คริสต์มาสนี้กับ 5 วิธีแบ่งรักให้กับคนแปลกหน้า

วันที่ 20-12-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »


ผู้เขียน : M.D Valley, Africa
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

เป็นอีกครั้งกับเทศกาลคริสต์มาส—เทศกาลแห่งความสุขสนุกสนาน การส่งความปรารถนาดีและกำลังใจให้แก่ผู้อื่น มันคือเวลาสำหรับครอบครัวและเพื่อนๆ อีกทั้งยังเป็นเวลาที่จะสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีที่ผ่านมา

สำหรับเราทั้งหลายที่เป็นคริสเตียนและผู้เชื่อแล้ว มันคือเวลาแห่งการระลึกถึงของขวัญอันล้ำค่าที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา—พระผู้ช่วยให้รอดของเราทั้งหลายคือพระเยซูคริสต์ ที่ทรงมาบังเกิดในเมืองดาวิด (ลูกา 2:11-12) และเมื่อพระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์เองให้แก่เรา โดยการที่พระองค์ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ให้แก่เราทั้งหลาย เราจึงสำแดงความรักของเราเองให้แก่ครอบครัวและเพื่อนผ่านทางการให้ของขวัญในช่วงเทศกาลนี้

ผมเติบโตขึ้นในชุมชนเล็กๆแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศไนจีเรีย เรามีประเพณีในการเตรียมอาหารอร่อยๆเพื่องานเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้ เช่น ขนมขบเคี้ยวทอดกรอบที่รู้จักในชื่อ ชิน-ชิน (chin-chin),เค้ก, โดนัท,พายเนื้อ, ไก่ทอดและเนื้อวัวและอาหารอื่นๆ ที่จะนำมารับประทานร่วมกันในคริสต์มาสนี้ เพื่อสำแดงความรักของพระเจ้า เราจะปลุกทุกคนขึ้นมาในตอนเช้าตรู่เพื่อหุงข้าวและทำอาหารจานอื่นๆด้วย จากนั้นก็จะนำอาหารเหล่านั้นไปแจกจ่ายตามบ้านของเพื่อนบ้านผู้ที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนและเพื่อนๆของเรา ในทางกลับกันพวกเค้าเองก็ได้แบ่งปันอาหารกลับมาให้เราเมื่อเขามีเทศกาลเฉลิมฉลองประจำศาสนาของเขาด้วยเช่นกัน

แต่จะมีซักกี่คนในหมู่พวกเราที่จะแบ่งปันน้ำใจนี้ไปให้กับคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก? แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ? คริสต์มาสนี้ก็เช่นกันทำไมเราไม่ลองตั้งใจและพยายามที่จะสำแดงความรักให้กับคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก? แน่นอนว่ามีหลายวิธีด้วยกัน แต่นี่คือของขวัญ 5 อย่าง ที่ผมคิดว่ามันช่วยให้เราเริ่มต้นที่จะทำได้

1. ของขวัญจากพระคุณ

ในฐานะที่เป็นคริสเตียน เราถูกเรียกให้เป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความสง่างามตลอดเวลา มีอะไรอีกในช่วงเทศกาลคริสต์มาส? หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปีในช่วงเวลาแห่งเทศกาลนี้ เราจะมาร่วมกันเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึงการบังเกิดของพระเยซูคริสต์ “ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่เพราะตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้” (เอเฟซัส 2:8)

ดังนั้น ให้เราทั้งหลายพยายามที่จะฝึกฝนที่จะเป็นผู้ที่สำแดงพระคุณของพระเจ้า และอดทนต่อผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเรา หักห้ามลิ้นหรือคำพูดของเราในการที่จะตอบโต้ด้วยคำพูดที่อ่อนหว่าน และมีเมตตาต่อผู้ที่แซงคิวเราในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือขับรถตัดหน้าเราบนท้องถนน ปล่อยให้เขาทำไปและก็ปล่อยให้ความขุ่นข้องหมองใจที่เรามีต่อคนที่ทำให้เราไม่พอใจนั้นออกไปด้วย อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นจากที่ทำงาน ในที่สาธารณะ หรือจากการประชุม—ให้เรายกโทษให้แก่พวกเขาโดยเร็ว

2. ของขวัญจากการให้

บางคนในพวกเราที่นี่อาจจะเคยบริจาคให้กับการกุศลหรือบริจาคสิ่งของให้แก่ผู้ด้อยโอกาสมาก่อน แต่ถ้าไปเยี่ยมเด็กๆที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือคุณตาคุณยายที่บ้านพักคนชราล่ะ?

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพันธ์กิจสงเคราะห์ในคริสตจักรของคุณ บริจาคผ้าห่มหรืออาหารให้แก่ผู้ที่ยากไร้ จำไว้ว่า พระเยซูคริสต์ทรงห่วงใยและเลี้ยงคน 5,000 คน ที่มาชุมนุมกัน (มาระโก 6:30-34)

3. ของขวัญจากคำอธิษฐาน

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ลได้บอกให้เราอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน และ“คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล”(ยากอบ 5:16) บางครั้งเราอาจจะพยายามที่จะใช้คำพูดของเราเพื่อหนุนใจผู้อื่นหรือให้ของขวัญแก่ผู้อื่น และสุดท้ายก็จบลงด้วยการถูกปฏิเสธหลังจากที่ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถในการหนุนใจผู้อื่น ในกรณีดังกล่าวเราสามารถเปลี่ยนเป็นคำอธิษฐานของเราเผื่อคนๆนั้นได้

อธิษฐานเผื่อผู้ที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวข่าวประเสริฐของพระผู้ช่วยให้รอด อธิษฐานเผื่อผู้ที่ร้องไห้อยู่ข้างถนนในขณะที่เรากำลังเดินทางกลับบ้าน อธิษฐานเผื่อเพื่อนของเรา หรือแฟนของเราญาติพี่น้องของเค้าที่เราเคยแต่ได้ยินชื่อแต่ไม่เคยพบมาก่อน ให้เราอธิษฐานเผื่อผู้นำของเรา เพื่อสันติสุขของโลกนี้ด้วย

4. ของขวัญจากการรับใช้

ขณะที่เราสามารถสำแดงความรักให้แก่คนแปลกหน้าโดยทางกายภาพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้ของขวัญหรือให้เงิน เราสามารถสำแดงความรักของเราได้โดยการรับใช้คนแปลกหน้าเหล่านั้นด้วย มีข้อพระคัมภีร์ที่หนุนใจเราอยู่หลายตอนด้วยกันเกี่ยวกับการรับใช้ผู้อื่น (ฟิลิปปี 2:5-7 ; 2 โครินธ์ 4:5 ; มาระโก 9:35 ; กาลาเทีย 5:13 ) พระเยซูคริสต์เองก็เสด็จมาบนโลกนี้เพื่อที่จะรับใช้ผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อที่จะถูกรับใช้ (มาระโก 10:45)

การที่เราจะรับใช้คนแปลกหน้าได้นั้นทำได้หลายวิธี และก็อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายๆอย่างเช่นช่วยคนแก่ข้ามถนน หยุดรถเพื่อช่วยคนที่รถเสียอยู่ข้างทาง หรืออาสาไปส่งใครสักคนที่กำลังเดินอยู่ข้างถนนให้ถึงบ้าน หรือมันอาจจะเป็นการรับใช้ร่วมกับคริสตจักรของเราหรือกลุ่มเพื่อนของเรา หรือบริจาคเสื้อผ้าหรืออาหารให้แก่คนจรจัดที่อาศัยอยู่ตามข้างถนน

5. ของขวัญจากเวลา

เราทุกคนต่างก็รู้ว่าเวลานั้นเป็นสิ่งที่มีค่า—เมื่อมันผ่านไปแล้ว เราทุกคนรู้ว่าเวลาไม่สามารถหวนกลับมาแก้ไขอะไรได้ ประกอบกับรายการความรับผิดชอบของเราที่ยาวเป็นหางว่าว ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเลยซักคนที่จะพอมีเวลาว่างที่จะให้แก่ผู้อื่น การให้เวลาเป็นอะไรที่ยากที่สุดเพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า ดังนั้นการให้เวลาแก่ผู้อื่นเป็การสำแดงความรักแก่ผู้อื่นด้วย

มันอาจจะทำให้เราเสียเวลาบ้างและต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ที่จะใช้เวลาทำความรู้จักเพื่อนบ้านของเราให้มากขึ้น ใช้เวลารับประทานอาหารร่วมกันกับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มาเข้าร่วมในการจัดค่ายต่างๆ หรือใช้เวลากับเพื่อนร่วมงานจากแผนกอื่น หรือเชิญคนที่เราเคยเห็นผ่านๆแต่ไม่เคยคุยด้วย และเค้าก็ไม่มีที่ที่จะฉลองคริสต์มาสเราสามารถเชิญ เขามาฉลองคริสต์มาสที่บ้านของเราได้ เราอาจจะเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับแม่ที่กำลังว้าวุ้นใจเกี่ยวกับการจับจ่ายสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือ ให้ใครซักคนยืมไหล่เพื่อซบเวลาร้องไห้

พระเยซูคริสต์ทรงใช้เวลาเพื่อเยี่ยมเยียนผู้ที่ข่มเหงพระองค์โดยการเทศนาสั่งสอนคนเหล่านั้น พระองค์ทรงเลี้ยงคนที่หิวโหยและทรงรักษาคนป่วยให้หายโรค และเป็นทุกข์กับเขาเหล่านั้น พระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อสหายทั้งหลายของพระองค์ , ผู้ที่เกลียดชังพระองค์ และคนเหล่านั้นที่พระองค์ทรงรู้ว่าคงจะไม่มีโอกาสได้พบอีกในระหว่างที่พระองค์ทรงมีชีวิตอยู่บนโลกที่เป็นบ้านอันชั่วคราวของพระองค์นี้

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ เราได้พบความสุขจากการได้ทักทาย หรือพูดคุยกับคนแปลกหน้าบ้างหรือเปล่า?— บางครั้งผมได้อาศัยโอกาสในเทศกาลคริสต์มาสนี้ แบ่งปันถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมเราถึงจะต้องฉลองคริสต์มาสร่วมกับพี่น้องคริสเตียนในคริสตจักรของผม แล้วผมก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนบ้านพักคนชราและได้ร้องเพลงคริสต์มาสอวยพรพวกเค้าเหล่านั้นด้วย

สำหรับผมแล้ว คริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะได้เลียนแบบพระเยซูคริสต์ และเดินตามรอยพระบาทของพระองค์ และเราก็ได้ใช้ชวงเวลานี้ในการขอบพระคุณพระผู้ช่วยให้รอดของเราที่เสด็จลงมาบนโลกนี้ด้วยถ่อมใจ แม้ว่าโลกนี้จะไม่รู้จักพระองค์ (ยอห์น 17:25-26) เพื่อทำให้คนแปลกหน้าได้เป็นเพื่อนกับพระองค์และเพื่อนำผู้ที่หลงหายให้กลับมาคืนดีกับพระเจ้า

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง