ทำไมเราถึงไม่ยอมแพ้ที่จะมีความหวัง

วันที่ 20-4-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Michele Ong
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ครั้งหนึ่งฉันเคยมีมุมมองที่ผิดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ความหวัง” สำหรับฉันแล้วมันฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน ซึ่งถ้าความหวังเทียบได้กับลักษณะสิ่งของประเภทใดประเภทหนึ่ง ก็คงจะเทียบได้กับพรมเช็ดเท้าที่จะย้ายไปวางตรงไหนก็ได้เพราะมันไม่มีจุดหมายปลายทางหรือความคิดเป็นของมันเอง

ความหวังก็คงเช่นเดียวกัน สำหรับฉันแล้วการมีความหวังคือการยึดติดกับความเชื่อลมๆแล้งๆ ที่หวังว่าใครคนหนึ่ง จะช่วยทำให้ความหวังนั้นกลายเป็นจริง หลังจากที่โยนเศษเหรียญซักสองสามเหรียญลงไปในบ่น้ำเพื่ออธิษฐานขอพรตามความเชื่อของใครหลายคน เป็นต้นว่า “ฉันหวังว่าวันนี้ฝนจะไม่ตก”ขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นท้องฟ้าเป็นสีเทามืดครึ้ม (บางคนอาจจะอธิษฐานขอแบบนั้น) ฉันได้อ่านบทความของคริสเตียนตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า “พระเยซูคริสต์คือความหวังของฉัน… ไม้กางเขนคือความหวังของฉัน… และพระเยซูคริสต์ในชีวิตของฉันคือความหวังแห่งศักดิ์ศรี (โคโลสี 1:27)” แต่ฉันไม่เคยเข้าใจความหมายเหล่านั้นเลย

ฉันเคยเผชิญกับความรักที่ผิดหวัง และมันมักจะมาพร้อมกับคำถามที่ว่า “ฉันกำลังทำอะไรกับชีวิตของฉัน?” กลายเป็นว่าฉันกำลังคาดเอวของฉันไว้ด้วยความรู้สึกกังวลใจและสิ้นหวัง ตอนที่ฉันเลิกกับแฟนเก่า ฉันมีสภาพที่แย่มากไม่ต่างอะไรจากแพทตี้และเซลม่า (ในการ์ตูนเรื่อง เดอะซิมสัน ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดที่ติดบุหรี่และไม่ยอมโกนขนขา ซึ่งในที่นี้หมายความว่าฉันมีสภาพที่ดูไม่ได้เลย) เว้นเสียแต่ว่าฉันเป็นแพทตี้และเซลม่าในเวอร์ชั่นของนิวซีแลนด์ ซึ่งมาพร้อมกับแมวจรจัดจำนวนนับไม่ถ้วนที่สนามหญ้าหน้าบ้านของฉันเอง

เมื่อก่อนนั้นความคิดหรือทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของฉันนั้น โดยส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเป็นไปในแง่ลบ น้องสาวของฉันจึงคิดค้น “กระปุกเงินจับผิด” ขึ้น ถ้าหากว่าใครเผลอคิดเรื่องแย่ๆหรือพูดสิ่งที่เป็นไปในแง่ลบ จะต้องถูกปรับเป็นเงิน 5 เหรียญ ซึ่งฉันจะต้องหยอดเงินใส่ไปในกระปุกฮัลโหลคิตตี้ของเธอ ต้องบริจาคเงินให้แก่องค์กรที่เกี่ยวกับมิชชั่นที่ฉันไม่ได้มีส่วนสนับสนุนแต่อย่างใดนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดนิดๆ

แต่พระเจ้าผู้ทรงเป็นพระบิดาของฉัน ได้ทรงตรัสกับฉันผ่านทางผู้รับใช้ของพระองค์ ในวันอาทิตย์ระหว่างที่ศิษยาภิบาลกำลังเทศนาในหัวข้อเรื่อง “ความหวัง” ท่านอาจารย์ท่านนั้นบอกว่า ความหวังไม่ใช่สิ่งที่จับต้องไม่ได้หรือไม่ใช่สิ่งที่ไม่แน่นอนอย่างที่เราทั้งหลายเคยคิดกัน เพราะในพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า “ความหวังที่เรายึดนั้นเป็นเสมือนสมอที่แน่และมั่นคงของจิตใจ ความหวังนั้นที่นำไปสู่อภิสุทธิสถานข้างหลังม่าน” (ฮีบรู 6:19)

พระธรรมตอนนี้สัมผัสจิตใจของฉันเป็นอย่างมาก ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าพระเจ้าทรงยอมถ่อมตัวลงเพื่อเสด็จมายังโลกนี้ และได้ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตของฉัน มันโดนใจฉันเข้าอย่างจังและทำให้ฉันเปลี่ยนมุมมองความคิดเกี่ยวกับ “ความหวัง” ไปอย่างสิ้นเชิง ความหวังไม่ใช่สิ่งที่เชื่อถือไม่ได้หรือสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน แต่ความหวังในพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกนั้น คือความมั่นคงปลอดภัยและเป็นความมั่นใจให้กับเราทั้งหลาย

เมื่อเรายึดมั่นในความหวัง ถือว่าเราเองได้ยึดมั่นในเส้นทางชีวิตที่แม้ว่าจะต้องเผชิญกับพายุที่โหมกระหน่ำ หรือต้องเผชิญกับความท้อแท้สิ้นหวัง , ความเจ็บปวดและความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เข้ามาในชีวิต ด้วยความหวังที่เรายึดมั่นไว้ในจิตวิญญาณของเราแล้ว เราสามารถที่จะเดินออกมาจากสิ่งเหล่านั้นแล้วพูดว่า “พระเจ้าผู้ทรงเป็นความหวัง จะทรงโอบกอดฉันไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์”

ถึงแม้ว่าอีสเตอร์จะได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เมื่อเรามองไปที่ไม้กางเขนนั้น เราทั้งหลายก็กำลังมองไปที่ความหวังของเรา ความหวังแห่งการยกโทษอภัยบาป ความหวังแห่งการเยียวยารักษา ความหวังของพระผู้ช่วยให้รอดและเพื่อที่เราทั้งหลายจะได้มีชีวิตนิรันดร์ ขอให้เราทั้งหลายมั่นคงอยู่ในความหวัง เพราะความหวังในพระเจ้านั้นจะไม่มีวันทำให้เราผิดหวัง

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง