ทำไมฉันจึงเริ่มคิดถึงการทรงฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์

วันที่ 15-4-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Tracy Phua,Singapore
ผู้แปล-เรีบยเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

คืนหนึ่งฉันกำลังทานอาหารเย็นกับเพื่อนสนิทของฉัน เพื่อนของฉันก็เริ่มถามฉันว่า “เอ่อ! แล้ววันศุกร์ประเสริฐจริงๆแล้วคือวันอะไร?”

มันเป็นครั้งแรกที่มีคนถามฉันด้วยคำถามแบบนี้ ฉันถึงกับอึ้งและตั้งตัวไม่ทันกับคำถามนี้เลย
ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันสามารถแก้สถานการณ์ได้อย่างประหลาดใจ และอธิบายให้เพื่อนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนฟังได้ว่า อะไรคือวันศุกร์ประเสริฐในความหมายของคริสเตียน

ไม่ว่าอย่างไรก็ดี เรื่องราวก็ได้ดำเนินต่อไป ทำให้ฉันนึกไปถึงเรื่องราวการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนขององค์พระเยซูคริสต์และความหมายที่แท้จริงของการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระองค์ ว่ามีความหมายอย่างไรในชีวิตวันต่อวันของฉัน หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน เลยเรียบเรียงและสรุปออกมาได้ 3 ข้อดังนี้

1. ผ่านทางการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ทำให้เรามั่นใจได้ว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่

ในที่นี้แปลความหมายได้ว่า พระเยซูได้ทรงกำจัดความตายให้สูญสิ้น และได้ทรงกระทำให้ชีวิตและสภาพอมตะกระจ่างแจ้งโดยข่าวประเสริฐ (2 ทิโมธี 1:10) เมื่อครั้งที่สมาชิกในครอบครัวของฉันล้มป่วยและต้องเข้ารับการรักษาและผ่าตัด ฉันต้องเผชิญหน้ากับความเครียดและความเจ็บปวดอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ดี ฉันจะคอยปลอบใจตัวเองด้วยการระลึกไว้เสมอว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้วเราก็จะได้มารวมตัวกันอีกครั้งและได้รับชีวิตนิรันดร์ แน่นอนว่าการแยกจากกันจะนำความโศกเศร้ามาให้เราอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนไม่กางเขนนั้น ฉันจึงมีความหวังว่าเราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

2. ผ่านทางการทรงฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์ เราทั้งหลายจึงได้รับพระคุณ

พระคุณนั้นหมายถึง การที่เราได้รับในสิ่งซึ่งเราไม่สมควรจะได้รับ การที่พระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้นนำมาซึ่งพระคุณ ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ (เอเฟซัส 2:8-9) ฉันสารภาพบาปต่อพระเจ้าว่าฉันเป็นคนบาป : ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเต็ไปด้วยความโกรธและความขมขื่นภายในจิตใจ แต่ถึงกระนั้นฉันก็ยังได้รับความรอด—ฉันรู้ได้ทันทีว่านั่นเป็นเพราะพระคุณของพระเจ้า ในทุกๆวัน ฉันจะคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นเพราะพระคุณของพระเจ้าฉันจึงมีชีวิตอยู่ได้ ฉันชอบบทความของนักเขียนผู้หนึ่งชื่อ “เดฟ แบรนนอน” (Dave Branon) ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือของเขาชื่อว่า “Stand Firm” — “พระคุณของพระเจ้าเทลงมาโดยพระหัตถ์ของพระองค์สู่เราเหมือนดั่งฝนจากเบื้องบน—อยู่เหนือการควบคุมและเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับเรา”

3. ผ่านทางการทรงฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์ เราทั้งหลายจึงได้รับพระเมตตา

ในขณะที่พระคุณนั้นหมายถึง การที่เราได้รับในสิ่งซึ่งเราไม่สมควรจะได้รับ พระเมตตาก็หมายถึงการที่เราไม่ได้รับในบางสิ่งที่เราสมควรจะได้รับ พระเจ้าทรงประทานพระเมตตาให้แก่พระเยซูคริสต์เมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา ทรงไถ่คนบาปทุกคนด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง ทรงให้มากเท่ากับความบาปที่อยู่ในตัวฉัน ฉันเองต่างหากที่สมควรที่จะได้รับความตายอย่างน่าอนาถ มากเสียยิ่งกว่าที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงได้รับ ถึงอย่างนั้นก็นตามพระเจ้าก็ไม่ทรงถือโทษหรือลงโทษฉันแต่อย่างใด แต่ทรงพระทานพระเมตตาของพระองค์แก่ฉันตลอดเวลา ในเช้าวันนี้เมื่อฉันตื่นขึ้น ฉันอาบน้ำและเตรียมตัวที่จะไปทำงาน ฉันเขียนโทษเกี่ยวกับพระคุณและพระเมตตาของพระเจ้าในชีวิตของฉัน ไม่ว่าฉันจะต้องเผชิญอะไรในวันนี้และไม่ว่าชีวืตจะเลวร้ายเพียงใด มันจะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของฉันและเป็นโอกาสที่พิเศษยิ่งในชีวิตของฉัน

เพราะว่าพระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว!

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง