คุณอ่านพระคัมภีร์ด้วยความสนุกรึเปล่า?

วันที่ 25-1-2017 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Karen Kwek, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาฉันใช้เวลาขลุกอยู่กับครอบครัวของฉันแถวๆชนบทในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (ประเทศออสเตรเลีย) โดยที่พวกเราไม่ได้เอางานมาทำเลย,ไม่มีการทบทวนการบ้าน (สำหรับเด็กๆ),ไม่มีการเตรียมตัวสำหรับโรงเรียน,สอนหนังสือหรือเขียนหนังสือด้วย (สำหรับฉันและสามีของฉัน)

จากบ้านพักหลายหลังที่เราอาศัยอยู่โดยการเช่าผ่านเว็บไซด์ Airbnb ส่วนมากจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่ต้องพูดถึง Wi-Fi เพราะแถบนั้นเป็นชายหาดเก่าแก่ รอบล้อมไปด้วยป่าและภูเขา พวกเราตั้งตาคอยที่จะพักผ่อนให้เต็มที่ โดยที่ไม่มีเรื่องโรงเรียนและตารางการทำงานเข้ามาเกี่ยวข้อง และต้องการที่จะอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ลเพื่อให้เกิดความสนุกเพลิดเพลิน

อะไรนะ? ฉันได้ยินสิ่งที่พวกคุณกำลังคิดกัน เพราะคำว่า “สนุก” และ “พระคัมภีร์” จะไปด้วยกันได้จริงหรือ?

โอเค,ฉันยอมรับว่าการอ่านพระคัมภีร์ไม่ใช่ตัวเลือกลำดับที่หนึ่งสำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่จะพอใช้คำว่า “สนุก” ในการเลือกอ่านพระคัมภีร์นั้น เราเลือกที่จะอ่านอย่างสนุก แต่มันจะเป็นไปได้ก็คงจะต้องประกอบด้วยหลายสิ่งที่นำมารวมกันนี้ คือ “สิ่งที่ดีสำหรับฉันมันคือสิ่งที่ไม่น่าสนุก” คงจะเป็นเหมือนกันกับการทานน้ำมันตับปลา หรือการไปตรวจสุขภาพฟันกับหมอฟัน

ก็คงไม่ต่างอะไรจากฉัน และถึงแม้ว่าการอ่านพระคัมภีร์จะทำให้ฉันได้รับความรู้สึกที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไปก็ตาม เรียงลำดับจากความรู้สึกที่ฝืนใจนิดๆจนมาถึงความรู้สึกผิดและความรู้สึกกลัวเป็นครั้งคราว

แต่มีบางสิ่งที่สะดุดใจฉันเข้าอย่างจังและทำให้คิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับพระเจ้าเลย มีอีกหลายอย่างในรายการดังกล่าวที่เข้าใจได้และทำให้เกิดความแคลงใจ และการเรียนจบปริญญาสาขาจิตวิทยาทำให้รู้สึกอึดอัด และคิดกลับมาตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอ่านพระคัมภีร์นี้ว่าพระคำของพระเจ้านั้นมีค่าอะไรกับฉัน? มอบพระคุณที่ไม่มีวันสิ้สุด? ได้รับความสะดวกสบาย? ได้รับชัยชนะ? เป็นที่ปรึกษา? แล้วทำไมฉันจึงต้องอยากจะอ่านมัน

นี่คือ 3 เหตุผลที่ฉันคิดออก!

1. ฉันไม่ได้เจตนาที่จะใช้พระคัมภีร์เป็นคลีนิกบำบัดจิตวิญญาณหรือร้านขายยา

เป็นต้นว่าสุ่มเปิดพระคัมภีร์หน้านี้เมื่อฉันเกิดคำถามหรือเกิดความจำเป็นบางอย่าง หรือเมื่อชีวิตต้องเผชิญกับปัญหาหรือเวลาที่ฉันต้องการบางสิ่งบางอย่าง ถ้าเป็นเช่นนั้นเมื่อชีวิตของฉันเข้าสู่โหมดปกติตามมาตรฐานของชีวิตธรรมดาทั่วไปของฉันแล้ว ฉันก็จะสูญเสียแรงผลักดันเหล่านี้ที่จะทำให้ฉันอยากจะอ่านพระคัมภีร์นั่นเอง

2. ฉันใช้การอ่านพระคัมภีร์นี้ให้เป็นเหมือนการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง

สิ่งนี้อาจจะอยู่ในคริสตจักร ระหว่างการเรียนพระคัมภีร์ที่โบสถ์ เวลาเฝ้าเดี่ยวประจำวัน หรือช่วงเวลาที่มีการทดสอบความรู้ทางพระคัมภีร์หรือมีการสัมนาอบรมต่างๆของคริสเตียน ส่วนประกอบที่ได้กล่าวมานั้นไม่ได้มีความหมายที่แย่ แต่ถ้าฉันเริ่มอ่านเพียงแค่เพราะมันคือหน้าที่ การอ่านพระคัมภีร์ก็จะทำให้เรารู้สึกว่ามันคือหน้าที่อีกอันหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องขีดค่าลงไปใน “สมุดรายการของสิ่งที่ต้องทำ” และฉันจะไม่กลับไปอ่านมันอีกเพียงแค่เพื่อความสนุกใช่มั้ย? มันไม่เหมือนกับเวลาที่เราดาวน์โหลดหนังมานั่งดูชิลๆที่บ้าน สิ่งนี้จึงนำมาซึ่งเหตุผลในข้อถัดไป

3. มีสิ่งอื่นๆรอบตัวเราที่คอยรบกวนและคอยทำให้เราไขว้เขว

ใช่แล้ว! ความพึงพอใจแค่ชั่วครั้งชั่วคราวในบางสิ่งบางอย่าง พร้อมกับเหตุผลว่า “ไม่เป็นไรไม่รีบ!” มันคอยที่จะรบกวนเราอยู่ตลอดเวลา เป็นต้นว่า งานอดิเรกของเรา การฟังเพลงผ่านอินเตอร์เน็ต เล่นเกมส์ หรือสื่อบันเทิงอย่างอื่น สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้การอ่านพระคัมภีร์กลายเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเรา

บางทีคุณอาจจะมีเหตุผลที่เชื่อมโยงได้หลายอย่างหรืออาจจะคิดมากไปกว่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่คอยจะคัดค้านหรือต่อต้านความรู้สึกและเอาเวลาของเรากับพระเจ้าไป จากการวางแผนเป็นอย่างดีเราต้องจัดสรรในการแบ่งเวลาว่างที่เรามีอยู่ที่บ้านของเราเองให้ดี และทิ้งครึ่งหนึ่งของสมการเหล่านั้นหรือเวลาเหล่านั้นไว้ก่อนจากนั้นก็มาโฟกัสอยู่ที่สิ่งเดียว คือการอ่านพระคัมภีร์และจะต้องทำเป็นสิ่งแรกด้วย

แค่นั้นมันคงจะไม่พอที่จะทำให้เราข้ามผ่านอุปสรรคที่คอยจะขัดขวางเราจากการอ่านพระคัมภีร์ได้ ดังนั้น ในวันหยุดพักผ่อนฉันจึงไม่มีเวลามานั่งกดดันกับหน้าที่นี้และกังวลถึงกำหนดเวลา ฉันจึงมีเวลาจากการวางแผนการอ่านพระคัมภีร์ภายใน 12 เดือนของฉัน ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ และไม่ต้องเร่งรีบเพื่อที่จะต้องเตรียมบทเรียนพระคัมภีร์ของเด็กๆสำหรับวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้หรือเตรียมคำตองของ 10 คำถามของการเรียนพระคัมภีร์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ด้วย

กิจวัตรประจำวันของการใช้เวลาพึ่งพาเทคโนโลยีและสิ่งรบกวนต่างๆของฉันก็ถูกตัดออกไปด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ช่วยฉันได้มาก มันไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องรีบร้อนเปิดพระคัมภีร์อ่านเลย จากทั้งหมดที่ว่ามานี้ ไม่ว่าจะความสัมพันธ์ในรูปแบบไหน ความรู้สึกแย่ๆหรือความรู้สึกผิดที่คอยกระตุ้นให้ฉันอ่านพระคัมภีร์ซักครั้งก็ตาม แต่ความรู้สึกผิดที่ว่านั้นก็ไม่ได้คอยกระตุ้นให้ฉันอยากจะอ่านพระคัมภีร์เสมอไป แม้ว่าความรู้สึกที่เป็นกลางของฉันจะไม่ได้ทำให้ฉันกลับมาอ่านพระคำของพระเจ้าทุกครั้งไป แต่การวางสิ่งที่รบกวนต่างๆไว้ข้างหลังก่อนหรือสิ่งที่ทำให้รีบร้อนเหล่านั้นวางมันไว้ก่อน

ไม่เป็นไรถ้าฉันอ่านพระคัมภีร์แล้วไม่ได้สนุกอย่างที่คิด ฉันควรหาอะไรซักอย่างในนั้นที่ทำให้ฉันรู้สึกสนุกยิ่งขึ้น อันที่จริงในพระวนจะของพระเจ้าก็ได้บอกว่ายังมีสิ่งที่สวยงามซ่อนอยู่ในพระคำของพระองค์ที่เราทั้งคาดหวังที่จะได้เห็น ได้สัมผัสและชื่นชม ดังเช่นในพระธรรม สดุดี 119 ได้เน้นย้ำและทวนซ้ำอยู่หลายรอบจากผู้เขียนพระธรรมสดุดีนี้ให้เห็นถึงความปิติยินดีในพระธรรมตอนนี้

“ข้าพระองค์ปีติยินดีในทางแห่งบรรดาพระโอวาทของพระองค์
มากเท่ากับในความมั่งคั่งทั้งสิ้น
ข้าพระองค์จะภาวนาข้อบังคับของพระองค์
และจับตาของข้าพระองค์อยู่ที่วิถีทั้งหลายของพระองค์
ข้าพระองค์จะปีติยินดีในกฎเกณฑ์ของพระองค์
ข้าพระองค์จะไม่ลืมพระวจนะของพระองค์” ( สดุดี 119:14-16 )

และความรู้สึกเช่นเดียวกันนี้เราทั้งหลายก็สามารถพบได้อีกในพระธรรมสดุดี 24, สดุดี 35, สดุดี 47, สดุดี 70, สดุดี 77, สดุดี 92, สดุดี 111, สดุดี 143 และ สดุดี 174 คุณจะเห็นภาพจากรพระธรรมตอนนี้ว่าในพระธรรมสดุดีนี้ได้เปิดเผยโดยผู้เชื่อที่เพิ่งจะรู้ว่าโลกใบนี้หรือรอบๆตัวเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง การทรยศและมีหลายอย่างซึ่งไม่ควรจะเป็น แต่พระคำของพระเจ้าเป็นที่น่าไว้วางใจ เป็นความจริงและเป็นความพึงพอใจ และมากเพียงพอสักเท่าไรสำหรับเราทั้งหลายผู้มีชีวิตอยู่หลังยุคพันธสัญญาเดิมและสามารถรู้จักกับองค์พระเยซูคริสต์ผู้ที่มาเติมเต็มพระสัญญาของพระเจ้า

คุณยังจำได้ว่าช่วงเวลาที่น่าอัศจรรย์ที่ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมลูกา 24 ได้รึเปล่า? เมื่อพระเยซูทรงปรากฏพระองค์เองต่อหน้าสาวกของพระองค์หลังจากที่ฟื้นคืนพระชนม์และช่วยให้พวกเขาเห็นพระองค์ในพระคำของพระองค์

พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นถ้อยคำของเราซึ่งเราได้บอกไว้แก่ท่านทั้งหลายเมื่อเรายังอยู่กับท่านว่าบรรดาคำที่เขียนไว้ในหมวดธรรมบัญญัติของโมเสส และในหมวดผู้เผยพระวจนะ และในหมวดสดุดีกล่าวถึงเรานั้นจำเป็นจะต้องสำเร็จ” ครั้งนั้นพระองค์ทรงบันดาล ให้ใจเขาทั้งหลายเกิดความสว่างขึ้นเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีคำเขียนไว้อย่างนั้นว่าพระคริสต์จะต้องทรงทนทุกข์ทรมาน และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายในวันที่สาม และจะต้องประกาศทั่วทุกประชาชาติ ในพระนามของพระองค์ให้เขากลับใจใหม่ รับการยกบาปตั้งต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม (ลูกา 24:44-47)

พระเยซูคริสต์ทรงปรากฎพระองค์เองต่อหน้าสาวก ทำให้พระคำของพระเจ้าเป็นความจริง “พระคำของพระเจ้าทรงทำให้มีชีวิต” เหมือนดังคำประกาศของยอห์นที่ได้บอกแก่เราทั้งหลาย

ใช่แล้ว! ฉันสามารถมีชัยชนะและได้รับคำตองที่เป็นประโยชน์ต่อการสอนจากการอ่านพระคำของพระเจ้า การถูกดุด่า การแก้ไขให้ถูกต้อง การฝึกอบรมคนอื่นและตนเองตามความชอบธรรม หรือแม้ว่าจะมากกว่านั้น ของประทานอะไรที่ฉันมีอยู่ นั่นอยู่ในพระคัมภีร์ทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ ฉันสามารถเห็นองค์พระเยซูคริสต์และในทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ได้ทรงกระธรรมเพื่อช่วยเหลือพวกเราทุกคน ขอยืมวลีจากสิษยาภิบาลท่านหนึ่ง ผู้เขียนหนังสือ จอห์น ไพพ์เปอร์ เพื่อที่จะให้เกิดความสนุกสนานในการอ่านพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ลนี้เราทั้งหลายจะต้อง “เห็นความงามขององค์พระเยซูคริสต์จากพระคำของพระองค์”

ฉันมีความสุขในช่วงเวลาของวันหยุดพักผ่อนของฉัน ฉันเรียนรู้ที่จะเลือกอ่านพระคัมภีร์อย่างสนุกสนาน แต่ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแต่มากกว่าสองถึงสามครั้ง เดินเก็บสิ่งต่างๆตามชายหาด เข้าป่าชมธรรมชาติและปีนเขาโดยมีความเงียบสงบรายล้อมอยู่ ช่วยให้ฉันชื่นชมในความงามในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงสร้างมากกว่าในเมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ที่ฉันอาศัยอยู่และต้องการที่จะอ่านเกี่ยวกับพันธกิจของพระองค์

ดังเช่นที่ฉันได้ตอบสนองไปในพระวจนะของพระเจ้าในหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นพระคุณ และเป็นพระพรต่อชีวิตของฉัน ฉันก็พบว่าฉันอยากขอบพระคุณพระเจ้าให้มากขึ้นในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำ ผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์ ในชีวิตของเขาทั้งหลายและชีวิตของฉันเอง สำนึกผิดกับการอภัยโทษบาปที่พระองค์ทรงมีต่อฉันและคุณ และเพื่อเราจะสามารถประกาศแก่โลกนี้ได้ ว่ามันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!

แน่นอนว่าวันหยุดพักผ่อนนั้นต้องมีวันเลิกรา ฉันเริ่มก้าวเข้าสู่ปี 2017 ซึ่งฉันอยากจะจัดการกับหน้าที่ที่ฉันต้องทำและจัดการกับสิ่งรบกวนอย่างอื่นด้วย เพื่ฉันจะได้มีเวลาที่จะติดตามอ่านพระวจนะคำของพระเจ้าต่อไปด้วยความสนุกสนาน แล้วคุณล่ะ? คุณพบความสนุกจากการอ่านพระวจนะคำของพระเจ้าบ้างหรือเปล่า? ทำไมไม่เริ่มมองหาจากบทความอ้างอิงหรือรายการโยงจากหนังสืออ้างอิ้งในตอนท้ายของพระคัมภีร์ และเพลิดเพลินไปกับมันด้วยความเรียบง่ายในเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ที่พระผู้ช่วยให้รอดของโลกนี้ได้ทรงเปิดเผยไว้ในหน้ากระดาษของพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ลเล่มนี้ให้แก่เราทั้งหลายทุกคน

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง