ถ้าเธอไม่ได้เป็นคนที่ใช่สำหรับเราแล้วหล่ะ?

วันที่ 24-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Mark Stromenberg, Canada
ผู้แปล-เรียบเรียง : ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ในละครซิทคอมของอเมริกันตอนล่าสุดซึ่งมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีบิ๊กแบง,ราชา เป็นหนึ่งในตัวละครหลักที่เขาได้หลงเสนห์ผู้หญิงที่เขาได้พบ ในขณะที่ตัวเขาเองก็กำลังคบหาดูใจกับอยู่กับแฟนสาวของเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ผมสงสัยว่าเขาควรจะเลิกกับแฟนของเขาแล้วหันไปไล่ตามจีบผู้หญิงคนใหม่ดี?

แล้วเราหล่ะ!ไม่เคยเจอคำถามอะไรแบบนี้เลยหรือ? ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนที่ผมควรจะแต่งงานด้วย? หรือ คนนั้นจะต้องเป็น “คริสเตียน “ เท่านั้น แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนี้คือคนที่พระเจ้าเลือกไว้สำหรับผม? ถ้าผมเลือกคนผิดหล่ะ? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมไม่ได้เลือกคนที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ผม?

ใน ปฐมกาล 24:12-16 พระเจ้าได้ทรงสร้างความอัศจรรย์โดยการชี้นำให้คนรับใช้ของอับราฮัมรู้จักกับเรเบคาห์หญิงสาวผู้ที่คู่ควรแก่เป็นภรรยาของอิสอัคลูกชายของอับราฮัมนั่นเอง แล้วผมจะคาดหวังแบบนี้ได้มั้ย? ผมจะต้องอธิษฐานขอแบบเดียวกันมั้ย?
นี่เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ๆ ของคำถามทั้งหมดเหล่านี้ : ถ้าผมคิดว่าพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมและทรงเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้กับผมแล้วหล่ะ? แล้วถ้าหากผมเจอคนที่ผมอยากจะแต่งงานด้วยหล่ะ? ถึงอย่างไรก็ตามความคิดเรื่องการแต่งงานกับคนที่คุณรักเป็นสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่จะเลือกทำซึ่งในพระคัมภีร์ก็บอกให้เรารักคนที่เรากำลังจะแต่งงานด้วย การที่เราทำให้เราเป็นคนที่ใช่ มันสำคัญมากกว่าการไปตามหาคนที่ใช่

ถ้าเราเริ่มมีคำถามว่า “เขา(หรือเธอ)เป็นคนที่ใช่สำหรับเราแล้วหรือไม่?” มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตคู่ของเรา นี่เป็นสองปัญหาใหญ่ๆของคำถามนี้ว่า “เขา (หรือเธอ) เป็นคนที่ใช่สำหรับเราแล้วหรือไม่?” ข้อแรกผมสงสัยว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ความสัมพันธ์ของเรามีความยากลำบากเกิดขึ้น เรามักจะถามว่า “เขาเป็นคนที่ใช่สำหรับเราหรือเปล่า?” แทนที่จะตั้งใจรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้แล้วเดินต่อไปด้วยกัน ผมเริ่มมองเห็นคนอื่นๆรอบๆ ตัวผมแล้วเกิดความรู้สึกอยากได้อยากเป็นเหมือนคนอื่นเขา ในพระคัมภีร์เรียกสิ่งนี้ว่าความโลภ ผมตัดสินใจเริ่มต้นสานความสัมพันธ์กับคู่หมั้นของผมใหม่อีกครั้งเพราะความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่จะดำเนินต่อไปหรือจบลงก็อยู่ที่ตัวเราเอง ผมจะไม่มองหาตัวเลือกที่ “ดีที่สุด” ผมจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้จนกว่าจะเห็นได้ชัดเจนว่านี่เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า

การออกเดทก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะสามารถทำให้เรารู้ถึงนิสัยใจคอและตัวตนที่แท้จริงของกันและก่อนจะแต่งงาน ซึ่งพระเจ้าได้ทรงบอกให้เรารักคู่สมรสของเราและอดทนกับพวกเขา ก็ใช่สิ! เพราะพระองค์ทรงแตกต่างจากพวกเรานี่นาพวกเราคือมนุษย์ แล้วบนโลกใบนี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุ,ความยากลำบากและความผิดบาปทั้งหลาย ดังนั้นเราทั้งสองฝ่ายจะต้องพึ่งพาพระองค์เท่านั้น เพื่อพระองค์จะได้ทรงช่วยพวกเรา

ปัญหาที่สอง ก็คือการมองหา”คนที่ใช่”นี่แหละมันคือความเห็นแก่ตัว ถ้าผมคิดว่าความต้องการและความปรารถนาของผมมีความสำคัญมากกว่าสิ่งที่พระเจ้าอยากจะทำในชีวิตผมหล่ะ! มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ในสิ่งที่ผมต้องการมากกว่าตัวของผมเสียอีก พระองค์ทรงให้ผมเห็นว่าคำถามเรื่องคู่สมรสนั้นเป็นแค่เพียงความคิดตื้นๆของผมเองเท่านั้น นั่นเพราะว่าพระองค์ทรงอยากให้ผมเติบโตขึ้นแล้วก้าวผ่านความยากลำบากนี้ไป

พระเจ้าไม่ได้ทำแค่ให้ผมมีความสุขเท่านั้น แต่ยังทำให้ผมบริสุทธิ์อีกด้วย ส่วนในเรื่องความสัมพันธ์นั้นพระเจ้าก็ทรงสอนผมไม่ให้เป็นคนเห็นแก่ตัวและให้มีความเกรงกลัวต่อบาป นอกจากนี้พระองค์ยังสอนให้ผมรู้จักความซื่อสัตย์และความรักมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย วันนี้ผมดีใจมากที่ผมไม่ได้ปล่อยให้ความขุ่นเคืองใจชั่วครั้งชั่วคราวของผมมาทำลายสิ่งสวยงามที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นในความสัมพันธ์รักของเราสองคน

การที่เรากำลังคบหาดูใจกับใครสักคนอยู่ ไม่ว่าความสัมพันธ์ของคุณจะอยู่ในขั้นไหนแล้วก็ตาม หากคุณได้ตัดสินใจแล้วว่าใครคือคนที่คุณจะแต่งงานด้วย คุณก็ควรจะตัดสิทธิ์คนอื่นที่จะเข้ามาในชีวิตคุณออกไปได้เลย เพราะต่อจากนี้ไปคนที่คุณเลือกจะมาเป็นพ่อแม่ให้แก่ลูกๆของคุณในอนาคตนั่นเอง ผมอยากบอกว่าการที่เราได้ผ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้มามันได้ทำให้เราเติบโตขึ้นและกลายเป็นคนที่มีอดทนมากขึ้น
ดั่งในเทพนิยายแห่งรัก เราจะไม่สามารถตามหาความรักได้แต่เราจะต้องลงมือสร้างความรักนั้นขึ้นมาเอง

อย่ากังวลใจไปเลย สุดท้ายแล้วถ้าหากคุณติดตามพระเจ้าและสื่อสารกับพระองค์ในทุกๆวันของคุณพระองค์จะทรงกระทำสิ่งนั้นให้เห็นอย่างชัดเจนเอง ดังในโรม 12:2 ท่านอาจารย์เปาโลเตือนเราว่าช่วงเวลาที่เราเติบโตในพระคริสต์ “เราสามารถทดสอบน้ำพระทัยของพระองค์ได้ เพราะสุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่าพระองค์เป็นของจริงพระองค์ดีที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุด” กุญแจสำคัญในการแต่งงาน ก็คือพระเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้นไม่ใช่ตัวคุณหรือคู่รักของคุณ

ดังนั้น จงอธิษฐาน,หากเกิดคำถาม,ให้ทำความเข้าใจแล้วจงรีบนำไปปรึกษากับศิษยาภิบาลที่คริสตจักร แต่เราจะต้องมีความอดทนด้วยเช่นกันเพื่อจะได้เติบโตขึ้นและเป็นผู้ที่มีความเสียสละ ถ้าหากคุณมีความซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หลังจากนั้นคุณก็จะมีความซื่อสัตย์ในสิ่งที่มากกว่านี้ได้ และคุณจะพบความสุขที่ยิ่งใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงว่าใครคือคนที่คุณจะแต่งงานด้วย

Tags: Mark Stromenberg, , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง