3 เหตุผลที่ทำไมฉันจึงอธิษฐาน

วันที่ 19-1-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Amy J.
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ตอนที่ฉันอายุได้เพียง 11 ปี ครอบครัวของฉันเดินทางไปพักผ่อนกันในวันหยุดที่ปักกิ่ง นั่นเป็นครั้งแรกฉันมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศจีน ในตอนนั้นน้องชายของฉันป่วย และไม่ได้ออกไปไหนจำเป็นที่จะต้องอยู่ในโรงแรมเพื่อพักผ่อน และแม่ของฉันก็จะต้องอยู่เฝ้าน้องชายที่ป่วยด้วย แม่บอกให้ฉันไปซื้ออาหารจากร้านข้างล่างฝั่งตรงข้ามโรมแรมมาให้ แม่บอกให้ฉันมั่นใจได้ว่าแม่จะคอยดูฉันอยู่ที่หน้าต่างของโรงแรม

ถ้าเป็นเหมือนตอนอยู่ที่บ้านมันคงจะเป็นอะไรที่ธรรมดาสำหรับฉัน แต่ที่นี่เป็นที่ที่ฉันไม่คุ้นเคยและฉันก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในประเทศจีนมาก่อน มันจึงกลายเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับฉันและฉันยังคงจำประสบการณ์ในครั้งนั้นได้อย่างชัดเจน

ร้านขายบะหมี่เกี๊ยวน้ำข้างล่างนี้มีผู้คนต่างพากันมารอซื้อบะหมี่เกี๊ยวน้ำกันอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็มานั่งกินเป็นอาหารเช้าที่ร้านนั้น บ้างก็รอและซื้อกลับบ้าน และผู้คนต่างพากันตะโกนสั่งออเดอร์ข้ามหัวฉันไปมา ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรในตอนนั้น และมากไปกว่านั้นที่ทำให้ฉันยังคงยืนงงอยู่ก็คือไม่รู้ว่าจะต่อคิวจากที่ไหนเพราะไม่มีการต่อแถวเข้าคิวกัน

จากความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามานี้ น้ำตาของฉันก็เริ่มจะปริ่มๆออกมา ทันใดนั้นนึกถึงสิ่งที่แม่ของฉันเคยบอกไว้ ฉันก้าวเท้าออกมายืนที่หน้าร้านแล้วมองขึ้นไปยังหน้าต่างของห้องพักตรงโรงแรมที่เราพักอยู่ แล้วก็จริงอย่างที่แม่ได้สัญญาไว้ แม่ยืนอยู่ที่หน้าต่างของชั้น 5 มองลงมาและชูนิ้วโป้งขึ้นเป็นนัยว่าฉันเก่งมาก! มันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที

ถึงแม่ว่าในขณะนั้นแม่ไม่ได้มายืนอยู่ข้างๆฉันก็ตาม แต่ฉันรู้ว่าแม่อยู่ใกล้ๆฉันและคอยให้ความมั่นใจแก่ฉัน มันทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะทำภารกิจในการซื้ออาหารเช้านั้นให้สำเร็จ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าฉันควรจะตอบสนองต่อพระเจ้า และให้เหตุผลว่าทำไมฉันจึงต้องอธิษฐานกับพระองค์

1. เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับฉันตลอดเวลา

อาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่มันคือความจริง ฉันกลับไปเป็นเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง ท่ามกลางที่ที่ไม่คุ้นเคย เมื่อความรู้สึกสับสนต่างได้ถาโถมเข้ามาไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดก็แล้วแต่ ฉันมักจะลืมไปว่าพระเจ้าทรงเฝ้ามองฉันอยู่

พระเจ้าทรงอยู่กับเราเสมอ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นพระองค์ ในเวลาที่เราต้องเผชิญกับปัญหา สิ่งที่เราจะต้องทำคือหันกลับมาหาพระเจ้าและอธิษฐานกับพระองค์ พระเจ้าอาจจะไม่ทรงตอบคำอธิษฐานของเราตามวิธีที่เราคาดหวังไว้ เป็นต้นว่าให้เราได้เกรดดีๆจากการสอบหรือทรงรักษาบุคคลอันเป็นที่รักของเราซึ่งกำลังป่วยอยู่ แต่ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วจะรอดพ้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าไปได้

พระเยซูคริสต์ทรงสัญญาว่า พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งเรา (ฮีบรู 13:5) นี่เป็นพระสัญญาที่ทำให้ฉันอธิษฐานวันต่อวันกับพระเจ้า บางครั้งถึงแม้ว่าจะนานนับปีแล้วฉันก็ยังคงอธิษฐานในเรื่องเดิมๆต่อพระองค์ เพราะฉันรู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ด้วย,ทรงสดับรับฟังคำอธิษฐานของฉันและพระองค์ทรงห่วงใยฉัน

2. เพราะว่าฉันกำลังกระทำพันธกิจของพระองค์

ที่ร้านขายบะหมี่เกี๊ยวน้ำนั้นมีเกี๊ยวให้เลือกมากว่า 20 ชนิด รวมถึงซาลาเปานึ่งอีกมากมายเต็มไปหมด แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเมนูทั้งหน้าเป็นภาษาจีน ด้วยความที่ฉันอ่านข้อความบนเมนูออกแค่ครึ่งเดียว ในช่วงเวลานั้นมันทำให้ฉันมึนงงเป็นที่สุด ฉันลืมไปว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ ทั้งที่แม่ของฉันบอกให้มาทำในสิ่งที่ง่ายที่สุดคือมาซื้อซาลาเปา 6 ลูก แต่ฉันยอมรับว่าท่ามกลางที่ที่ไม่คุ้นเคยและความโกลาหลนี้ ทำให้ลืมคำสั่งของแม่และทำให้ฉันจำไม่ได้ว่ามาทำอะไรที่นี่ไปชั่วขณะ

ในโลกใบนี้ก็เช่นกัน มีหลายสิ่งหลายเสียงที่เรียกให้เราออกไปหา มีหลายอย่างบนโลกนี้ที่คอยเรียกร้องความสนใจจากเรา คอยบอกเราว่าเราควรจะมีลักษณะอย่างไร ประพฤติตัวอย่างไรและควรจะใช้ชีวิตอย่างไรและบ่อยครั้งเสียงเหล่านี้จะดังก้อง และมีพลังมากพอที่จะกลบเสียงเรียกของพระผู้สร้างที่แท้จริงของเราและมักจะทำให้เราสับสน

แต่พระเจ้าทรงสร้างเราขึ้นตามพระประสงค์ที่มีเฉพาะเจาะจงแก่ชีวิตของเรา พระองค์ทรงมอบความรับผิดชอบให้แก่เราเพื่อปกครองดูแลโลกที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้น เช่นเดียวกันกับที่ได้ทรงสร้างสาวกขึ้นจากชนทุกชาติ นี่คือบทบาทหน้าที่ที่พระเจ้าทรงให้ไว้แก่อดัม,เหล่าสาวกของพระองค์และพวกเราทุกคน พระเยซูคริสต์พระองค์เองทรงตรัสว่า อาหารของพระองค์คือการกระทำตามพระประสงคฺ์ของพระบิดาผู้ทรงส่งพระองค์ลงมาบนโลกนี้ ชาวเมืองเอเฟซัสได้สอนเราว่าเราทั้งหลายเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ (เอเฟซัส 2:10) ดังนั้นฉันจึงอธิษฐาน เพราะนี่คือพันธกิจของพระเจ้าที่ฉันกำลังกระทำอยู่

3. เพราะฉันเป็นประชากรในแผ่นดินสรรค์ของพระเจ้า

เมื่อนึกถึงสถานการณ์ในตอนนั้น ฉันจึงรู้ว่านั่นเป็นเพราะว่าฉันได้ออกมาจากโลกของฉันที่ฉันเคยอยู่ ฉันจึงไม่รู้ว่าจะทำอะไร ไม่รู้ว่าจะสั่งซาลาเปานั้นอย่างไรหรือจะสั่งกับใคร ไม่เหมือนกับตอนที่ฉันไปสั่งอาหารกับร้านที่อยู่แถวบ้านของฉันเอง ป้าที่อยู่หลังเคาน์เตอร์จะรู้เสมอว่าฉันจะสั่งอะไร คือซาลาเปาไส้หมูแดง 2 ลูกและไส้ถั่วแดงอีก 2 ลูก หากเป็นเช่นนั้นภารกิจที่แม่ได้ใช้ให้ฉันไปทำนั้นก็คงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

และถึงแม้ว่าฉันจะสามารถอ่านเมนูของร้านในปักกิ่งออกหรือสามารถสั่งอาหารให้รู้เรื่องได้ แต่สำเนียงและการแต่งกายของฉันก็ยังคงทำให้ฉันดูแปลกแยกอยู่ดี ฉันดูเหมือนนักท่องเที่ยวที่หลงเข้ามาอยู่ในกลุ่มของคนท้องที่นั้นอย่างเห็นได้ชัด คุณเคยรู้สึกว่าการเป็นคริสเตียนนั้นเป็นอะไรที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกันหรือไม่ มันเหมือนเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้แม้ว่าเราจะพยายามทำตัวให้กลมกลืนก็ดี โลกนี้ไม่ใช่บ้านของเรา และโลกนี้ก็ไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเรา เราแค่ผ่านมาชั่วคราว และทางที่ดีที่สุดที่จะเบนเข็มทิศของชีวิตเรากลับมาได้คือการหันกลับมาหาพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าแห่งชีวิตของเรา ฉันอธิษฐานเพราะฉันต้องการให้พระเจ้านำชีวิตของฉัน

เมื่อฉันไปที่แผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้าแล้ว ฉันจะใช้เวลาหลายชั่วโมงเดินเล่นในสวนและพูดคุยกับพระเจ้า แต่ตอนนี้ขณะที่ฉันอยู่บนโลกใบนี้และกระทำพันธกิจของพระเจ้านั้น ฉันคิดว่าสิ่งเดียวที่ฉันทำได้คือการอธิฐานว่า “ในแผ่นดินสวรรค์ของพระองค์เป็นอย่างไร ก็ขอให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก”

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง