ดีเกินกว่าจะเก็บไว้

วันที่ 9-5-2017 • มานาประจำวัน • admin • 8 ความคิดเห็น »

ODB_090517.jpg

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ท่านมาเพื่อเป็นสักขีพยาน เพื่อเป็นพยานให้แก่ความสว่างนั้น เพื่อคนทั้งปวงจะได้มีความเชื่อเพราะท่าน – ยอห์น 1:7

อ่าน: ยอห์น 1:6-14

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : 2 พงศ์กษัตริย์ 7-9; ยอห์น 1:1-28

ในการพิจารณาคดีในชั้นศาล พยานไม่ได้เป็นเพียงผู้เห็นเหตุการณ์ แต่เป็นผู้มีส่วนกำหนดผลลัพธ์ของคดีนั้น ซึ่งเหมือนกับการเป็นพยานเพื่อพระคริสต์ เราจะต้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือความจริงเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู

เมื่อยอห์นผู้ให้บัพติศมาประกาศเรื่องของพระเยซูผู้เป็นความสว่างของโลก ท่านได้พูดถึงสิ่งที่ท่านรู้เกี่ยวกับพระเยซู และยอห์นที่เป็นสาวก ผู้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ก็เป็นพยานถึงประสบการณ์ที่ท่านมีกับพระเยซูว่า “เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์ คือ พระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา” (ยน.1:14) เปาโลก็อธิบายแนวคิดนี้ให้คนหนุ่มอย่างทิโมธีฟังว่า “จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย” (2 ทธ.2:2)

คริสเตียนทุกคนอยู่ต่อหน้าโลกนี้ที่เป็นเหมือนห้องพิจารณาคดี พระคัมภีร์กล่าวว่า เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่เป็นคนที่ต้องมีส่วนด้วย เราเป็นพยานให้กับความจริงในเรื่องการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ยอห์นผู้ให้บัพติศมาเป็นเสียงที่ร้องในถิ่นทุรกันดาร เสียงของเราก็สามารถพูดในที่ทำงาน ในหมู่บ้าน ในคริสตจักร และท่ามกลางเพื่อนฝูงพี่น้องได้เช่นกัน เราสามารถเป็นพยานที่มีชีวิตที่บอกเล่าความจริงของพระเยซูในชีวิตของเรา

พระกิตติคุณนั้นดีเกินกว่าจะเก็บไว้

Tags:

8 Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง