เมื่อเวลาของการฮันนีมูนได้สิ้นสุดลง

วันที่ 13-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน: Mark Stromenberg, Canada
ผู้แปล-เรียบเรียง : ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เจ้าชายฟิลิปเป็นพระสวามีของพระราชินีควีนอลิซเบ็ธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่เพิ่งผ่านการเฉลิมฉลองงานครบรอบ 70 ปีของการแต่งงาน ได้เคยกล่าวไว้ว่า “หากสามีเปิดประตูรถให้ภรรยาของเขา นั่นถ้าไม่ใช่รถคันใหม่ก็เป็นภรรยาคนใหม่” มันเป็นความจริงที่น่าตลกในชีวิตของเรานะซึ่งมันจะที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆในชีวิตการแต่งงานของเรา

เมื่อวันเสาร์ที่16 พฤษภาคม 2516 เป็นวันที่ผมได้แต่งงานกับผู้หญิงในฝันของผม ซึ่งตอนนี้เขาได้กลายมาเป็นภรรยาของผมแล้ว ในระหว่างที่ผมกำลังวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะฉลองครบรอบแต่งงานในปีแรกของเรานั้น ผมก็ได้คิดย้อนกลับไปเห็นช่วงเวลาที่เราได้เติบโตมาด้วยกันที่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของเรา

สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ที่มาพร้อมกับการแต่งงานคือ : การสร้างครอบครัวด้วยกัน (รวมถึงการใช้จ่ายเงินด้วยกัน!) การทำอาหารร่วมกันสร้างความบันเทิงให้แก่กันและกันในเวลาเย็นเราก็นอนขี้เกียจด้วยกันในบ้าน นี่เป็นของขวัญจากสวรรค์ที่มอบมาให้สำหรับเราสองคน และแน่นอนที่สุดเราจะทำอะไรก็ได้ในบ้านไม่มีข้อจำกัดหรือขอบเขตอะไรทั้งสิ้นรวมถึงช่วงเวลาที่เราใช้เวลาบนเตียงด้วยกันด้วย

ถึงแม้ว่าการฮันนีมูนจะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่จำเป็นในชีวิตการแต่งงานเพื่อคงความสัมพันธ์ที่ดีของเราไว้ แต่ในบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ธรรมดาๆในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง ชีวิตการแต่งงานของเราเพิ่งผ่านมาไม่นานนักก็รู้สึกว่าเราเป็นเหมือนเพียงแค่เพื่อนร่วมห้องกันเท่านั้น เราดูทีวีด้วยกัน,ทำความสะอาดบ้านด้วยกัน,ในตอนเช้าก็ออกไปทำงาน,หลังเลิกงานมาล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยกัน แล้ววนซ้ำเป็นแบบนี้เหมือนเดิมทุกวัน มันกลายเป็นความรู้สึกที่น่าอึดอัดใจอยู่ภายในบ้านทุกวันจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

แต่ผมและภรรยากลับรู้สึกแปลกใจมากที่มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเราสองคน ในช่วงเวลาของเก้าเดือนที่ผ่านมานี้ ผมได้เข้าใจในชีวิตการแต่งงานของผมมากขึ้น ซึ่งผมสรุปได้หกข้อดังต่อไปนี้
(เรียงจากความสำคัญมากสุด)

6) ข้อบกพร่องของผมจะไม่หายไปหลังจากการแต่งงาน

แต่ข้อบกพร่องของเราจะถูกมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น การแต่งงานเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงความเกียจคร้านความเห็นแก่ตัวสนใจคนอื่น และอีกนิสัยอีกหลายๆอย่างที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของผม หากคุณกำลังจะแต่งงานหรือวันหนึ่งที่คุณคิดอยากจะแต่งงาน จงทำทุกอย่างให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดพร้อมทั้งกำจัดความเห็นแก่ตัวออกไปและให้เว้นจากการทำความผิดบาปด้วย

เราทุกคนล้วนแต่แบกภาระหนักเรื่องความสัมพันธ์ในชีวิตแต่งงาน แต่ให้เรามองข้ามข้อเสียของกันและกันจะดีกว่าเพราะมันเป็นเคล็ดลับเพื่อให้เราไม่ล้มเหลวและเจ็บปวดในชีวิตแต่งงานของเรา พี่เลี้ยงเคยบอกผมว่า “การแต่งงานเป็นเรื่องที่ยากมากพออยู่แล้ว จงทำทุกอย่างที่คุณจะสามารถทำให้มันง่ายขึ้นก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการใช้ชีวิตแต่งงาน. “

5) การผ่านช่วงเวลาที่ยากได้สอนบทเรียนอันมีค่าให้แก่ผมและภรรยาของผม

ถ้าหากเราสองคนมีความขัดแย้งกันภรรยาของผมเธอจะให้โอกาสซึ่งกันและกันเพื่อให้การสื่อสารระหว่างเราสองคนเป็นไปอย่างราบรื่น ทำให้ผมรู้จักภรรยาของผมดีมากขึ้น,ผมได้เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราและรู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากเหล่านี้ได้สอนอะไรผมมากกว่าช่วงเวลาที่ผมมีความสุขเสียอีก

เวลาที่เราทะลาะกันหรือมีความขัดแย้งกัน เราก็แค่ที่เลือกที่จะจบเรื่องนี้หรือเดินออกก็เท่านั้น เมื่อผมมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินออกจากความเจ็บปวดของตัวเองและพยายามที่จะเข้าใจภรรยาของผมพร้อมตอบสนองความต้องการของเธอช่วงเวลาเหล่านี้ก็จะกลายเป็นโอกาสที่เราจะได้เติบโตไปด้วยกันและใกล้ชิดกันมากขึ้น

4) การมีเซ็กส์ในชีวิตแต่งงาน มันมีความหมายมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์

การแต่งงานเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์,ความไว้วางใจ,ความใกล้ชิด,ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน,มองเห็นคุณค่าของคนรักของเรา,ความห่วงใยและการดูแลเอาใส่ซึ่งกันและกัน คุณภาพชีวิตเรื่องทางเพศของคนทั้งคู่ เป็นตัวชี้วัดอารมณ์หรือบรรยากาศของชีวิตการแต่งงานของพวกเขา (ไม่ได้นับถึงความถี่ของการมีเซ็กส์) ไม่ช้าก็เร็วคุณจะได้เรียนรู้เรื่องนี้ด้วยตัวของคุณเอง

3) การแต่งงานเป็นเรื่องยาก ขอบคุณพระเจ้าที่เรามีพระองค์!

ความอ่อนน้อมถ่อมตน,ความรับผิดชอบ,ความซื่อสัตย์สุจริต,การให้อภัยและการหักห้ามใจ มันเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นพื้นฐานที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อจะได้มีชีวิตการแต่งงานที่ราบรื่น นี่คือเหตุผลที่ผมเชื่อว่าทำไมชีวิตการแต่งงานของคนจำนวนมากถึงล้มเหลว โดยผมได้สังเกตุว่าคนส่วนใหญ่พวกเขาทำการแต่งงานโดยปราศจากพระเจ้านั่นเอง สำหรับตัวผมเองแล้วยกตัวอย่างง่ายๆก็เพราะว่าพระเจ้าให้ความรักแก่ผมทำให้ผมมีพลังที่จะสารภาพความผิดบาป,พระเจ้าทำให้ผมมีจิตใจที่พร้อมจะให้อภัยเสมอและเติบโตในพระองค์

มันเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบของผมกับพระเจ้าที่พระองค์ทรงเปิดเผยความผิดบาปของผมที่มีความหยิ่งยโสและความเห็นแก่ตัวของผมพระองค์ทำให้ผมมีความกล้าหาญ,ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความเข้มแข็งพอที่จะขอโทษ พร้อมยอมรับการตำหนิจากภรรยาของผมและการเปลี่ยนแปลงนิสัยพฤติกรรมที่แย่ๆของผม มันยากมาก แต่ถ้าเรายอมให้พระเจ้าเป็นผู้คอยชี้นำทางเราพระองค์จะทรงใช้การแต่งงานในการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตัวของเรา ซึ่งจะทำให้เรามีความรักความเมตตามากขึ้น ดูสง่างามมากขึ้น มีความเข้มแข็งและมีความสุขมากขึ้น นอกเหนือจากนั้นเรายังได้เข้าใกล้พระลักษณะของพระคริสต์มากขึ้นอีกด้วย

2) คู่สมรสของผมคืออีกชีวิตหนึ่งของผม

เมื่อคุณแต่งงานคู่สมรสของคุณจะเป็นอีก “หนึ่ง” ชีวิตของคุณ ภรรยาของผมเธอบอกผมว่า “คนของฉัน” นั่นหมายความว่าผมเป็นคนของเธอ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำมันให้ได้ ถึงแม้ในบางครั้งมันอาจจะยากแต่มันก็เป็นเรื่องง่ายมากกว่าการที่จะพยายามทำอย่างนั้นกับบุคคลอื่น โดยในแต่ละเดือนที่ผ่านไปนั้น ผมและ “คนของผม” ได้รู้จักซึ่งกันและกันมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น และเรามีการเติบโตในความรักมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่ามหัสศจรรย์ใจผมมากที่สุดคือผมไม่ได้รู้หลักการที่จะนำมาใช้ในชีวิตแต่งงานเลย แต่ผมก็ได้ทำตามหลักการนั้นตอนที่ผมได้แต่งงานกับเธอนี่เอง ผมคิดว่าในช่วงเวลานั้นเราก็เหมาะสมกันดี เพียงแค่ขอให้พระเจ้าทรงทราบว่าเราต้องการซึ่งกันและกันก็พอแล้ว เมื่อไหร่ที่ผมยอมเชื่อฟังพระเจ้าจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงสอนผมและห่วงใยผมโดยผ่านทางภรรยาของผมนั่นเอง ผมเห็นว่ามันเป็นสิ่งสวยงามสมบูรณ์แบบและเป็นการแต่งงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดถ้าคุณยอมรับให้พระเจ้านำทางในชีวิตของคุณ

1) การแต่งงานไม่ใช่แค่เป็นเรื่องของผม

หลังจากที่ความตื่นเต้นของการฮันนีมูนได้จบลงไปแล้วนั้น คุณจะตระหนักได้ทันทีว่าเรายังใช้เวลาอย่ด้วยกันไม่เพียงพอเลย ภรรยาของผมและผมจำเป็นต้องมองหาสิ่งอื่นที่ข้างนอกบ้าง นอกจากไปทำงานและกลับมาบ้าน สำหรับเราในฐานะที่เป็นคริสเตียนทั้งคู่มันเป็นความสัมพันธ์ของเรากับพระคริสต์ด้วย ซึ่งไม่เพียงเพราะพระเจ้าทรงเรียกให้เราได้มาอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่แค่สำหรับตัวของพวกเราเอง แต่สำหรับวัตถุประสงค์,เป้าหมาย,วิสัยทัศน์และภารกิจรับใช้ด้วย หากเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราต้องการจากการแต่งงานของเราคืออะไรจะทำให้เรามีปัญหาหลังการแต่งงานได้

แทบไม่น่าเชื่อเลยนี่ก็ใกล้จะถึงวันครบรอบหนึ่งปีในการแต่งงานของเราแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณภรรยาของผมมากที่เรามีกันและกัน ถึงแม้ว่าผมได้พูดบอกเล่าเรื่องราวถึงอุปสรรคในชีวิตการแต่งงานมากมายผมก็ยังไม่ได้พูดถึงความสวยงามของชีวิตแต่งงานที่มีอีกเยอะแยะให้ฟังเลย การแต่งงานให้ความสุข, ความสวยงาม, และความเข้มแข็ง การแต่งงานเป็นกระบวนการกลั่นกรองและขัดเกลาคนได้อย่างหนึ่ง เมื่อเราอดทนผ่านสิ่งเหล่านี้พระเจ้าจะทรงสร้างคุณลักษณะของพระองค์ในตัวของเราซึ่งเป็นที่มาของความเชื่อมั่นและความสุขที่แท้จริง

ถึงภรรยาของผม : ผมรักคุณ ขอบคุณมากมายสำหรับการเป็น “คนของผม” ผมหวังว่าผมจะได้เปิดประตูรถให้คุณในอีก 70 ปีข้างหน้า ผมก็ยังจะปฎิบัติกับคุณเหมือนเราเพิ่งแต่งงานกันได้ 70 วันนะ

Tags: Mark Stromenberg, , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง