ทำไมฉันถึงตัดสินใจบังคับลิ้นของฉัน

วันที่ 17-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Kim Cheung, China
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

โดยปกติแล้วฉันเป็นคนที่สัตย์ซื่อและตรงไปตรงมา เวลาที่ฉันอารมณ์ดีฉันจะแบ่งปันความสุขนั้นแก่ผู้อื่นด้วย แต่ถ้าทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันหวังไว้ ฉันจะต้องแน่ใจว่ามีใครซักคนที่จะคอยฟังเรื่องราวทุกข์ใจของฉัน

นานมาแล้ว ในเวลาที่ฉันเศร้าใจ ฉันจะแสดงออกบางครั้งด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพและทำการต่อต้าน ฉันชอบพูดเล่นด้วยประโยคที่ว่า “เอามีดมาแทงฉันให้ตายเลยดีกว่า” บ่อยมาก และฉันพูดว่าคำพูดแบบนั้นมันทำให้ฉันดูเท่ห์มาก

ฉันไม่คิดว่าคำพูดแบบนั้นจะเสียหายตรงไหน จนกระทั่งฉันเข้าใจถึงพลังของคำพูดของเรา ในพระคริสตธรรมคำภีร์ไบเบิ้ลได้บอกกับเราว่าลิ้นของเรานั้นมีอำนาจแห่งความเป็นและความตาย (สุภาษิต 18:21) เมื่อเรามองกลับไปถึงตอนที่พระเจ้าทรงสร้างโลก พระองค์ทรงสร้างจักรวาลด้วยพระดำรัสของพระองค์ พระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง”—ความสว่างก็เกิดขึ้น อันที่จริงแล้วมันช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่พระดำรัสของพระเจ้านั้นมีฤทธิ์อำนาจมากขนาดนี้ และเราทั้งหลายต่างก็ถูกสร้างขึ้นตามพระดำรัสของพระองค์ (ปฐมกาล 1:27) และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในพระคัมภีร์ถึงได้อธิบายว่าลิ้นของเรานั้นมีอำนาจของความเป็นและความตาย

จากนั้นฉันก็ค่อยๆตระหนักว่าคำพูดของเราที่พูดโพล่งออกมานั้น โดยความเชื่อที่ว่าคงไม่เป็นไรก็แค่คำพูดไม่ได้ทำร้ายใคร แต่คำพูดนั้นได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของฉันและผู้คนรอบตัวฉันเป็นอย่างมาก ปกติฉันชอบพูดว่า “ฉันคงมีอายุอยู่ไม่ถึง 40 ปีหรอก!” และฉันก็เคยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสิ่งที่ฉันพูดอยู่บ่อยๆนั้นจะเป็นการสาปแช่งตัวเอง

ความไม่ใส่ใจและความเหลวไหลไร้สาระในคำพูดของเรานั้นอาจจะเป็นประตูที่เปิดและอนุญาติให้มารซาตานเข้ามามีส่วนในชีวิตเราโดยที่เราไม่รู้ตัว มันเป็นการเริ่มต้นให้ความบาปเข้ามาในชีวิตด้วยลิ้นของเราเอง ยกตัวอย่างเช่น การนินทา,การบ่น, การโกหก ฯลฯ เราทั้งหลายต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะความคุมลิ้นหรือคำพูดของเราเอง แต่ดูเหมือนเราจะถูกปฏิเสธหรือถูกเตะออกจากสังคมจากการที่ไม่ควบคุมคำพูดบางอย่างโดยปราศจากการหักห้ามใจ—จากนั้นก็มานั่งเสียใจทีหลัง นั่นอาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมการดำเนินชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราติดขัดและไม่เติบโตมาเป็นเวลานาน

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ได้กล่าวถึงพระธรรมตอนหนึ่งว่า “เพราะว่าผู้ที่จะรักชีวิตและปรารถนาที่จะเห็นวันดีก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดสิ่งชั่วและห้ามปากไม่ให้พูดเป็นอุบายล่อลวง ให้เขาละความชั่ว และกระทำความดีให้เขาใฝ่หาสันติสุขและมุ่งดำเนินไป” (1เปโตร 3:10-11)

ด้วยการเตือนจากรพะธรรมตอนนี้ ฉันเริ่มที่จะระมัดระวังถึงสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดออกไป สิ่งที่ฉันค้นพบในเวลาต่อมาเริ่มทำให้ฉันกลัว เพราะว่ากว่าครึ่งนึงของประโยคหรือคำพูดที่ฉันได้พูดออกไปนั้น เป็นคำพูดที่เกี่ยวกับการทำลายหรือเป็นคำพูดที่ชอบหักล้าง ไม่สงสัยเลยว่าทำไมฉันถึงควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้และมักจะตกอยู่กับความโกระและความซึมเศร้าอยู่เสมอ คำพูดของฉันนำมาซึ่งการทำลายตัวฉันเอง รวมถึงผู้คนที่อยู่รอบตัวฉันก็ได้รับผลกระทบนั้นอย่างมากมายด้วย และในแต่ละครั้งมันก็ทำให้ฉันพูดจนเลยเถิดและทำให้ฉันกลับมาตำหนิตังเองอีกครั้ง ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันไม่เหมาะที่จะเป็นคริสเตียน ฉันยังรู้สึกละอายใจทุกครั้งที่ฉันยืนอยู่จำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า

เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะหันกลับมาบังคับลิ้นหรือคำพูดของตัวเอง ตัวอย่างเช่น เมื่อฉันพบว่าตัวเองกำลังจะกลับไปเป็นแบบเดิมฉันจะคอยเตือนตัวเองที่จะไม่ล้มลงในความบาปนั้นอีกครั้งและพยายามที่จะหาวิธีที่ดีกว่านนี้ในการที่จะช่วยให้ฉันไม่ตกอยู่ในการล่อลวงนั้นอีกครั้ง นี่ช่วยป้องกันให้ฉันพ้นจากความขัดแย้งหรือการทะเลาะอย่างไม่จำเป็นมาหลายต่อหลายครั้งและยังช่วยควบคุมอารมณ์ของฉันเองได้ด้วย ก่อนหน้านี้ฉันมักจะทะเลาะกับพ่อของฉันอยู่ตลอดเวลา ทุกๆครั้งที่เราคุยกันมักจะมีประโยคหรือคำพูดเล็กๆน้อยที่คอยสะกิดให้ทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ พ่อชอบบ่นเวลาที่ฉันรู้สึกประหม่าและฉันก็มักจะโต้ตอบกลับไปว่า “พ่อนี่น่ารำคาญจริงๆ!” หรือ “หนูจะย้ายออกจากบ้านเดี๋ยวนี้แหละ!” จากคำพูดเหล่านั้นมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทะเลาะกันและทำร้ายความรู้สึกกันและกันเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่นั้นมา ทำให้ฉันพยายามเป็นอย่างมากที่จะระมัดระวังในคำพูดของตัวเอง ฉันลองพูดคุยกับพ่อของฉันด้วยความใจเย็นขึ้นและพยายามให้กำลังใจท่านด้วยคำพูดด้วย ด้วยพระคุณและความรักของพระเจ้าทำให้ความสัมพันธืของเราพ่อลูกกลับมาดีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง

ฉันยังพยายามที่จะพูดไปถึงความรักของพ่อแม่ที่มีต่อฉันในเวลาที่ท่านบ่นว่าฉันและหนุนใจให้พวกท่านเปลี่ยนคำพูดบ่นว่าเป็นคำพูดที่หนุนใจกัน เพื่อป้องกันเราจากการล่อลวงของซาตานและความบาปที่จะทำให้เราล้มลง เวลาว่างของเราก็จะพยายามใช้เวลาด้วยกันอย่างครอบครัวและอ่านพระคัมภีร์ด้วยกัน เพื่อใช้เวลาแบบครอบครัวกับพระเจ้าด้วย

การควบคุมลิ้นหรือคำพูดของเราดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยากแต่จำไว้ว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อที่จะช่วยเราจากความยากลำบากนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเป็นกำลังให้เรามีแรงบันดาลใจในการที่จะกระทำดีและจะสามารถทำสิ่งที่ยากได้ สิ่งที่เราจะต้องทำคือเปลี่ยนตัวเองและอธิษฐานขอกำลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า โดยพระเยซูคริสต์เราทั้งหลายจึงมีชัยชนะแล้ว

เริ่มต้นในปีใหม่นี้ (ยังคงอยู่ในต้นปี) ให้เรามาเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการควบคุมลิ้นหรือคำพูดของเรากันเถอะ!

Tags: , , , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง