ฉันให้กับพระเจ้าเพียงพอหรือยัง?

วันที่ 16-12-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : Jenna Wiley, USA
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“พระเยซูจะมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือไม่? ถ้าหากพระองค์อยู่บนโลกนี้ในตอนนี้”

“ผิดไหม? ที่ฉันกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา”

“ฉันไม่เคยพกเงินสดติดตัวเลย แล้วฉันควรจะให้เงินแก่คนจรจัดที่นั่งขอทานข้างถนนหรือไม่?”

“พระเจ้าทรงสนับสนุนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของฉันอย่างไร?”

“แล้วมันจะบาปไหมที่ฉันจะไปสตาร์บัคซักสามครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมๆกับการถวายสิบลด?”

การใช้ชีวิตด้วยความสัตย์ซื่อและมีชีวิตที่จริงจังในการดำเนินชีวิตอย่างคริสเตียนที่เคร่งในยุคสมัยที่คนตกเป็นทาสของทรัพย์สินเงินทอง เป็นสิ่งที่ฉันพยายามอย่างยิ่งที่จะทำ ฉันมีความเอื้อเฟื้อแก่ผู้อื่น แต่ฉันรู้สึกว่า ฉันกำลังทำผิดทั้งหมด

ประมาณห้าครั้งต่อปี ที่ฉันคิดว่าจะออกไปใช้จ่ายเงินของฉันโดยการให้เงินแก่คนยากจน แต่จนแล้วจนเล่าเงินทุกเหรียญทุกเซนน์ที่จะนำไปช่วยคนเหล่านั้น มันก็ไม่เคยออกไปจากบัญชีธนาคารของฉันเลย เพราะฉันเพียงแค่ประกาศออกไปเท่านั้นฉันไม่เคยบริจาคจริงๆเลย แต่ฉันก็ได้บริจาคเงินก้อนใหญ่ออกไปนะ ” ยอดเงินบริจาคมันน่าตกใจมาก” แต่ก็นั่นแหละ ฉันพยายามที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อบรรเทาความรู้สึกในใจของฉัน ฉันเริ่มคิดว่าควรจะทำอย่างไรกับเงินของฉัน ฉันรู้สึกผิดที่ฉันมีมัน

การถวายสิบลดเป็นการให้ที่ชัดเจนมาก แต่ทว่ามันจะเพียงพอหรือ?กับการที่จะทำให้ฉันได้มาอยู่ในวัฒนธรรมที่ล้ำค่าเช่นนี้ การถวายขั้นต่ำคือ10% หรือจะมีรางวัลให้สำหรับผู้ที่ถวายบ่อยมากขึ้น? แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรจะให้เงินแก่ใคร?

ฉันรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากและเรื่องที่ฉันกังวลนั้นเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตคริสเตียน ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันได้ทำมาทั้งหมดนั้นมันมากพอหรือเปล่า?

จนถึงตอนนี้ฉันมีเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือฉันรู้สึกสูญเสียสภาพคล่องทางการเงิน และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉันวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะนี่มันคือฝันร้ายสำหรับฉันมีบ้างบางครั้งฉันที่จะออกไปชอปปิ้งและออกไปท่องเที่ยวบ้างตามโอกาส ฉันพยายามที่จะไม่ออกไปกินอาหารนอกบ้านมากนัก ซึ่งมันทำให้ฉันประหยัดเงินลงไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ฉันไม่เห็นแก่ตัว ฉันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง และฉันไม่รู้สึก “เจ็บ” หรือเดือดร้อนอะไรแล้วเวลาที่ฉันถวายสิบลด
(ในช่วงที่ฉันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและฉันได้รับเงินเดือนจากงานสอนครั้งแรกของฉัน) ฉันสามารถที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

การเริ่มต้นชีวิตในอาชีพครูไม่ได้หมายความว่าจะร่ำรวยตามมาตรฐานอเมริกันหรอกนะ ซึ่งฉันรู้ว่าควรจะใช้ชีวิตอย่างไร ในโลกใบนี้ที่มีคนจนอาศัยอยู่เป็นพันล้านคน ที่บางคนยังไม่รู้เลยว่าอาหารมื้อต่อไปของพวกเขาจะหามาจากไหน

ความรับผิดชอบคืออะไร?

ฉันรู้ว่าฉันควรจะเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ ฉันควรจะดูแลและจัดการเงินของฉันได้ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ ฉันยังนำสิ่งของทุกอย่างของฉันที่พอจะขายได้ออกมาขาย แล้วนำเงินเหล่านั้นมาให้กับคนยากจน? แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่ได้จริงหรือ? ฉันก็ควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้จริงหรือ?

ฉันควรจะได้รับเงินฝากสะสมสำหรับบ้านหรือไม่? ฉันจะเก็บเงินไว้เพื่อใช้ในวัยเกษียณอายุของฉันได้อย่างไร (คือเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั่นหรือ?)

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ รถคู่ใจของฉันเริ่มที่จะมีปัญหาซึ่งมันก็เป็นปัญหาทั่วไปตามอายุการใช้งานของมัน จะต้องซ่อมทุกอย่าง ฉันจำเป็นจะต้องใช้เงิน 400เหรียญเพื่อใช้ในการซ่อมรถ แต่ตอนนี้ฉันมีแค่ 200เหรียญ มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันจะต้องตัดสินใจว่าจะซ่อมดีหรือไม่?

สุดท้ายแล้วฉันก็ได้ตัดสินใจจะซื้อรถคันใหม่ และในวันที่ฉันออกไปซื้อรถใหม่นั้น ความรู้สึกของฉันเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความกังวลเป็นอย่างมาก ว่าในสิ่งที่ฉันทำเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้ฉันทำหรือไม่ ฉันสงสัยว่าถ้าฉันขับรถคันเก่าแล้วนำเงินที่จะซื้อรถใหม่ไปบริจาคเงินให้แก่คนยากจนจะเป็นสิ่งที่พระเจ้าอยากให้ทำหรือไม่?

เมื่อมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน

ในขณะที่ฉันรู้สึกว่าพระเจ้าอาจจะกำลังชื่นชมความคิดและจิตสำนึกของฉันอยู่นั้น ฉันอยากจะแน่ใจว่าสิ่งที่ฉันทำมาทั้งหมดนั้นพระองค์จะทรงพอพระทัย

แต่การที่ฉันมีชีวิตอยู่แบบมีความกังวลใจแบบนี้ เป็นสิ่งพี่พระเจ้าอยากให้ฉันเป็นหรือเปล่า? บางครั้งฉันก็อยู่กับความรู้สึกผิดที่ฉันแบกมันไว้ในชีวิตของฉัน

ไม่ใช่แค่พระเจ้าทรงเรียกฉันให้มีชีวิตอยู่ แต่พระองค์ต้องการให้ฉันมากกว่านั้น
ใช่แล้วหล่ะ! ฉันควรให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจกับคนอื่น ทุกครั้งที่มีโอกาสฉันมักจะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ พร้อมกับอวยพรพวกเขาด้วย แต่สิ่งที่ฉันได้ทำนั้นไม่ใช่แค่ว่าทำเพื่อแค่ให้เพียงพอสำหรับพระเจ้าเท่านั้น แต่ที่ฉันทำเพราะฉันเชื่อว่าการให้ของฉันเป็นการแสดงออกถึงความรักของฉันที่อยากจะทำให้พระองค์ อย่างไรก็ตามเสิ่งที่ฉันได้ทำลงไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อจะได้เข้ามาอยู่ในพระองค์ที่เต็มไปด้วยความรักและเสรีภาพของพระเจ้า

ฉันหลงคิดผิดตั้งนาน ฉันมัวแต่ไปจดจ่อทุกวินาทีของฉันเพื่อสรรหาวิธีการมากมายว่าจะทำอย่างไรถึงจะ “เพียงพอ” แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว พระเจ้าอยากให้ฉันมีหัวใจที่เต็มไปด้วยสุข

ฉันเริ่มตระหนักขึ้นมาทันทีว่ามันเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของฉันมากกว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินในกระเป๋าของฉัน หลังจากนั้นฉันก็ได้เริ่มอธิษฐานกับพระเจ้า ฉันจึงเริ่มจะเข้าใจแล้วว่า ปัญหาหลักของฉันคือ ฉันเข้าไม่ถึงคำว่าพระคุณของพระเจ้านั่นเอง

ฉันไม่สามารถให้คนอื่นได้มากพอ หรือทำเพื่อคนอื่นได้มากพอ

ฉันไม่เคยมีคำว่า “พอ” ในตัวเองเลย

เราสามารถขายทรัพย์สินทั้งหมดของเราและมีชีวิตอยู่โดยไม่มีอะไรเลย มันก็จะยังไม่มีคำว่าพออยู่ดี ถ้าหากเราไม่มีพระเจ้า

การเดินทางในชีวิตคริสเตียนของฉัน ฉันคิดว่าควรจะหยุดคิดและพอกันทีสำหรับเรื่องเงิน ฉันเริ่มที่จะทำอะไรเพื่อตอบสนองพระคุณของพระเจ้ามากกว่า

เมื่อฉันหยุดถาม “ว่าฉันให้เพียงพอหรือไม่?” หรือ “ฉันทำมากพอแล้วหรือยัง?” จากนั้นฉันก็สามารถที่จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจให้ต่อผู้อื่น ซึ่งฉันทำด้วยความรักที่ฉันมีต่อพระเจ้า ไม่ได้ทำเพราะฉันต้องการได้รับการยกย่องชมเชยจากพระองค์

ทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ใช่ของฉัน บัญชีออมทรัพย์นี้ก็ไม่ได้เป็นของฉัน สิ่งเหล่านี้เป็นของขวัญที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ฉันดูแลและจัดการ ถ้าหากฉันทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ฉันเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้นำทางที่ถูกต้องให้ฉันเอง และฉันมั่นใจว่าพระคุณของพระองค์ก็มีมากเพียงพอสำหรับฉันแล้ว

คำอธิษฐานของฉันคือการอยากมีหัวใจและสายตาแบบพระเจ้า ฉันอธิษฐานให้พระองค์ทรงเปิดตาเปิดใจของฉันก่อนที่ฉันจะออกไปให้กับคนอื่นและจะเป็น “การให้” ที่ออกมาจากความรักและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง