เหมือนพระเจ้าจะไม่ตอบคำอธิษฐานของเรา

วันที่ 9-1-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Tracy P.
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เป็นเวลาตี 5:58 นาที เมื่อฉันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของฉัน “ฮัลโหล?” เสียงที่ได้ยินคือเธอตะโกนผ่านหูโทรศัพท์มาว่าพี่สาวของเธอเสียชีวิตเมื่อ 38 นาทีที่แล้ว จากการต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมาได้ซักระยะหนึ่ง

หลังวางหูโทรศัพท์จากเพื่อนสาวผู้ใจสลายของฉันซึ่งเธอก็ได้ร้องไห้เสียใจอยู่ประมาณ 15 นาทีฉันทรุดตัวลงไปนอนบนเตียงพร้อมกับเริ่มคิดถึงการสูญเสียครั้งล่าสุดนี้ ในปีที่ผ่านมา ฉันได้สูญเสียคุณลุงของของฉัน ท่านจากไปอยู่กับพระเจ้าด้วยโรคมะเร็งปอดเมื่อ 14 เดือนก่อน และเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน คุณยายของฉันก็จากไปอยู่กับพระเจ้าด้วยโรคมะเร็งในสมองเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อคุณลุงและคุณยายของฉันล้มป่วยลง ครอบครัวของฉันก็ได้ช่วยกันอธิษฐานขอการรักษาจากพระเจ้าให้พวกท่านหายป่วย ทุกๆวันเราจะฝากพวกท่านไว้กับพระเจ้า และขอพระเมตตาจากพระองค์ให้ทรงช่วยรักษาพวกท่านให้หายขาดจากโรคภัยไข้เจ็บนี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ดูเหมือนว่าพระเจ้าไม่ทรงตอบคำอธิษฐานของเราเลยหรือว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อเราอธิษฐานกับพระเจ้าเราหวังให้พระองค์เป็นเหมือนยักษ์จินนี่ในตะเกียงวิเศษที่ตอบรับคำอธิษฐานทุกอย่างของเรา เป็นต้นว่า “พระเจ้า!โปรดทรงช่วยฉันผ่านการสอบในวันพรุ่งนี้” “พระเจ้า! ทรงโปรดให้ข้อเสนอของฉันในการทำงานได้รับการอนุมัติ” เราคาดหวังว่าพระเจ้าจะทรงตอบว่า “ได้!” ในทุกคำอธิษฐานของเรา

ลองคิดดูให้ดีอีกที พระเจ้าทรงตอบทุกคำอธิษฐานของเรามากกว่าคำว่า “ได้!” อันที่จริงแล้วพระองค์ทรงตอบรับในทุกคำอธิษฐานของเรา เพียงแค่ไม่ใช่คำตอบที่เราคาดหวังไว้ก็เท่านั้นเอง มันทำให้เรามีกำลังใจเมื่อรู้ว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเรา แม้ว่าคำตอบนั้นพระองค์จะทรงตอบว่า “ได้” หรือ “ไม่ได้” หรือ “รอก่อน” เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงมีแผนการอย่างอื่นที่ทรงจัดเตรียมให้กับชีวิตของเราอยู่แล้ว ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับเราคือความสมบูรณ์แบบในเวลาของพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ ทรงเป็นองค์อธิปไตย สิ่งที่เราต้องทำก็คือการอดทนรอคอยเวลาที่เหมาะสมของพระองค์

หลายต่อหลายครั้งในพระคัมภีร์ เราอ่านความน่าเกรงกลัวของพระเจ้า เกี่ยวกับชายและผู้หญิงที่ไม่ได้รับการตอบคำอธิษฐาน ตามความคาดหวังที่พวกเค้าต้องการ แม้กระทั่งพระเยซูคริสต์เองได้ทรงทนทุกข์บนไม้กางเขน และยอมรับว่าพระเจ้าไม่ได้ตอบคำอธิษฐานของพระเยซูกลับมาว่า “ได้” เพื่อช่วยให้พ้นจากความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานบนไม้กางเขน (มาระโก 14:36) พระองค์ตรัสว่า “พระบิดาถ้าหากพระองค์ยินดีที่จะใช้ถ้วยนี้เลื่อนไปจากข้าพระองค์ ไม่ใช่ตามความต้องการของข้าพระองค์ แต่ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์”(ลูกา 22:42) พระเยซูทรงยอมจำนนต่อคำอธิษฐานของพระองค์ ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า และนั่นคือสิ่งที่เราควรทำเช่นกัน

การเชื่อฟังของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้เราที่จะรอคอย และยอมรับพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเรา ถึงแม้ว่าคำตอบของคำอธิษฐานจะทรงบอกว่า “ไม่ได้” หรือ “รอก่อน” เพราะว่าพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงรู้จักหนทางในชีวิตของเราดีที่สุด

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง