การแต่งงานไม่ใช่หนทางเดียวที่จะได้สัมผัสกับความรักที่แท้จริง

วันที่ 20-2-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Adriel Yeo, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ศิริอรทัย ลู

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เมื่อตอนที่ผมยังเป็นช่วงวัยรุ่น มีสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าพวกเราโตขึ้นแล้วนั่นก็คือตอนที่เราสามารถซื้อเหล้าแล้วเข้าไปนั่งดื่มในผับในบาร์ได้นั่นเอง พวกเราได้ใช้ชีวิตแบบด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนาน พวกเราได้ผ่านรับใช้ชาติมาด้วยกัน แล้วในช่วงปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยเราก็เริ่มมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไปความแปลกใหม่ความสนุกสนานของการใช้ชีวิตความตื่นเต้นในการดื่มของพวกเราก็ได้หายไป

เราเริ่มเข้าสู่ช่วงการโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มันเป็นสัญญาณใหม่ที่สำคัญของการเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เป็นครั้งแรกที่ผมสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงในหน้าฟีดข่าวบน FACEBOOK ของผม ใช่แล้วละ!! ผมกำลังพูดถึงเรื่องสถานะของความสัมพันธ์

ผมจำได้ว่าเมื่อวันวาเลนไทน์ประมาณสองปีที่ผ่านมานั้น มีเพื่อนของผมอย่างน้อย 4 คน ที่ได้อัพเดทบนเฟสบุคเป็นสถานะหมั้น แล้วภายในเวลาหนึ่งปีผมพบว่าตัวเองได้เข้ามาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนผม ผมรู้ดีว่าจะต้องมีสักวันนึงที่จะต้องมีวันนี้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วขนาดนี้

ในขณะที่ผมกำลังร่วมฉลองงานแต่งงานของเพื่อนอยู่นั้น ผมก็ได้พูดคุยกับเยาวชนคริสเตียนหลายคนและทำให้ผมรู้ว่ามีเยาวชนหลายคนเข้าใจว่าการแต่งงานเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยเติมเต็มประสบการ์ณด้านความรัก
ที่ชาวคริสต์เรียกกันว่า ” ความรักของพระเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์ ” หรือรักของพระเจ้าที่ไม่มีเงื่อนไข และถ้าพวกเขาไม่สามารถหาคู่ชีวิตได้ พวกเขาก็จะไม่ได้รับประสบการณ์ความรักที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้

แต่ผมไม่เห็นด้วย

สิ่งแรกที่ผมอยากขออนุญาตพูดคือ : ผมเชื่อว่าการแต่งงานของคริสเตียนควรจะเป็นความรักที่มีการเสียสละ เหมือนพระคริสต์ที่ทรงรักคริสตจักรซึ่งเป็นความรักแบบไม่มีเงื่อนไข (เอเฟซัส 5:25) และแน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่จะทำให้เรามีประสบการณ์ความรักที่เป็นรักของพระคริสต์ในชีวิตสมรสนั่นเอง ซึ่งมันจะต้องเป็นรักของพระคริสต์เท่านั้นที่จะสามารถทำให้เราได้รับและสัมผัสประสบการณ์ในการแต่งงาน เหมือนดังที่พระเยซูกล่าวกับสาวกของพระองค์ว่า “พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน” (ยอห์น 15:12)

ความสำคัญของความรักที่เปิดเผย : คริสเตียนจะบอกให้แสดงความรักที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักของพระคริสต์ที่ยังคงทรงรักแม้กระทั่งคนที่นำพระองค์ไปตรึงบนกางเขน

นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายเราเพราะว่าเราจะต้องแสดงความเสียสละและความรักที่ไม่มีเงื่อนไขให้กับทุกคนๆเช่นเดียวกันกับพระเจ้าที่ทรงรักเราก่อน และทรงเผื่อแผ่ความรักของพระองค์ให้แก่เรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่สมควรได้รับมันก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้ก็คือความสุขเพราะสิ่งเหล่านี้มันได้เตือนให้เรารู้ว่า รักของพระคริสต์นี่แหละคือประสบการณ์ด้านความรักอย่างชัดเจน โดยความรักของพระคริสต์นี้ไม่ได้มีขอบเขตจำกัด ว่าเราจะเป็นคนโสดหรือคนที่แต่งงานแล้วนั่นเอง

1 ยอห์น 4:19 “เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน” ซึ่งความรักนี้ได้ถูกส่งต่อให้ทุกคนที่มีความเชื่อในพระเจ้า และคำสอนนี้มีความหมายไม่เพียงแต่สำหรับคู่สมรสเท่านั้น แต่ยังมีความหมายสำหรับคนอื่นๆอีกด้วย

หากเราเข้าใจ ว่าความรักคืออะไร ?และที่ไหนบ้างจะทำให้เราพบกับความรักซึ่งมันจะช่วยให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ลองคิดดูหากมีใครบอกว่าเขาได้สัมผัสประสบการณ์ความรักแบบไม่มีเงื่อนไขเพียงแต่เป็นเขาเป็นคนที่แต่งงานแล้ว นี่จะไม่เป็นการชี้ให้เห็นว่าในสายพระเนตรของพระเจ้าคนโสดมีความสำคัญน้อยกว่าบุคคลที่แต่งงานแล้วหรือไม่?

แน่นอนว่าคนที่จะมีประสบการณ์ความรักของพระเจ้าในชีวิตสมรสก็จะต้องเป็นรูปแบบความรักระหว่างสามีและภรรยา ที่ควรจะสะท้อนให้เห็นถึงความรักของพระคริสต์ที่ทรงรักคริสตจักร แต่ความจริงคือคนโสดจะสามารถได้รับและสัมผัสประสบการณ์ความรักของพระเจ้าได้จากผู้เชื่อในคริตสจักรนั่นเอง

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่น่าเศร้าที่พวกเราหลายคนล้มเหลวในแสดงออกถึงความรักในหมู่พ้องเพื่อนของเราหรือกับเพื่อนๆคริสเตียนด้วยกัน แต่การแก้ปัญหานี้ก็ไม่ใช่แก้ด้วยการแต่งงานหรือคิดแค่ว่ามันมีอยู่ในเฉพาะการแต่งงานเท่านั้น แต่เราจะแก้ปัญหานี้ได้จากการกลับไปยังแหล่งที่มาของความรัก นั่นก็คือความรักของพระเจ้านั่นเอง เพราะมีแค่เพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทำให้เราเห็นถึงความรักที่แท้จริงและสมบูรณ์แบบได้อย่างประจักษ์และชัดเจน พระองค์ทรงสละชนม์ชีพเพื่อพวกเราทุกคน นั่นเพียงเพราะเหตุผลเดียวคือพระคริสต์ทรงรักเรา

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง