จะทำอย่างไร..หากคนที่เรารักไม่ได้รับความรอด?

วันที่ 30-4-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Joawen Ho,Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 ครอบครัวของฉันต้องเผชิญกับการสูญเสียเป็นครั้งแรก น้าชายของฉัน ผู้ซึ่งเป็นน้องชายคนสุดท้องของแม่ฉัน ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และทิ้งให้น้าสะใภ้ของฉันต้องดูแลลูกๆซึ่งยังเล็กอยู่ถึง 5 คนตามลำพัง

เพราะว่าในตอนนั้นฉันไม่ใช่คริสเตียน เลยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำไมผู้ชายที่รักครอบครัว เป็นพ่อที่รักลูกมาก ประสบความสำเร็จในธุรกิจ—จะเสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน หากการมีชีวิตอยู่มันสั้นแค่ประเดี๋ยวเดียว ฉันจึงเริ่มคิดว่า แล้วอะไรคือความหมายและจุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่? ดังนั้น การเดินทางเพื่อหาเป้าหมายในชีวิตของฉันจึงได้เริ่มต้นขึ้น

เมื่อต้องเติบโตขึ้นท่ามกลางวัฒนธรรมและศาสนาที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป ฉันโตขึ้นมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่าพระเจ้าทรงดำรงอยู่และมีอยู่จริง เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าพระเจ้าองค์ไหนกันแน่ที่มีอยู่จริง ในคืนหนึ่งฉันตัดสินใจที่จะเริ่มอธิษฐานกับพระเจ้าที่ฉันไม่รู้จัก ฉันอธิษฐานว่า “ถ้าพระเจ้ามีอยู่จริง ได้โปรดแสดงตัวให้ฉันเห็น น้าชายของฉันอยู่ที่ไหนแล้ว และกำลังทำอะไรอยู่?”

หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนของฉันก็ให้หนังสือเล่มเล็กๆมาเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับความทุกข์ ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันอยากจะหาข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้นฉันก็เข้าร่วมชั้นเรียนพระคัมภีร์กับเพื่อนคนนั้นที่โบสถ์ของเขา

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2550 ฉันได้อธิษฐานรับเชื่อเอาพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตของฉัน แต่ด้วยความสัตย์จริง ฉันเองยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงเลยว่าพระเจ้าคือใครในตอนนั้น อันที่จริงแล้วฉันเองก็ไม่ได้เต็มใจในคำตอบของทุกคำถามที่ศิษยาภิบาลได้ถามฉันตอนที่รับบัพติศมา มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันรู้นั่นก็คือ ไม่ว่าฉันจะเคยมีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่บทเรียนก็แล้วแต่ ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจพระเจ้าอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นซักที — เพราะว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมายเหลือเกินที่เกี่ยวกับโลกใบนี้ , เกี่ยวกับชีวิตและเกี่ยวกับพระเจ้าที่ฉันไม่เคยจะหยุดตั้งคำถามได้เลย ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะกระโจนเข้าใส่ความเชื่อและความไว้วางใจ เพราะว่าพระเยซูคริสต์ได้อ้างถึงพระลักษณะของพระองค์ว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า และการถูกตรึงที่ไม้กางเขนของพระองค์นั้นก็ทำให้อดที่จะสนใจไม่ได้

แน่นอนว่า ไม่มีใครที่จะสามารถยืนยันได้ว่าการเสียสละขององค์พระเยซูคริสต์นั้น ซึ่งจะทำให้ฉันมอบชีวิตให้กับพระองค์ในเวลาต่อมานั้น มันจะคุ้มค่าหรือไม่ หากปรากฎว่าองค์พระเยซูคริสต์ไม่มีอยู่จริง และหากว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าอย่างที่พระองค์ได้กล่าวไว้ในพระวจนะของพระองค์จริงๆว่า — “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต” ผลของการไม่เชื่อของพระองค์ยิ่งจะตามมาหนักกว่านั้น

ยิ่งฉันโตขึ้นและเรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ฉันก็เริ่มที่จะชื่นชมในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เมื่อได้รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก รวมทั้งทุกสิ่งที่มีชีวิตบนโลกใบนี้พระองค์ก็ได้ทรงสร้างด้วย เท่านั้นยังไม่พอ เพราะว่าความรักที่พระองค์ทรงมีต่อมนุษย์ ทรงเลือกที่จะเสด็จลงมาเพื่อไถ่บาปให้กับคนบาปอย่างพวกเรา เพื่อาเราทั้งหลายจะได้รับความรอดและมีความหวังโดยทางองค์พระเยซูคริสต์ ฉันเริ่มที่จะมองเห็นถึงพระคุณและความรักขององค์พระเยซูคริสต์ผ่านทางผู้ที่เชื่อในพระองค์ทั้งหลาย

แต่ความเชื่อที่ฉันมีต่อพระเจ้าเริ่มสั่นคลอนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ปี 2010 เมื่อน้าชายของฉันได้จากไป— โดยอุบัติเหตุจากการถูกรถชน น้าชายของฉันชื่อ ริชาร์ด เปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2 ของฉัน น้าริชาร์ดรักฉันเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง และคอยอยู่กับฉันในทุกๆเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เพียงแต่ว่าน้าริชาร์ดไม่ได้เป็นคริสเตียน

เพราะเริ่มเข้าใจถึงเรื่องราวของความรอด เลยรู้ว่าการจากไปของน้าริชาร์ดจะเป็นการจากลาอย่างถาวรนิรันดร์ ฉันเริ่มรู้สึกเสียใจว่าฉันไม่เคยได้แบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้าให้น้าริชาร์ดได้ฟังเลย ฉันโกรธพระเจ้าว่าทำไมพระองค์ไม่ให้เวลากับฉันอีกซักหน่อยเพื่อจะได้ประกาศกับน้าริชาร์ด ฉันตั้งคำถามกับพระองค์ว่า : ทำไมพระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้น้าชายผู้ซึ่งเป็นที่รักของฉันจบชีวิตลงแบบนี้? ทำไมทรงอนุญาตให้มีความทุกข์ทรมานและความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น? ในขณะที่ฉันต้องทนทุกข์อยู่กับคำถามเหล่านี้ ฉันก็มีความรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วและพร้อมที่จะเดินจากรพระเจ้าและละทิ้งความเชื่อของฉัน

ตอนนั้นที่โบสถ์จัดค่ายซึ่งฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมและเป็นในช่วงเดือนเดียวกัน ถึงอย่างนั้นเรียนรู้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ลตอนหนึ่ง จากพระธรรม ยอห์น 3:16-18 ในช่วงเวลาที่ฉันเฝ้าเดี่ยว

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้วางใจในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า” (ยอห์น 3:16-18)

จากที่ฉันได้มีโอกาสใคร่ครวญถึงพระธรรมตอนนี้ ท้ายที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วว่า ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเราทั้งหลายนั้นยิ่งใหญ่และลึกซึ้งมากขนาดไหน เพราะว่าพระองค์ทรงรักเราทั้งหลายจนถึงขนาดที่ทรงยอมส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ลงมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปเราทุกคน และพระองค์ทรงยอมเจ็บปวดและทนทุกข์ก็เพื่อเราทุกคน ดังนั้น ฉันจึงเข้าใจแล้วว่า ความทุกข์ของฉันที่เกิดจากการสูญเสียน้าริชาร์นั้น พระเจ้าทรงเข้าใจมันเป็นอย่างดีในทุกๆความเจ็บปวดที่ฉันกำลังเผชิญ

และด้วยจิตใจที่ยกย่องเทิดทูญในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำเพื่อเรา ฉันอธิษฐานตอนรับองค์พระเยซูคริสต์ให้เข้ามาในชีวิตฉันอีกครั้ง ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะต้องรู้จักพระองค์ให้มากขึ้น และเป็นอีกครั้งที่ฉันเริ่มเข้าใจถึงพระทัยของพระองค์เมื่อลูกแกะของพระองค์ต้องหลงหาย จากพระธรรม ยอห์น 10:16 ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า พระเจ้าทรงปรารถนาให้ลูกแกะของพระองค์คือเราทั้งหลายนั้น ให้รวมกันอยู่ในความเชื่อที่มีพระเจ้าองค์เดียวที่ทรงเป็นพระเจ้าของเรา ดังที่ในพระธรรมตอนนี้ได้บอกว่า “แกะอื่นซึ่งมิได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้นจะฟังเสียงของเรา แล้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว” (ยอห์น 10:16)

และในพระธรรม ลูกา 15:5-7 ก็ได้กล่าวถึงความชื่นชมยินดีที่พระเจ้าทรงมี เมื่อพระองค์ได้ทรงมีชัยเหนือความตาย และได้ทรงไถ่บาปให้เราทั้งหลายที่เชื่อในพระองค์ทุกคน “เมื่อพบแล้วเขาก็ยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความเปรมปรีดิ์ เมื่อมาถึงบ้านแล้ว จึงเชิญพวกมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า ‘จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบแกะของข้าพเจ้าที่หายไปนั้นแล้ว’ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่” (ลูกา 15:5-7 )

มันจะเป็นคำอธิษฐานที่จะทำให้ฉันได้เดินวันต่อวันกับพระองค์ และเพื่อฉันจะได้เข้าใกล้ชิดสนิทกับพระบิดาผู้ทรงสถิตย์ในฟ้าสวรรค์มากยิ่งขึ้น ฉันจะตั้งใจฟังพระสุรเสียงของพระองค์ให้มากขึ้น จะติดตามพระองค์และจะอธิษฐานกับพระองค์ เพื่อที่ฉันจะได้นำคนอื่นให้มากลับใจเชื่อพระองค์ด้วยเช่นกัน

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง