัน มันช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน ที่เราสามารถเดินทางในเส้นทางของพระเจ้าไปได้พร้อมกับคนที่เรารัก

มีคำกล่าวที่บอกว่า “พระเจ้าทรงมีแผนการที่แตกต่างกันสำหรับเราแต่ละคน การดำเนินชีวิตคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำความดีมากกว่าใคร หรือเราต้องพยายามทำตัวให้เป็นแบบอย่างแก่คนอื่น แต่มันเป็นการดำเนินชีวิตส่วนตัวของเรากับพระเจ้า ว่าเราจะปล่อยให้พระเจ้าเข้ามาทำงานในชีวิตของเรามากแค่ไหน แล้วเราเองจะประหลาดใจในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำในชีวิตของเรา “จงไว้วางใจในพระองค์แล้วพระองค์จะทรงนำทางให้เราไปสู่เส้นทางที่ดีที่สุด ที่พระองค์ได้ทรงวางแผนไว้ให้กับเราทั้งหลายแล้ว!”

“ถ้าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในคำของเรา ท่านก็เป็นสาวกของเราอย่างแท้จริง และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท” (ยอห์น 8:31-32)

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง