5 เหตุผลที่เราเข้าร่วมกลุ่มสามัคคีธรรม

วันที่ 27-1-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Charmain S.
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันก็เริ่มมีส่วนร่วมในกลุ่มสมาคมคริสเตียนอย่างจริงจังแล้ว โดยตัวฉันเองนั้นมาจากครอบครัวที่มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่เสมอ เพราะพ่อของฉันเป็นกัปตันเรือพาณิชย์ทำให้ครอบครัวของฉันต้องออกเดินทางรอบโลกค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันมีโอกาสฉันก็จะไปเข้าร่วมในค่ายเยาวชนที่ถูกจัดขึ้นโดยกลุ่มคริสเตียน อย่างเช่น ในกลุ่มค่ายอนุชนในมาเลเซีย เป็นต้น

ในมหาวิทยาลัยฉันได้เข้าร่วมสามัคคีธรรมกับกลุ่มคริสเตียน ที่นั่นทำให้ฉันเริ่มได้ยินเรื่องราวหลากหลายความความคิดเห็นจากเพื่อนเกี่ยวกับคำถามในกลุ่มสามัคคีธรรมในสถาบันการศึกษา (มีหลายๆกลุ่ม) เช่น

“เราก็มีส่วนร่วมในคริสตจักรของเราแล้ว จำเป็นที่จะต้องมีกลุ่มสามัคคีธรรมอีกหรือไม่?”

“ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากนะ เพราะทุกคนล้วนมีกลุ่มของพวกเขาอยู่แล้ว.”

“เราไม่ควรแค่จะอยู่กับคนที่มีความศัทธาในพระเจ้าเท่านั้น นี่คือเวลาที่เราจะต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คริสเตียนแล้ว! “

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทุกคนกังวลและฉันเป็นคนหนึ่งที่พอจะมีประสบการณ์ได้พบเจอกับปัญหาเหล่านี้อยู่บ้าง หลายครั้งที่เราใช้เวลาอยู่ในกลุ่มด้วยกันเป็นส่วนมากจึงทำให้มิตรภาพระหว่างเรากับเพื่อนคนอื่นๆนอกกลุ่มเริ่มจะห่างหายไป แล้วในเวลาอื่นเราก็รู้สึกสะดวกสบายมากจนเกินไปทำให้เราขาดความชัดเจนและขาดความเข้มแข็งในพระเจ้า

แต่ความกังวลเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้กลุ่มเปลี่ยนแปลงไป เพราะการเข้าร่วมกลุ่มสามัคคีธรรมนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ฉันได้อยู่ในกลุ่มกับพวกเขาจะเป็นความทรงจำที่สวยงามของฉัน พวกเขาช่วยให้ฉันเติบโตขี้นในทางของพระเจ้า และนี่เป็นห้าข้อที่ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตคริสเตียนในช่วงเวลาที่ฉันได้เข้าร่วมกลุ่มสามัคคีธรรม

1. กลุ่มสามัคคีธรรมเตือนเราเพื่อเข้าร่วมการประชุม

คริสตจักรในศตวรรษแรกได้อธิบายไว้ในพระคัมภีร์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าผู้มีศรัทธามาร่วมกันตามธรรมชาติเพื่อการสามัคคีธรรม,สอนเทศนาและการนมัสการพระเจ้า ซึ่งตัวฉันเองก็ได้เห็นพ้องเห็นในรูปแบบลักษณะเดียวกันกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มสามัคคีธรรมที่โบสถ์ของฉันเลย พวกเขาทำให้ฉันนึกถึงร่างกายของพระคริสต์ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการชุมนุมในสถานที่เฉพาะเจาะจงหรือเวลาเท่านั้น

พระเยซูทรงสัญญาว่าพระองค์จะอยู่กับเราโดยไม่คำนึงถึงสถานที่หรือเวลา นั่นคือสิ่งที่กระตุ้นให้เราไม่ขาดการการประชุมเพื่อเราจะสามารถพูดกระตุ้นและหนุนใจซึ่งกันและกันได้ ซึ่งเราทำได้บ่อยครั้งเท่าที่เราจะสามารถทำได้(ฮีบรู 10:25)

2. กลุ่มสามัคคีธรรมสอนให้เรารักกันและยอมรับซึ่งกันและกัน

กลุ่มสามัคคีธรรมของฉันมีสมาชิก 70 คน นั่นหมายความว่า 70 คนนี้ ย่อมมีลักษณะบุคคลที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงบุคลิคความสามารถพิเศษ,นิสัยใจคอ,ประเพณีนิยม,คริสเตียนรุ่นลูกและกลุ่มผู้เชื่อใหม่ ซึ่งความหลากหลายนี้จะทำให้กลุ่มที่มีชีวิตชีวา แต่บางครั้งก็มีปัญหาขัดแย้งกันบ้าง ซึ่งฉันจะเป็นคนเลือกไม่เผชิญหน้าแต่พยายามที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อยู่เสมอ

เมื่อเวลาผ่านไปพระเจ้าทรงเปิดตาของฉัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าบางครั้งความขัดแย้งก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเราทุกคนล้วนแต่มีข้อบกพร่อง ที่สำคัญกว่านั้นฉันได้เข้าใจอย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องพระคุณของพระองค์ที่ทำให้เราได้มาอยู่ร่วมกัน ทั้งที่ในกลุ่มพวกเราไม่มีใครสักคนที่สมควรจะได้รับ พวกเราควรตระหนักถึงสิ่งนี้ เราได้รับการยอมรับซึ่งกันและกันมากขึ้น มองข้ามความขัดแย้งและเลือกที่จะมุ่งเน้นในสิ่งที่จะผสานเราไว้ด้วยกันมากกว่ามุ่งเน้นในสิ่งที่จะทำให้เราแบ่งแยกออกจากกัน

3. กลุ่มสามัคคีธรรมเป็นสถานที่ทำให้เราเติบโตและการรับใช้พระเจ้าร่วมกัน

หากปล่อยทิ้งไว้กลุ่มสามัคคีธรรมบางครั้งอาจจะสามารถเปลี่ยนเป็นสโมสรพิเศษก็เป็นได้ มีหลายครั้งที่ฉันกับเพื่อนในกลุ่มชอบเล่น “สนุก” ทำให้ความต้องการที่จะเข้าร่วมกับคนอื่นหรือการดูแลซึ่งกันและกัน มันค่อยๆห่างหายไป เราลืมไปว่าที่มีกลุ่มสามัคคีธรรมนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองเท่านั้น แต่เพื่อให้เรานั้นมีความรับผิดชอบต่อผู้อื่นเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ด้วย

ด้วยพระคุณของพระเจ้าเราถูกดึงสติให้กลับมายังวัตถุประสงค์หลักของกลุ่มเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรักของพระเจ้า และเราจะพยายามร่วมกันทำให้บรรลุพันธกิจ ยกตัวอย่างเช่นในช่วงสุดท้ายของทุกภาคการศึกษาเราจะตั้งบูธเพื่อแจกกาแฟให้กับนักเรียนในมหาวิทยาลัย มันเป็นวิธีการเล็กๆที่จะทำให้เราเข้าถึงเพื่อนนักเรียนของเราและมันทำให้เรามีความกระตือรือร้นมากขึ้นมันช่วยเตือนเรานั่นแหละเราเรียกว่าการรับใช้พระเจ้าด้วยความรักและเราก็ไม่ได้ทำอยู่คนเดียว

4. กลุ่มสามัคคีธรรมเตือนเราว่าชีวิตเป็นได้มากกว่าการมอบหมายงานและผลการเรียน

ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าความเครียดเป็นยังไงเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องส่งงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว หรือการเร่งอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ เราซึ่งเป็นนักศึกษาจะถูกปลูกฝังในเรื่องของการศึกษามาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด

แต่ในเย็นวันหนึ่งเราได้นมัสการพระเจ้าพร้อมกับใส่แผนการเรียนของเราเข้าไปด้วย และเราก็ได้เรียนรู้ไปด้วยกันในทุกๆคำพูด แล้วในตอนเที่ยงพวกเราทุกคนก็มาพบกันเพื่ออธิษฐานขอให้ครอบครัวของเราคริสตจักรและประเทศชาติของเรา เราได้ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันมา เราร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดให้เพื่อนเรา แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งหนุนใจให้กับเพื่อนคนที่สูญเสียคนรักไปพร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนกันเต็มที่ เรามีหลากหลายวิธีการที่จะเลือกแสดงออก ซึ่งการรวมกลุ่มเพื่อสามัคคีธรรมได้เตือนเราว่าการศึกษาถึงแม้ว่าจะมีความสำคัญมากแต่มันก็ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรา

5. กลุ่มสามัคคีธรรมเป็นที่ที่คุณสร้างมิตรภาพสำหรับชีวิต

มิตรภาพของเราส่วนใหญ่จะถูกหล่อหลอมเชื่อมเข้าด้วยกันและเติบโตขึ้นได้จนถึงทุกวันนี้โดยกลุ่มสมัคคีธรรมในมหาวิทยาลัย มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้ว่าเรามาพบเจอกันในกลุ่มของเราเอง แต่เมื่อพวกเราได้มาพบเจอและสนิทสนมกันเราเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ใน3-4 ปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งพวกเขาช่วยให้ฉันผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายจนฉันจบการศึกษา พวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ หลังจากงานแต่งงานของฉัน ฉันก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนๆไม่ใช่แค่การวางแผนนะ แต่ยังอธิษฐานเผื่อให้ฉันปรับตัวเพื่อชีวิตการแต่งงานของฉันอีกด้วย

เช่นเดียวกับคริสตจักรที่มีความห่วงใยในกลุ่มสามัคคีธรรม ซึ่งเราสามารถโอบกอดมิตรภาพที่แท้จริงที่พวกเขาได้มอบให้กับเรา

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง