เป็นแฟนกัน! เราเข้าใจมันอย่างถูกต้องหรือไม่?

วันที่ 3-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Eric Kai Ho Chan, Canada
ผู้แปล-เรียบเรียง : ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

พวกเราทุกคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ “วิธีการที่ถูกต้อง” ในช่วงเวลาที่เราไปออกเดท ซึ่งเราได้รับการสอนว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องบ้าง แล้วเรานำคำสอนเหล่านี้มาสอนต่อให้กับคนอื่นๆ หรือตัดสินคนอื่นตามแบบมาตรฐานเดียวกันนี้ด้วย ถึงแม้ว่าบทเรียนเหล่านี้มันจะถูกต้อง แต่เราอาจจะไม่เคยสอนให้พวกเขารู้ถึงวิธีการที่เหมาะสมหรือมีทัศนะคติที่ถูกต้องในเรื่องนี้ นี่เป็นบางคำถามที่จะเราจะต้องขบคิด

1. ความบริสุทธิ์ : เราให้อภัยได้มั้ย?

คริสเตียนส่วนใหญ่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนถึงความสำคัญของพรหมจารี(เลวีนิติ 21: 10-15) ซึ่งตัวผมเองก็รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเป็นคริสเตียนเสียอีก พวกเราหลายคนต่างก็ได้รับคำสอนถึงผลที่จะตามมาของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส ซึ่งมันจะมีผลกระทบต่อทั้งสองฝ่ายทั้งในเรื่องมุมมองของความสัมพันธ์และเรื่องเซ็กส์

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเราควรจะสอนคนอื่นถึงกฎของพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ว่าทำไมพรหมจารีถึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเก็บรักษาความบริสุทธิ์ไว้จนกว่าเราจะแต่งงาน

แต่ถ้าคริสเตียนบางคนที่ได้ทำผิดพลาดไปในอดีตแล้วก็จะไม่มีความบริสุทธิ์อีกต่อไป? เราจะมองพวกเขาแบบคนต่ำต้อยด้อยค่าเพราะตัวเราเลือกทำถูกต้องมากกว่าเขาเหล่านั้น? ทัศนคติแบบนี้มันทำให้พวกเขารู้สึกว่า “พวกเขาเป็นของที่เสียหายแล้ว”? ในหัวข้อเรื่องที่เราพูดถึงนี้มุ่งเน้นถึงความสำคัญของการรักษาพรหมจารี แต่ไม่ใช่ว่าจะมีมุมมองในเชิงลบกับคนที่ไม่ได้รักษาความบริสุทธิ์ไว้ แต่ถ้าหากพวกเขามุ่งมั่นตั้งใจที่จะไม่กลับไปทำผิดอีกพระเจ้าจะไม่สามารถยกโทษจากบาปนี้ให้แก่พวกเขาเชียวหรือ? จากการที่พวกเขาไม่สามารถกลับคืนไปสู่ความเป็นสาวพรหมจารีได้อีกต่อไปแล้ว

เราจะต้องรู้จักการให้อภัย เพราะพวกเราทุกคนก็ล้วนแต่เป็นคนบาปซึ่งอาจจะกระทำความผิดพลาดในรูปแบบอื่นๆแตกต่างกันออกไป หนังสือของโฮเชยาบอกเราในพระวจนะว่าไม่ใช่แค่เพียงการยกโทษให้ภรรยาของเขาในความผิดบาปของเธอที่ผ่านมา แต่ยังให้อภัยเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งๆที่เธอกลับไปมีชู้อีกครั้ง ดังใน 2โครินธ์ 5:17 ได้เตือนเราว่าคริสเตียนที่อยู่ในพระคริสต์ คนผู้นั้นก็ก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว โปรดจำไว้ว่าการรู้จักให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเราจะต้องรู้จักการให้อภัยแก่ผู้อื่นและตัวเราเอง พร้อมทั้งสอนให้คนอื่นรู้จักและกระทำเช่นเดียวกันกับเราด้วย

2. การออกเดท : เราสามารถนำมาปฎิบัติได้จริงมั้ย?

พวกเราหลายคนคงจะได้รับการเตือนให้รู้ถึงขอบเขตที่ควรจะทำ ในตอนที่เรากำลังคบหากับใครสักคนเพื่อให้เราไม่ตกอยู่ในสิ่งล่อลวงแบบนั้น แนวทางปฎิบัตินี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหล่ะ! มีพวกเราบางคนได้รับคำแนะนำว่าไม่ควรออกเดทแบบแค่ผิวเผินดูไม่เป็นทางการ หรือบอกให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกาย แล้วเราจะต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดเวลาที่ออกเดท หรือแม้แต่พยายามที่จะมีขีดจำกัดกับคนอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย

นี่มันจะปฎิบัติได้จริงมั้ย? มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเราคอยควบคุมกำกับคนทั้งคู่ตลอดเวลา เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาอาจจะมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเพียงเพราะพวกเขารู้ว่ามีคนกำลังเฝ้าดูและสังเกตุพวกเขาอยู่ และไม่ใช่เพราะว่าพวกเขารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง พวกเขาอาจทำลายกฎนี้ในวลาที่ไม่มีคนมาคอยควบคุมแล้ว

แต่ผมเชื่อว่าเราควรจะเรียนรู้และสอนคนอื่น ๆ เพื่อให้รู้จักควบคุมตัวเอง “ดังเรื่องราวของโจเซฟ” (ปฐมกาล 39: 11-12) เพื่อให้เราสามารถรู้เท่าทันในสิ่งยั่วยุล่อใจและหลีกหนีจากการล่วงประเวณี จากนั้นเราจะรู้ขอบเขตและรู้ถึงวิธีการประพฤติปฏิบัติตนด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้คำแนะนำให้รู้ถึงวิธีการอย่างจริงจังไว้ใช้เมื่อเวลาที่เราออกเดท เพราะเราไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะไปได้ไกลถึงแค่ไหน มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าในความสัมพันธ์นี้เราอาจจะยังไม่ได้คิดพิจารณาถึงขั้นแต่งงาน

3. ออกเดทกับคริสเตียนเท่านั้น : พวกเราท้อใจมั้ย?

ในพระคัมภีร์ได้พูดเกี่ยวกับความเสี่ยงของการถูกเข้าเทียมแอก (2 โครินธ์ 6:14) เดอะ ผมเชื่อว่าคริสเตียนควรจะออกเดทกับคริสเตียนเท่านั้น และยังได้เรียนรู้ที่จะมองเห็นวุฒิภาวะทางจิตวิญญาณของพวกเขาอีกด้วย

ในสมาคมคริสเตียนของเราทั้งในและนอกคริสตจักร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเริ่มปลูกฝังแนวความคิดที่ถูกต้องโดยมุ่งเน้นไปที่เด็กและคู่สมรสก่อน เพราะบางทีเราอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องความท้อใจในการออกเดทที่มีข้อจำกัดเช่นนี้ก็เป็นไปได้

ซึ่งบางครั้งเราก็ควรจะพยายามปรับตัวและเติบโตไปด้วยกันในวัฒนธรรมที่เปิดกว้างในเรื่องของการออกเดทมากขึ้นพร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนหนุ่มสาวในเพศตรงข้าม ซึ่งเราสามารถจัดกิจกรรมทางสังคมสำหรับคนโสดที่เป็นคริสเตียนในชุมชนของเราและส่งเสริมให้พวกเขาสร้างปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนของพวกเขาในโบสถ์อื่นอีกด้วย

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง