เมื่อการวางแผนนั้นล้มเหลว!

วันที่ 21-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : SJL, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เราทั้งหลายต่างก็ชอบที่จะวางแผนสำหรับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนว่าจะทานอะไรสำหรับมื้อเย็น หรือการวางแผนสำหรับเป้าหมายที่จะไปให้ถึงฝั่งฝันให้ได้ภายใน 10 ปี แต่ฉันมักที่จะทำอะไรมากเกินไปเสมอ อย่างเช่นการเป็นนักวางแผนหรือการทำทุกอย่างด้วยความเฟอร์เฟ็ค และที่แย่ไปกว่านั้นฉันเขียนแผนแต่ละอย่างลงเป็นรายการในการวางแผนเป็นขั้นตอนและอย่างละเอียดเลยทีเดียว

ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนซักแห่ง ฉันจะใช้เวลาเสิร์ชหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพื่อเช็คที่กินและที่เที่ยว แผนการเดินทางของฉันจะถูกเขียนลงด้วยดินสอ จดลงเป็นรายละเอียดไว้ในสมุดโน๊ต และถ้าฉันไม่ได้ไปเที่ยวในที่ๆฉันได้เขียนไว้ในแผนดังกล่าวฉันจะรู้สึกโกรธและเสียใจมากๆ

ที่ฉันต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่าฉันอยากจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเวลาของฉัน และฉันไม่ต้อการที่จะเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ฉันชอบความแน่นอนและชอบที่ฉันสามารถควบคุมผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการวางแผนนี้ ฉันเชื่อสุดหัวใจกับคำกล่าวที่ว่า “การล้มเหลวในการวางแผนคือการที่คุณวางแผนที่จะล้มเหลว”

แต่ในที่สุดวลีนี้ก็ได้ทำให้ฉันผิดหวัง เพราะมีบางอย่างเกิดขึ้นทั้งๆที่เป็นความมั่นใจในชีวิตของฉันแต่ก็ทำให้ฉันเสียใจเป็นที่สุด แฟนของฉันกับฉันเราคบกันมาได้เกือบ 9 ปีแล้ว และความสัมพันธ์ของเราก็ค่อนข้างจะคงที่และลงตัว และโดยธรรมชาติของฉัน ฉันก็มักจะวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตคู่ของเราเอาไว้ด้วย ฉันเขียนไว้ทุกอย่างตั้งแต่ เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกัน? เราจะจัดงานแต่งงานกันที่ไหน? จะมีลูกด้วยกันกี่คน? และเราจะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกันอย่างไร?

ดังนั้นเมื่อความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงอย่างกระทันหัน มันทำให้ฉันใจสลาย พร้อมกับถามตัวเองว่า ฉันทำอะไรผิด? พระเจ้า นี่เป็นผลที่ตามมาจากการที่ฉันได้ทำบาปเหรอ? ฉันรู้ว่ามีหลายอย่างที่ฉันไม่ได้ทำให้ดี แต่ว่านี่มันไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอสำหรับบทลงโทษ?

อย่างไรก็ตาม พระเจ้าได้ทรงตรัสกับฉัน ผ่านทางพี่สาวในพระคริสต์คนหนึ่ง ด้วยพระคำของพระองค์ มาจนถึงทุกวันนี้ฉันได้ยึดถือเอาพระวจนะคำตอนนั้นอย่างขึ้นใจ และในสิ่งที่เธอได้แบ่งปันกับฉัน :

นี่แน่ะท่านที่พูดว่า “วันนี้หรือพรุ่งนี้เราจะเข้าไปในเมืองนี้เมืองนั้นและจะอยู่ที่นั่นปีหนึ่ง และจะค้าขายได้กำไร” แต่ว่าท่านไม่รู้เรื่องของพรุ่งนี้ ชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่าท่านก็เป็นเช่นหมอกที่ปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป แทนที่จะพูดเช่นนั้น ท่านทั้งหลายควรจะพูดว่า “ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรดเราจะมีชีวิตอยู่และจะกระทำสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น” — ยากอบ 4:13-15

พระธรรมตอนนี้ได้สอนให้ฉันรู้ถึงความผิดที่ว่า ฉันมั่นใจในแผนที่ฉันได้วางไว้ให้กับชีวิตของตัวเองมากเกินไป ฉันได้วางแผนไว้อย่างยิ่งใหญ่เพราะฉันคิดไปเองว่าอะไรที่ดีต่อชีวิตของฉัน โดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าพระเจ้าจะทรงคิดอย่างไรกับแผนเหล่านั้น มันคือการปฏิเสธกฎของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของฉันอย่างฉับพลัน—มันเหมือนกับว่าฉันได้บอกกับพระองค์ว่า “พระเจ้าไม่ต้องห่วงฉันเพราะฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ แค่ดูอยู่ห่างเพราะฉันรู้ว่ามันต้องสำเร็จ”

มันคือความผิดพลาด ที่ฉันคาดเดาเอาเองว่าแผนเหล่านั้นจะต้องสำเร็จและพรุ่งนี้ก็จะมาถึงดังที่ได้หวังไว้ ฉันนี่ช่างโง่เขลาที่คิดไปว่าทุกๆวันคงจะเป็นไปดังที่ได้วางแผนไว้ และฉันคงจะดำเนินชีวิตประจำวันของฉันต่อไปได้ระหว่างการวางแผนเพื่ออนาคตของฉันเอง มันคงไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป ฉันเคยเห็นตัวอย่างจากชีวิตของเพื่อนสนิทของฉันเอง เธอประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน ต่อมาก็ล้มป่วยลง เธอมีเนื้องอกในสมองต้องได้รับการผ่าตัดและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

เวลาบนโลกของเรานั้นมีจำกัด เราอาจจะมีเวลา 80 ปี , 50 ปี หรือแค่ 30 ปี พระคัมภีร์ได้เตือนเราว่าการมีชีวิตอยู่ของเรานั้นก็เหมือน “หมอกที่ปรากฏอยู่ชั่วเวลาหนึ่งแล้วก็ค่อยๆจางหายไป” มันทำให้ฉันถามตัวเองว่า รู้อย่างนี้แล้ว ฉันจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้อย่างไร?

ข้อพระคำนี้ปลุกให้ฉันตื่นจากหลับ และเริ่มต้นที่จะใช้เวลาอย่างฉลาดมากขึ้น—ไม่ใช่ในทางที่สร้างประโยชน์แก่ตัวฉันเอง แต่เข้าใจให้ได้ว่าฉันถูกสร้างขึ้นมาทำไม่ : ก็เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

จากทัศนคติตรงนี้ก็ได้ทำให้ฉันรู้ถึงว่าฉันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวฉันกับแฟนของฉัน มารวมอยู่ที่ความต้องการของตัวฉันเอง ฉันใช้เวลาของฉันไล่ตามความฝันของตัวเอง และใช้เวลาในการวางแผนสุดเพอร์เฟ็คของฉันแทนที่จะยอมต่อพระเจ้า ตอนนี้ฉันจึงถามตัวเองว่า : ฉันได้ให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตของฉันหรือเปล่า หรือให้เวลากับพระองค์แค่ตอนที่ฉันว่างหรือเอาพระองค์ไปใส่ไว้ในช่องของการวางแผนที่ยังคงว่างอยู่

มันเป็นบทเรียนที่แสนเจ็บปวดของฉัน แต่ฉันเองก็ได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าทรงมีฤทธิ์อำนาจสูงสุด และเชื่อมั่นว่าแผนการของพระองค์ย่อมดีกว่าแผนการของเราเองเพราะว่าพระองค์ทรงสมบูรณ์แบบและแผนการของพระองค์ก็เพอร์เฟ็ค ทุกๆวันฉันจะคอยเตือนตัวเองว่า “ถ้าสิ่งนี้เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งนี้”

พระเจ้าต้องการจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเรา ขอให้เราใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เหมือนวันสุดท้ายในชีวิตเรา และใช้ทุกวินาทีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

“ขอพระองค์ทรงสอนให้นับวันของข้าพระองค์เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะมีจิตใจทีมีปัญญา”— สดุดี 90:12

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง