ทำไมฉันยังเป็นโสด?

วันที่ 11-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน Krysti Wilkinson, USA
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันนั่งอยู่ในโบสถ์ กำลังฟังศิษยาภิบาลเทศน์ ขณะที่สายตาของฉันจดจ่ออยู่ที่คู่รักคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ 2 แถวข้างหน้าถัดจากที่ฉันนั่งอยู่ เค้ากำลังซบไหล่กันและจุ๊บที่หน้าผาก นั่นทำให้ดึงความสนใจของฉันให้หันไปมองพวกเขา

ฉันรู้จักผู้หญิงคนนั้น และฉันก็พอจะรู้จักสถานะของเธออยู่บ้าง ในความคิดของฉันผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ถือว่าดีพร้อมสมบูรณ์ที่จะมีความรักได้หรืออะไร ไม่ได้คิดว่าเธอจะได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต แต่ก็นั่นแหละเธอก็มีแฟนที่น่ารักแล้วก็ยังมีความน่ารักระหว่างคู่รักให้เราได้อิจฉากัน

ฉันนั่งถอนหายใจ ปรับพนักที่นั่ง สอดส่ายสายตาไปมาพรางมองดูในแถวที่นั่งของฉัน ฉันนั่งอยู่ด้านใน ในแถวที่ฉันนั่งมีผู้หญิงนั่งอยู่ประมาณ 7-8 คน พวกเราทุกคนต่างก็มีสมุดโน๊ตพร้อมกับปากกา บางคนในพวกเราก็หิ้วพระคัมภีร์เล่มใหญ่มาโบสถ์ด้วย (มีความร้อนรนในพระวิญาณอย่างเห็นได้ชัด) พวกเราเป็นคริสเตียน พวกเราน่ารัก และที่สำคัญคือพวกเราทุกคนที่นั่งอยูในแถวนี้ต่างก็เป็นโสด!!!!!!!

ฉันยังจำความคิดนี้ได้ว่า “พวกเราต่างก็ทำทุกอย่างในการดำเนินชีวิตด้วยความถูกต้อง” เราปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทุกข้อ พวกเราปฏิบัติทุกสิ่งทำทุกอย่างแบบนี้—แล้วแฟนของเราล่ะอยู่ที่ไหนทำไมยังไม่มี?

มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเมื่อได้ยินเหมือนพระเจ้าตอบกลับมาว่า “…การมีแฟนหรือไม่นั้น ไปอยู่ในข้อตกลงตั้งแต่เมื่อไหร่?”

นั่นคือวันที่ฉันนึกถึงการใช้ชีวิตคู่ในรูปแบบของฉัน จะต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อของฉัน ยกตัวอย่างเช่น คุณงามความดีอันเป็นพื้นฐานของฉัน ถ้าฉันไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ บางทีอาจจะมีคนอยากขอฉันออกเดท หรือถ้าฉันมีส่วนร่วมในการศึกษาพระคัมภีร์ทุกอาทิตย์ ฉันอาจจะมีแฟนไปเลยก็ได้ และสำหรับคนที่กระตือรือร้นและร้อนรนในฝ่ายวิญญาณแบบสุดๆอาจจะได้รับคะแนนสูงสุด โดยการได้แต่งงานไปเลย แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ฉันไม่ได้กำลังเล่นเกมส์แห่งความเชื่อในการเป็นคริสเตียนของฉันอย่างถูกวิธีสำหรับการที่ฉันยังเป็นโสด

ตอนที่กำลังเขียนบทความนี้ ฉันรู้ว่ามันอาจจะฟังดูน่าขำ แต่ฉันก็รู้ว่ามันคือความจริงที่ฉันได้เผชิญมาหลายปี และก็รู้ว่าฉันสามารถล้มลงในคำโกหกนี้หลายต่อหลายครั้ง เมื่อฉันรู้สึกว่าการมีใครซักคนเป็นแฟนเป็นอะไรที่ฉันต้องการมันมากๆและการพบว่าตัวเองยังคงโสดอยู่นั้นบางครั้งคุณก็ทำให้ชีวิตตัวเองยุ่งเหยิง

และนี่คือสิ่งที่เราต้องรู็ : การได้ออกเดทไม่ใช่ความสำเร็จสูงสุดของชีวิต และการแต่งงานก็ไม่ได้เป็นเพราะคุณงามความดีที่เราเคยทำ ไม่เคยมีใครสัญญาว่าการมีลูกและการมีคู่สมรสที่สมบูรณ์แบบ จะทำให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป ข้างหลังรั้วสีขาวนั้น พระเจ้าไม่เคยสัญญาว่าการที่เรามีความเชื่ออย่างมั่นคงจะทำให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุข,มั่งคั่งหรือดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป (โดยมากแล้วจะเป็นไปในทางกลับกัน) ถึงอย่างไรก็ดี เมื่อเราเห็นเพื่อนๆของเราต่างดำเนินชีวิตที่ดูเหมือนพวกเขาเหล่านั้นจะมีความสุขดี เราก็หันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมไม่เป็นเรา? ทำไม่ไม่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา? และทำไมเราถึงยังโสด?

จริงๆแล้วไม่เป็นไรเลยถ้าเราเกิดคำถามเหล่านั้นขึ้นในใจ ไม่เป็นไรถ้าเราจะสัตย์ซื่อกับความคิดของตัวเอง และก็ไม่เป็นไรถ้าหากเราจะรู้สึกบ้างอะไรบ้าง ฉันคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือเรายังคงติดอยู่กับคำถามที่เกิดขึ้นในใจเหล่านั้น

บางทีคุณอาจจะสงสัยว่าทำไมคุณถึงยังโสดอยู่ และมันทำให้คุณย้อนคิดไปถึงตัวคุณเองว่าคุณเองได้เปิดใจให้กับความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้หรือเปล่า? คุณอยูในสถานะที่โอเคแล้วหรือยัง? หรือว่าคุณยังคงติดอยู่กับนิสัยเดิมๆที่ทำให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคุณ? คำถามเหล่านั้นเป็นคำถามที่ดีต่อตัวคุณ บางทีคุณอาจจะสงสัยว่าทำไมคุณถึงยังโสดอยู่มันทำให้คุณติดอยู่ในวังวนของมุมมืดในชีวิต ครุ่นคิดคิดถึงแต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากความรักครั้งก่อน มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับทุกๆปฏิกิริยาตอบสนองจากเพศตรงข้าม และพยายามที่จะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะทำให้คนๆนั้นหันมาสนใจในตัวคุณ

ฉันขอแนะนำว่า แทนทีเราจะคอยแต่ถามตัวเองว่าทำไมเราถึงยังโสดอยู่? ให้เราเปลี่ยนเป็นมาถามพระเจ้าว่าพระองค์ต้องการให้เราทำอะไรในช่วงเวลาที่ยังโสดอยู่นี้? ฉันไม่ชอบความคิดเดิมๆของโบสถ์ที่ชอบบอกว่า “การเป็นโสดนั้นคือของขวัญหรือของประทาน” เพราะว่าฉันรู้ว่าบางครั้งมันทำให้เรารู้สึกว่านั่นเหมือนกับการถูกศาลพิพากษาให้จำคุก แต่พระเจ้าทรงใช้ “ของประทาน” และ “การพิพากษา” ไม่เหมือนกัน

คุณไม่จำเป็นต้องรักการที่ได้เป็นโสดหรือชื่นชมทุกวินาทีที่ได้เป็นโสด แต่คุณสามารถเปิดใจให้พระเจ้าทรงใช้คุณในทุกวินาทีที่ยังเป็นโสดอยู่ ถามพระองค์ว่าพระองค์ต้องการที่จะทำอะไรกับชีวิตของเรา พระองค์จะทรงนำเราไปที่ไหน และต้องการจะทำอะไรกับเราต่อไป มันอาจจะเป็นการได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครซักคนหรือมันอาจจะไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแฟน ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าต้องการให้คุณทำอะไร แต่ฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงแสนดีและพระองค์ทรงมีแผนการของพระองค์เสมอ

ในวันนั้น เมื่อหลายปีก่อนฉันได้ถามพระเจ้าว่าทำไมการเป็นโสดนั้นมันทำให้ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางที่ดีต่อชีวิต และทำให้ฉันสำรวจความเชื่อของฉัน มันยังช่วยให้ฉันทำให้ฉันตรวจดูถึงความตั้งใจทุกอย่างที่จะทำงานรับใช้ในโบสถ์ ว่าฉันจะทำเพื่อแค่หวังที่จะได้คบผู้ชายซักคนหรือทำเพราะความรักที่ฉันมีต่อพระบิดาของฉัน?

ในช่วงเวลาอื่นๆ ฉันเคยถามพระองค์ในคำถามเดิมๆว่า ฉันนึกถึงในการรับใช้พระเจ้าว่าฉันมีโอกาสที่จะรับใช้ในพันธกิจหลายอย่าง มีโอกาศที่จะเติบโตขึ้นในทางของพระเจ้า มีมิตรภาพที่ดีที่ต้องการการเอาใจใส่ และแม้ว่าจะมีเพื่อนผู้ชายที่ฉันไม่เคยคิดจะเดทด้วยร่วมรับใช้ด้วยกันอยู่ประมาณสองถึงสามคนก็ตามที

พระเจ้ามีหนทางของพระองค์ที่มักจะทำให้เราประหลาดใจเสมอ บางครั้งสิ่งที่เราต้องทำก็แค่เพียงร้องทูลถามกับพระองค์

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง