ผมมีความบาปที่จะสารภาพ

วันที่ 20-1-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Alwin T.
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้คือความบาปไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป ผมรู้ดีว่าพวกคุณบางคนก็คงจะคิดว่า “ใช่! แน่ล่ะสิ! ก็มันชัดเจนออกซะขนาดนี้!”

แต่มันก็เป็นเรื่องง่ายที่เราจะทำบาปทีละเล็กทีละน้อย เพราะว่าความจริงของความบาปก็คือ มันฝังตัวของมันเองและหยั่งรากลึกลงในชีวิตของเรา จนเราเองแทบจะไม่รู้เลยว่ามันมีอยู่ แต่มันอยู่ในชีวิตของเรา

และบ่อยครั้ง พระเจ้าทรงพิพากษาว่าเรามีความผิดจากความบาปของเรา เหมือนดั่งเช่นหัวใจและความคิดของเราที่ติดอยู่กับความละอายและความรู้สึกผิด เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นกับชีวิตเรา มีบางอย่างที่เราสามารถทำได้ คือ การสารภาพความบาปผิดของเรา แต่ถ้าหากว่ามีหลายครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีความผิดบาปอะไรเป็นพิเศษที่จะสารภาพล่ะ? เราไม่ได้ทำอะไรที่เลวร้ายน่ากลัวหนิ? แล้วทำไมเราจะต้องทำให้มันเป็นปัญหาและรู้สึกแย่ด้วยเล่า? คุณอาจจะกำลังคิดแบบนี้อยู่ก็ได้

นี่คือสิ่งที่พระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บอกและเป็นคำตอบให้กับเราทั้งหลายว่า “ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาปเราก็ลวงตนเอง และสัจจะไม่ได้อยู่ในเราเลย” (1ยอห์น 1:8)

นั่นแสดงให้เราเห็นถึงการทำลายและการหลอกลวงของบาปที่มีอยู่ในชีวิตของเรา และมันก็หมายถึงมารซาตานด้วย ที่ทำให้เราคิดไปเองว่าเราไม่มีบาป เราโอเคดีแล้ว และค่อยๆเปลี่ยนเป็นการโกหกตัวเองว่า “ฉันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น พระเจ้าทรงรักฉันเสมอและพระองค์จะทรงดูแลฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไร” แต่ในพระคัมภีร์ได้บอกกับเราว่า “ถ้าเราสารภาพบาปของเราพระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเราและจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น”(1ยอห์น 1:9)

และในวันนี้ ผมอยู่ที่นี่เพื่อที่จะทำสิ่งนี้ด้วยความถูกต้อง

ผมเคยแบ่งปันเรื่องนี้มาก่อนต่อหน้าเพื่อนของผมในการร่วมสามัคคีธรรมที่ต่างประเทศ ต่อหน้าครอบครัวและสมาชิกที่คริสตจักรของผมในประเทศสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมจะต้องสารภาพเพราะมันทำให้ผมรู้สึกรำคาญใจ และด้วยความกล้าของผมนี้ที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกคุณด้วย ผมต้องการ ไม่ใช่สิ! ผมจำเป็นที่จะต้องให้พวกคุณอธิษฐานเผื่อตัวคุณเอง ถ้าคุณรู้ตัวและเคยถูกตัดสินมาก่อนว่าคุณเคยจมอยู่กับความผิดบาป ผมจำเป็นที่จะต้องให้คุณสำรวจตนเองกับบุคคลซึ่งเป็นที่รักของคุณและคนๆนั้นจะอธิฐานเผื่อคุณ

ผมแค่อยากจะหลุดพ้นจากสิ่งนี้ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ เพราะว่าผมเชื่อในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์และด้วยแรงสนับสนุนจากคนของพระเจ้า ผมจะต้องก้าวผ่านมันให้ได้เพื่อที่จะมีชัยชนะเหนือความบาป เหมือนอย่างที่พระเยซูคริสต์เองก็ได้ทรงก้าวข้ามผ่านมาแล้ว ด้วยการทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

ผมจมติดอยู่กับสื่อลามก และความคิดที่เต็มไปด้วยราคะตัณหาและสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมติดอยูถึงจุดสูงสุด ผมได้ไปเที่ยวที่สถานเริงรมย์แห่งหนึ่งในประเทศไทย และก็เกือบจะมีเซ็กซ์ แต่พระเจ้าทรงช่วยผมไว้ ด้วยความรักของพระองค์ทรงยับยั้งและสงวนผมไว้

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของผมกับพระเจ้าและจากนั่นผมก็ค่อยๆเริ่มหายจากการจมติดกับสิ่งนั้นและค่อยๆสำแดงองค์พระเยซูคริสต์ผ่านทางชีวิตของผม นั่นเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ ท่ามกลางสิ่งต่างๆ สิ่งที่ผมเป็น แต่ที่มากกว่านั้นคือพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้า ความยิ่งใหญ่ ฤทธิ์อำนาจ ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และทุกอย่างที่รวมอยู่ในพระองค์

และฉันสามารถพูดได้ด้วยความสัตย์ซื่อว่า ผมเติบโตขึ้น ผมสามารถมองเห็นสิ่งเลวร้ายในชีวิต ความไม่สมบูรณ์แบบของผมและผมจำเป็นที่จะต้องให้พระเจ้าเข้ามาช่วยมากที่สุด ผมได้เรียนรู้ที่จะเชื่อในพระเจ้าแม้จะอยู่ท่ามกลางความสงสัยมากขึ้น และติดตามพระเจ้าด้วยความมั่นใจมากขึ้น

แต่ผมยังคงจมติดอยู่กับปัญหา ผมต่อสู้เพราะยังคงมีสิ่งที่รบกวนในแต่ละวันของชีวิต มีหลายสิ่งที่เข้ามาให้เลือกมากกว่าพระเยซูคริสต์ เลือกที่จะทำตามความพึงพอใจชั่วคราวของตัวเอง เพื่อช่วยบรรเทาจากความรู้สึกเจ็บปวดทางอารมณ์หรือทางกายภาพ และหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความพยายาม และทำสิ่งเหล่านั้น โดยที่ผมเลือกเส้นทางที่นำไปสู่การทำลายตัวเอง

แต่การต่อสู้กับปัญหาในครั้งนี้ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งที่ซึมลึกลงไปในชีวิตของผม คือ ผมต้องการพระเยซูคริสต์ในทุกๆวัน ทุกๆชั่วโมง ทุกๆนาทีและทุกๆวินาที ผมจำเป็นจะต้องจดจำพระองค์อย่างสม่ำเสมอ และต้องการจะรู้จักพระองค์มากขึ้นทุกวัน

พระองค์ทรงประทานทุกสิ่งให้เรามากกว่าความพอใจชั่วคราวจากสื่อลามกเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความคิดเรื่องเพศหรือเรื่องของการสำเร็จความใคร่ก็ดี พระองค์ต้องการจะปลดปล่อยผมให้เป็นอิสระจากการผูกมัดเพื่อความพึงพอใจของตัวเอง และผมได้มีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อตัวผมเอง พระองค์ทรงชำระผมให้สะอาดและบริสุทธิ์ ไร้มลทินและมีความชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์ ผมไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้กับบาปอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นตัวผมเองหรือมารซาตานที่เคยเป็นเจ้านายของผมจะไม่มีอีกแล้ว เพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นความรักที่แท้จริงและทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ

“ข้าพแต่พระบิดาที่รัก ข้าพระองค์มาอยู่จำเพาะพระพักตร์พระองค์ ด้วยความถ่อมใจ แสวงหาการอภัยโทษบาปจากพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะรักพระองค์ มากกว่าที่ข้าพระองค์เป็นอยู่ตอนนี้ ข้าพระองค์ปราถนาอยากที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้น มากกว่าที่ข้าพระองค์รู้จักพระองค์อยู่ตอนนี้ ข้าพระองค์เหนื่อยจากการหันหนีพระองค์ และต้องคอยดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา แต่ข้าพระองค์ก็ไม่เคยเหนื่อยล้าที่จะคุกเข่าลงต่อจำเพาะพระพักตร์ของพระองค์ และต่อผู้บรรดาผู้เชื่อของพระองค์ด้วย”

ดังนั้น อีกครั้งหนึ่ง ถ้าคุณได้อ่านบทความตอนนี้ ผมขอวิงวอนกับคุณให้อธิษฐาน

อธิษฐานเผื่อผม เผื่อคนที่คุณรัก เผื่อผู้ที่หลงหาย และเผื่อตัวคุณเอง

และขอพระเจ้าทรงสดับรับฟังคำอธิษฐานของคุณและของทรงปลดปล่อยเราทั้งหลายที่ถูกถ่วงดึงจากบาป ที่คอยทำให้เราไกลห่างจากพระองค์

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง