ความรักคือทุกอย่างที่เราต้องการจริงหรือ?

วันที่ 1-3-2017 • บทความ • admin • 1 ความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Bradley Gray, USA
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

(เกี่ยวกับผู้เขียน : แบรด คือเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานเกี่ยวกับพันธกิจของอนุชน เป็นทั้งนักเขียนและนักพูด ผู้มีใจมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการประกาศพระกิตติคุณของพระเจ้า ไม่ว่าจะผ่านทางการเขียนหรือการพูด เขายังคงให้ความสำคัญแก่การประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นมีชีวิตอยู่ การตาย หรือการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ เพื่อคนที่หลงหายและเพื่อคนที่บอบช้ำ เขาและภรรยาของเขา นาตาลี ต่างก็รับใช้ร่วมกันในพันธกิจอนุชนนี้ ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา)

โลกนี้ต่างก็พูดถึงเรื่อง “ความรัก” ไม่ว่าจะผ่านทางภาพยนตร์,หนังสือ,ศิลปะและดนตรี โดยทั่วไปแล้วมันคือแทบจะทุกอย่างเลยก็ว่าได้ เราต่างก็ลงความเห็นทันทีว่านั่นเป็นแนวคิดของความรัก การตกอยู่ในห้วงแห่งความรักและการมีความรัก ดูเหมือนว่าเราทั้งหลายจะไม่สามารถวิ่งหนีจากความคิดที่ว่าความรักคือทุกอย่างที่เราต้องการ แต่ความคิดที่ว่านั้นมันเป็นความจริงหรือเปล่า?

เดอะ บีทเทิล (The Beatles) วงร็อคยอดนิยมจากประเทศอังกฤษที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ดูเหมือนว่าพวกเค้าก็มีแนวคิดเข่นนั้นเหมือนกัน เห็นได้จากบทเพลงของพวกเขาที่ชื่อ “All You Need Is Love” หรือที่แปลเป็นไทยว่า “ทั้งหมดที่คุณต้องการก็คือความรัก” และหลังจากนั้นก็กลายเป็นประโยคยอดฮิตที่นิยมพูดกันทั่วโลก มันฟังดูดีและมีเกียรติ แต่มันคือความจริงเหรอที่ว่าความรักเป็นทางออกให้กับปัญหาทุกอย่าง

หนึ่งในภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่ง ในปี 2014 , ท่ามกลางดวงดาวของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan’s Interstellar) ได้รับการเผยแพร่และเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับการสำรวจอวกาศแต่ในความเป็นจริงแล้ว โดยเนื้อหาของภาพยนตร์กลับสะท้อนมุมมองที่ลึกกว่านั้นเกี่ยวกับอารมณ์ของมนุษย์และความรัก หนึ่งในสมาชิกของตัวละครที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ถึงกับพูดเหน็บแนมกับประโยคที่ว่า “ความรักเป็นสิ่งหนึ่งที่เราสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ อยู่เหนือกาลเวลาและห้วงอวกาศ”

แน่นอนว่าความรักย่อมสำคัญต่อเราทุกคนในที่นี้ แม้กระทั่งในพระคัมภีร์ก็ได้กล่าวไว้ว่า “ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด” (1โครินธ์ 13:13) ถึงอย่างนั้นก็ดี นั่นก็ยังไม่สามารถที่จะให้นิยามและความหมายของ “ความรัก” ได้ทั้งหมด อย่างที่เราเคยได้ยินมา และยังมีอีกหลายเรื่องจากชีวิตจริงที่เกิดขึ้นที่ไม่เหมือนว่านั่นจะเกี่ยวกับความรักเลย กับความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง จำนวนแห่งการอย่าร้างของคู่แต่งงานที่เพิ่มขึ้นในทุกวันนี้ มันทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า “ความรักเป็นอะไรที่เราอยากจะมีเหรอ? ความรักคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆเหรอ?”

ผมเคยมีความคิดที่คล้ายๆแบบนี้เช่นกัน ตอนที่ผมเพิ่งเริ่มเดทกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งตอนนี้เธอได้กลายมาเป็นภรรยาของผม เราพบกันตรงทางเดินในวิทยาลัย เรากำลังเดินตรงที่ทางเดินในวิทยาลัยไปในทางเดียวกัน และจบลงตรงที่เราเรียนในชั้นเดียวกันที่วิทยาลัยและนั่งเรียนอยู่ข้างกัน ในฐานะที่เราจริงจังถึงเรื่องความสัมพันธ์กับคนรักของเราทำให้ผมมีความคิดที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ความรักเป็นสิ่งไม่จริง

มิเรียน-เว็บสเตอร์ (The Merriam-Webster) ดิกชันนารี่ที่รวบรวมเอาความหมายแห่งนิยามของ “ความรัก”เอาไว้ อย่างเช่นคำว่า “แรงดึงดูด”,“อารมณ์รักพึงใจ”,“ความปรารถนา”, “ความรู้สึก” นิยามความหมายเหล่านี้ใช้อธิบายความหมายของคำว่า “รัก” เราทั้งหลายต่างก็มาถึงจุดที่เข้าใจถึงความหมายของคำว่า “รัก” นี้อย่างตรงกันและเปลี่ยนคำว่า “รัก” ให้มีความเกี่ยวข้องกับเรา แต่ความรักที่เห็นแก่ตัวไม่ถือว่าเป็น “ความรัก”—มันค่อ “ความใคร่” โลกนี้สร้างความสับสนให้เราเข้าใจผิดระหว่าง “ความรัก” กับ “ความใคร่”— เป็นความรู้สึกที่รุนแรงด้วยความปรารถนาที่เร่าร้อน — ด้วยความรักจะนำให้มาถึงจุดที่เราไม่ต้องมีคำถามใดๆ คุณจะพบว่าตัวเองกัำลังไล่ตามความรู้สึกที่พิเศษนี้และอยากจะมีประสบการณ์กับความรัก คุณสามารถเข้าร่วมสัมนากับคู่รักจำนวนมาก เพื่อเรียนรู้ถึงวิธีการรักษาความรักให้ยังคงสดใหม่อยู่เสมอ แม้ว่าจะแต่งงานกันมานานแล้ว หรือคุณอาจจะอ่านจากหนังสือหลายเล่มโดยผู้เขียนหลายคน และสำแดงความรักของคุณแก่พวกเขา — แต่ถ้าคุณไม่เคยรู้จักว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร คุณอาจจะไม่มีความรักจริงๆเลยก็ได้

ชาวกรีกโบราณให้ความหมายของคำว่ารักไว้ถึง 4 แบบด้วยกัน

สตอรเก้ (Storge) เป็นความรักแบบครอบครัว เป็นความรักที่เป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ความรักระหว่างพ่อแม่ที่มีต่อลูกและความรักของลูกที่มีต่อพ่อแม่ ฟิเลียส (Philios) เป็นความรักของพี่น้อง หรือความรักระหว่างเพื่อน อีรอส (Eros) เป็นความรักที่รุ่มร้อน เป็นที่มาของคำว่า “อีโรติก” (erotic) ซึ่งเป็นคำที่นิยามความหมายของคำว่า “ความรักที่เร่าร้อน” และยังให้คำนิยามหมายความรวมถึง “รักแรกพบ” อีกด้วย ความรักในรูปแบบนี้ยังถูกรวมถึงความรู้สึกที่ทำให้หลงใหล น่าเศร้าที่มันมักจะส่งผลร้าย มากกว่านั้นก็คือโลกนี้ได้บอกว่าความรักคือการปรากฏหรือมีอยู่ทางกายภาพ ด้วยวัฒนธรรมของการแสดงออกทางเซ็กซ์หรือการร่วมรักกัน มันจึงง่ายที่เราจะเห็นได้โดยทั่วไป ถึงศูนย์รวมแห่งอำนาจของความรักที่เต็มไปด้วยการครอบงำของความใคร่

แต่ความรักประเภทสุดท้ายนี้เรียกว่า “อกาเป้ (Agape)” เป็นความรักที่อยู่ในขั้นสูงสุด มันถูกห่อหุ้มไปด้วยความรักที่ไม่มีวันจะลดน้อยลงไปได้และเป็นความรักที่มีอยู่เหนือทุกสถานการณ์ของชีวิต เป็นความรักที่รับใช้ผู้อื่น เป็นความรักที่มีแต่ให้ มีอิระไม่ผูกมัดและไม่มีเงื่อนไขใดๆ อกาเป้เป็นความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว และสำหรับผมแล้วความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวคือกุญแจที่นำไปสู่ความรักที่แท้จริง แน่นอนว่ายังมีเครื่องหมายอีกมากมายเกี่ยวกับคำว่ารักแท้ เช่น ความพากเพียร,ความอดทน,ความหวังใจ ฯลฯ แต่ความรักที่เสียสละนั้นเด่นชัดที่สุดสำหรับผม เพราะว่านั่นคือการสำแดงความรักของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อผม

“ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน” (ยอห์น 15:13) ผ่านทางการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนขององค์พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงสำแดงความรักที่แท้จริงที่สุดให้กับเราทั้งหลาย ด้วยการสละพระองค์เองและทรงปฏิเสธความปรารถนาของพระองค์ ความรักนี้เท่านั้นที่ไม่เห็นแก่ตนเองและจะไม่มีวันทำให้เราผิดหวัง และเป็นความรักที่เข้มแข็งและเต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

แน่นอนว่าการไม่ได้บอกว่ามีคุณภาพอื่น ๆ ที่นิยามความหมายของความรักที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน และมีความสำคัญน้อย แต่รักจะรวมสิ่งอื่น ๆ เหล่านั้นเอง ผมรู้สึกว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นบทสรุปของคำว่า “รัก” ความรักที่ผมมีต่อภรรยา สำหรับผมแล้วบางทีก็มาในรูปแบบของการให้ดอกไม้ และอาหารมื้อค่ำสุดโรแมนติก แต่แค่เพียงดอกไม้และอาหารเราคงจะฝากความหวังว่าสิ่งนั้นจะมั่นคงไม่จางหายไม่ได้

ผมเรียนรู้ถึงการที่จะรักภรรยาของผมผ่านทางผ่านทางความรักยิ่งใหญ่ด้วยการไม่เห็นแก่ตนเอง สิ่งนี้หมายรวมถึงสิ่งที่เล็กๆน้อยๆอย่างเช่น การล้างจานตอน 4 ทุ่มเพราะว่าภรรยาของผมเครียดจากงานมาทั้งวัน ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะจัดการสนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่เหลือทั้งวันด้วยกันกับเธอ ตรวจดูเสื้อผ้าในตระกร้าว่าซักหมดรึยังในแต่ละอาทิตย์ และเซอร์ไพร้เธอด้วยการทำอาหารเช้าไปเซิร์ฟให้บนเตียง สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้เราทั้งหลายก็สามรถทำได้เพอื่เป็นการแสดงออกซึ่งความรักต่อผู้อื่นด้วย และยังบ่งบอกถึงว่าเรารักเขาเหล่านั้นมากเท่าไหร่

มันคงจะไม่เชยเกินไปที่จะบอกว่าความรักคือการที่เราให้ทั้งหมดที่เรามีแก่ผู้อื่นด้วย เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นน้ำหนึ้งใจเดียวกันได้ดั่งฝัน , รวมความปราถนา, รวมถึงชีวิตและจิตใจด้วย มันยังหมายถึงเราหยุดที่จะใส่ใจในรายละเอียดของผู้อื่นและสนใจในสิ่งที่คนอื่นต้องการ ความรักคือการใช้ชีวิตอย่างไม่เห็นแก่ตัวเพื่อสิ่งดีและใช้ชีวิตให้มีความหมายด้วย

ความรักที่ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่างต้องใช้การตอบแทนซึ่งกันและกัน การรักใครซักคนและคาดหวังว่าเราจะได้มันกลับมาเช่นกันนั้นเราไม่เรียกว่ารักแท้ ความรักที่เราแต่ละคนต่างก็ต้องการนั้น คือความรักที่ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้จักมัน นั่นคือความรักที่มีแต่การให้โดยไม่จำเป็นต้องมีคำกล่าวใดๆ,เป็นความรักที่อดทนได้ในทุกสถานการณ์ของชีวิตไม่ว่าจะผิดพลาดและล้มเหลวก็ตาม

ความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวเป็นความรักที่ยั่งยืนนาน นั่นคือความรักที่เทลงมาจากองค์พระเยซูคริสต์ และความรักนั้นก็เรียกเราให้ไปสำแดงต่อผู้อื่นด้วย—และนั่น คือความรักที่เราทั้งหลายต้องการ

Tags: , , ,

One Response

  1. Khwan

    Amen ค่ะ หวังว่าสักวันนึงจะได้เจอคู่พระพรที่มีความรักเเบบ Agape เหมือนพระเยซูคริสต์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง