5 วิธีการเพื่อหยุดความอิจฉา

วันที่ 17-3-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Edna Ho, มาเลเซีย
ผู้แปล – ผู้เรียบเรียง: ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันเชื่อว่าพวกเราทุกคน ต้องมีสักครั้งแหละที่มักจะเอาชีวิตของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉันเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมนมัสการในคริสตจักร ฉันเคยเอาความสามารถในการร้องเพลงของตัวเองไปเปรียบเทียบกับบรรดานักร้องคนอื่น ๆโดยอิงความสามารถของตัวเองเป็นหลักว่าร้องเพลงได้ดีกว่าคนอื่น

ซึ่งปัญหาของการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นจะส่งผลทำให้เกิดสองผลลัพธ์คือ: 1) คุณจะรู้ว่าตัวเองด้อยกว่า (ซึ่งนำไปสู่ความอิจฉาริษยา) หรือ 2) คุณรู้สึกว่าตัวเองโดดเด่นกว่า (ซึ่งนำไปสู่ความภาคภูมิใจ)

ในพระคัมภีร์มีคำพูดที่ดีเกี่ยวกับความรู้สึกเหล่านี้ว่า
“หัวใจที่สงบให้ชีวิตแก่เนื้อหนัง แต่กิเลสทำให้กระดูกผุ “ สุภาษิต 14:30
“ความเย่อหยิ่งเดินหน้าการถูกทำลาย และจิตใจที่ยโสนำหน้าการล้ม” สุภาษิต 16:18
โดยส่วนตัวของฉันในอดีตฉันได้พยายามต่อสู้กับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพระเจ้าทรงสอนฉันเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับความอิจฉามีห้าบทเรียนดังนี้

1. โปรดจำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรา พระเจ้าทรงประทานให้เราทั้งสิ้น

เมื่อตอนที่ฉันกำลังฝึกร้องเพลงฉันเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับพี่สาวคนอื่น ๆ ในทีมนมัสการที่พวกเขาไม่เพียงแต่ร้องเพลงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้อีกด้วย ฉันนึกถึงตัวเอง “ทำไมฉันไม่สามารถเล่นเปียโนหรือกีตาร์ได้นะ?”

ในวันที่ฉันกำลังติดหล่มจมอยู่กับความรู้สึกที่ไม่มั่นใจตัวเองนั้น พระเจ้าก็ทรงเตือนฉันว่าพระองค์ทรงประทานของขวัญอันล้ำค่าให้ฉันเพื่อให้เป็นตามพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งก็นั่นคือพรสวรรค์ที่มักจะมาพร้อมกับความรับชอบผิดชอบที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอ

ยากอบ 1:17 กล่าวว่า “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบนและส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่างในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง” ทุกสิ่งในชีวิตของเรามาจากพระเจ้า ผู้ใดที่ได้รับของประทานมากพวกเขาก็มักจะถูกคาดหวังมากด้วยเช่นกัน(ลูกา 12:48) เราจะต้องพิทักษ์สิทธินี้ไว้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงมอบไว้ให้แก่เรา เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้ฉันมันเพียงพอแล้วที่จะบรรลุเป้าหมายในชีวิตของฉันบนโลกใบนี้

2. ยอมรับความจริงที่ว่าเราจะไม่เป็นเหมือนคนอื่น

ถ้าเราตระหนักถึงความจริงข้อนี้ก่อนก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดนั้นได้ เพราะพระเจ้าทรงสร้างให้เราแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉันจำได้ว่าตัวเองรู้สึกอิจฉาพี่สาวในโบสถ์ที่เขาผอมกว่าฉัน แม้ฉันจะรู้ดีว่าพันธุกรรมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เธอผอมแบบนั้น แต่ฉันปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง ฉันพยายามทำทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นการอดอาหารหรือการออกกำลังกายเพื่อให้ผอมลงเหมือนกับเธอ

แม้ฉันจะมีความพยายามมากเพียงใดฉันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ถึงฉันจะผอมลงฉันก็ยังคงดูอวบมากกว่าเธออยู่ดี แต่พระเจ้าทรงปลอบโยนฉันด้วยการเตือนสติว่า พระองค์ได้ทรงสร้างฉันตามแบบที่พระองค์ต้องการให้ฉันเป็น (สดุดี 139: 14) แล้วมุมมองของฉันก็เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าจะต้องเป็นสาวผอมเท่านั้นถึงจะดูสวยงาม แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเห็นความงามจากการมีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงแล้ว

หากคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายกันนี้ฉันขอให้คุณพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า : คนเรามักจะไม่เคยพอใจในสิ่งตนเองมีอยู่มักจะไปไล่ตามหาความสมบูรณ์แบบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกียรติยศชื่อเสียง, ทรัพย์สินเงินทองและความสำเร็จทั้งๆที่ทุกอย่างที่กล่าวมานี้มันเป็นสิ่งชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ดังใน 1ยอห์น 2:15-17 กล่าวว่า “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดาแต่เกิดมาจากโลก และโลกกับสิ่งที่ยั่วยวนของโลกกำลังล่วงไปแต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์”

เมื่อเราไปถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตเราจะตระหนักได้ว่ามันไม่มีอะไรที่สำคัญไปมากกว่าความพึงพอใจที่เราได้อยู่ในพระเจ้าและการได้ใช้ชีวิตอยู่ในพระองค์

3. ใช้เวลาในการคิดทบทวนนึกถึงพระคุณความดีของพระเจ้า

ฉันเก็บบันทึกการให้กำลังใจทั้งหมดที่ฉันได้รับการหนุนใจจากผู้คนมากมายและจากพระคำที่พระเจ้าทรงสอนไว้เสมอ เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกท้อแท้ฉันก็อ่านบันทึกนี้เพื่อให้เข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าเราใช้เวลาในการคิดทบทวนเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่เรามีในวันนี้เป็นผลมาจากการเตรียมการของพระเจ้าและพระองค์ได้ทรงการตอบสนองคำอธิษฐานของเรา

สิ่งที่เรามีอยู่ทั้งหมดตอนนี้เป็นเพราะพระคุณของพระเจ้า ขอให้เราจงขอบพระคุณพระเจ้าของเรา และขอให้ของเราไว้วางใจในพระองค์ให้พระองค์นำทางในการใช้ชีวิตของเราในทุกๆวันมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยให้เราหยุดยั้งความอิจฉาริษยาได้เพราะสายตาของเราจะจดจ่ออยู่กับพระเจ้าไม่ใช่ที่คนอื่น

4. จงตั้งใจทำดีต่อคนที่เราอิจฉา

นี่อาจฟังดูแปลก ๆ แต่ลองปฎิบัติต่อคนที่เรากำลังอิจฉาเขาอยู่ เช่นส่งข้อความหนุนใจให้พวกเขาโทรหาพวกเขาหรือที่ดีกว่านั้นคือยังคงอธิษฐานเผื่อพวกเขาอยู่เสมอ ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนเราก็เรียกร้องให้มีการแสดงความรักอย่างจริงใจต่อกัน “จงรักด้วยใจจริง จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี”(โรม 12: 9) แม้ว่าความรู้สึกของเราจะบอกเราอย่างอื่นก็ตามแต่เราก็ต้องพยายามที่จะทำในสิ่งที่ดีต่อกัน

เมื่อฉันนำสิ่งนี้เข้ามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ฉันก็พบว่าความรู้สึกในเชิงลบที่ฉันมีต่อคนอื่น ๆ เริ่มลดน้อยลงไป โดยทำตามหลักการที่กำหนดไว้ในมัทธิว 5: 43-48 ซึ่งเราถูกเรียกให้มาเอาแบบอย่างความรักของพระเจ้า เพื่อมอบความรักให้กับคนอื่นๆแม้กับคนที่เราอาจไม่ชอบเขามากนักก็ตาม

5. การแสวงหาเพื่อเติบโตในพระเจ้า

แทนที่เราจะขอให้พระเจ้าทรงอวยพรสิ่งต่างๆให้กับเรา ทำไมเราไม่ขอให้พระเจ้าอวยพรให้เรามีความเข้าใจในพระองค์มากยิ่งขึ้นหล่ะ! อธิษฐานเพื่อการเปิดเผยของพระเจ้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าพระองค์ทรงเป็นใคร รวมถึงพระสิริและอำนาจของพระองค์ด้วย

1 ทิโมธี 6: 6-11 บอกเราว่าการนับถือพระเจ้าด้วยความพอใจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเราพบความพึงพอใจที่แท้จริงในพระองค์แล้วเราจะไม่ปรารถนาความสุขที่ชั่วครู่ชั่วคราวเหล่านั้นอีกต่อไป เพราะต่อจากนี้ไม่มีอะไรที่จะสามารถเทียบกับพระองค์ได้เลย

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง