วันที่ฉันโดนชน! ด้วยรถบรรทุก

วันที่ 9-11-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

accident
ผู้เขียน : Laura Morgan, USA
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู และ ทิพย์สุพร ชาน
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ในปี 2012 ของฤดูใบไม้ร่วง ก็เหมือนกับทุกๆปี ฉันมีงานรับใช้หลายอย่างจะต้องทำ รวมถึงกิจกรรมและงานอดิเรกต่างๆที่ฉันทำอยู่ และฉันก็ไม่สามารถตัดงานรับใช้หรืองานอดิเรกเหล่านั้นออกไปได้ซักงานเดียว ถึงแม้ฉันอยากจะลบลืมงานอดิเรกบางอย่างหรือลบเหตุการณ์บางอย่างออกไปจากชีวิตก็ตามเพราะผลลัพธ์ที่ฉันได้คือความสูญเสียจนหมดสิ้นและคงเหลือไว้แต่รอยแผลเป็นให้กับฉัน

ฉันอยู่ในช่วงของการตอบรับคำเชิญในการเข้าร่วมเป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลในคริสตจักรของฉัน และข้อความในจดหมายที่ฉันเขียนถึงคริสตจักรตอนขอร่วมเป็นผู้ช่วยผู้รับใช้ เตือนสติฉันอยู่ 2-3 บรรทัด เกี่ยวกับพระคุณของพระเจ้าว่าพระองค์ทรงเป็นองค์อธิปไตย ข้อความนั้นเขียนว่า “บทเรียนที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของฉันทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งดีไว้ สำหรับเราเสมอ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้รับในสิ่งที่เราต้องการ (แม้ว่าเราจะปรารถนาสิ่งดีหรือเกียรติ ตามที่เราหวังไว้) ในช่วงเวลาอันเจ็บปวดที่ฉันได้รับอย่างต่อเนื่อง คำว่า “ไม่” ไม่ได้อยู่ในแผนการชีวิตของฉันเลย ฉันพยายามที่จะคิดย้อนไปในช่วงเวลานั้น และรู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์พระองค์อยู่เหนือทุกสถานการณ์และพระองค์ทรงทำงานในชีวิต ของเรา เพื่อเราจะได้พบสิ่งที่ดีที่สุด”

ฉันนึกภาพไม่ออกเลยกับสิ่งท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตของฉัน และการเดินทางของชีวิต ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้
graduation
เหลือเวลาน้อยกว่าหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่จะถึงคริสตมาส (ผ่านมาได้ครึ่งทางพอดีสำหรับการอบรบ เฉพาะด้านเกี่ยวกับพยาธิวิทยาของฉัน หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า นักพยาธิวิทยา) พ่อ,แม่ และฉันต้องเดินทางไปงานศพของคุณยายของฉันในรัฐอื่น และในงานนี้ฉันต้องเล่นเชลโล่ด้วย ดังนั้น ในรถจึงต้องมีเครื่องดนตรีเชลโล่ขนาดใหญ่ใส่ไปในรถด้วย พวกเรานั่งเบียดกันในรถ เมื่อแต่ละคนรัดเข็มขัดแล้ว เราก็เริ่มอธิฐานถึงการเดินทางและงานศพที่เราจะไปเพื่อที่จะ รับใช้พระเจ้าด้วย ฉันนั่งอยู่ด้านหลังของรถและไม่นานก็ผลอยหลับไป

2-3 ชั่วโมงต่อมาระหว่างที่รถกำลังแล่นอยู่นั้น เพียงชั่วพริบตาเดียว รถของพวกเราไถล พุ่งชนกับรถบรรทุก แล้วบังเอิญในขณะนั้นมีนางพยาบาลสองคนกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ ขับรถผ่านมาทางนี้พอดีพวกเขารีบจอดรถริมถนนแล้วรีบข้ามฝั่งเพื่อมาช่วยพวกเรา

เนื่องจากมันเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงประตูด้านข้างรถตู้หลุดกระเด็นออกจากตัวรถ ฉันติดอยู่ข้างในสุดแล้วเข็มขัดนิรภัยมันรัดแน่นไว้กับเอวของฉัน ฉันได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง หากได้รับการช่วยเหลือแล้วมีการเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้ฉันตายหรือฉันอาจจะกลาย เป็นอัมพาตได้accident

พยาบาลคนหนึ่งไปกับแม่ของฉันผู้ซึ่งไม่ได้สติ ระหว่างนั้นพยาบาลอีกคนก็กำลังช่วยพยุงหลังฉันไว้ ส่วนพ่อของฉันได้สติแต่อยู่ในภาวะของอาการช็อคอย่างหนัก รถพยาบาลนำพวกเราไปยัง โรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อให้ได้รับการรักษาและปฐมพยาบาลในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฉันได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาล ที่ใหญ่กว่าและมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยกว่า เพื่อที่เตรียมพร้อมที่จะผ่าตัดใหญ่ให้กับฉัน เมื่อได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่า ฉันได้รับบาดเจ็บที่สมองระดับปานกลางถึงรุนแรง และกระดูกจำนวนมากรวมถึง กระดูกขากรรไกรของฉันหักและยังมีกระดูกอีกหลายส่วนตามร่างกาย ทั้งยังมีกระดูกสันหลังของฉัน ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของฉันคาดการณ์เบื้องต้นเกี่ยวกับอนาคต ทางกายภาพและความสามารถของฉันไว้แล้ว

ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุนี้ ฉันสวมสร้อยเงินอันหนึ่ง มีภาษาฮีบรูเขียนไว้ที่จี้นั้นว่า “ทาลิธา โคอุม” (Talitha Koum) ซึ่งแปลว่า “เด็กหญิงเอ๋ย,เราบอกกับเจ้าว่า จงลุกขึ้น!” ข้อความนี้มาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ล ในพระธรรม มาระโก 5:41 ซึ่งเป็นถ้อยคำที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสกับเด็กหญิงคนหนึ่ง ให้ฟื้นขึ้นจากความตาย ฉันนึกถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา รู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงตอบการร้องไห้ คร่ำครวญของเราอยู่วันยังค่ำ เพื่อขอการรักษาที่มาจากพระองค์ แม้ว่าคำตอบของพระองค์จะมาหรือ ไม่มาเพื่อรักษาอาการป่วยทางร่างกายก็ตาม

ฉันเข้ารับการบำบัดรักษาอยู่ 2-3 โรงพยาบาลรวมแล้วเป็นเวลา 72 วัน โดยที่ฉันจำอะไรไม่ได้เลย การรักษาของฉันค่อนข้างเร็วพอสมควร จากที่นอนอยู่บนเตียงจนสามารถใช้รถเข็นได้ จากนั้นก็เริ่มใช้ไม้เท้าช่วยเดิน โดยอาศัยเครื่องช่วยหายใจและการให้อาหารผ่านทางสายยาง

2

ตอนนี้ เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว และชั่วโมงของการรักษาทางกายภาพบำบัดที่ไม่สามารถนับได้ ยังคงมีบาดแผลอันใหญ่ซึ่งมองไม่เห็นจากภายนอกของฉันหลงเหลืออยู่ คุณอาจจะเห็น แผลเป็นเล็กๆบนหัวของฉันเท่านั้นถ้าคุณมองดีๆ และคุณอาจจะไม่สังเกตเห็นความอ่อนแอ ในด้านซ้ายของร่างกายของฉันเลยก็ได้ ฉันปกปิดความน่าสงสารของตัวเองรวมถึงการ มีความจำอันแสนสั้นไว้ เพื่อมีความสุขกับประสบการณ์ของชีวิตที่เหลืออยู่ มีชีวิตอยู่ด้วยความจริงอันแน่วแน่ว่าฉันได้พยายามอย่างหนักในการทำกายภาพบำบัดแล้ว มีหลายกิจกรรมที่ฉันไม่สามารถทำได้ซึ่งรวมถึงกิจกรรมหนึ่งที่ฉันรักมากแต่ก็ไม่สามารถทำมันอีก ต่อไปได้แล้ว คือการเล่นเชลโล่นั่นเอง

ฉันไม่รู้ว่าทำไมพระเจ้าทรงอนุญาตให้อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้น และฉันยังไม่รู้อีกว่าทำไมพระองค์ทรงอนุญาตให้เหตุการณ์แห่งรอยแผลลึกที่ยากจะลบเลือนนี้เกิดขึ้นกับชีวิตของฉัน พี่สาวคนโตของฉัน
ชื่อแอนนี่ เธอเสียชีวิตทันทีอย่างน่าอนาถ เมื่อฉันมีอายุได้เพียงไม่ถึง 1ปี ดังนั้น ฉันเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักของพระเจ้า และความเข้าใจว่าพระเจ้าทรงยุติธรรมและเข้าใจถึงพระลักษณะของพระองค์ว่ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าแผนการของชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันสักเท่าใด ฉันก็ขอบพระคุณพระเจ้า แม้ว่าก่อนจะเกิดอุบัติเหตุนี้ฉันก็รู้ว่าฉันจะปลอดภัยอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ และ ความชอบธรรมของพระองค์จะทรงนำชีวิตของฉัน ในกรณีของฉันนั้น “ทาลิธา โคอุม” (Talitha Koum) ซึ่งแปลว่า “เด็กหญิงเอ๋ย,เราบอกกับเจ้าว่า จงลุกขึ้น!” สำหรับฉันแล้วยังมีความหมายรวมถึง การทรงรักษาอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางการสูญเสียอันยิ่งใหญ่,ความไม่มั่นใจในชีวิต และพระองค์ได้ทรงเปลี่ยนแผนการให้กับชีวิตของฉัน

ประสบการณ์ในครั้งนี้ มีช่วงเวลาตั้งแต่ความโศกเศร้าจนไปถึงความน่าอัศจรรย์ใจและความสุข อันเป็นบทเรียนราคาแพงที่ฉันได้รับจากพระเจ้า และพระองค์ค่อยๆเสริมกำลังฉัน ซึ่งฉันจะชื่นชมเรื่องราวนี้ไว้ตลอดชีวิตว่าเคยมีความเจ็บปวดและโศกเศร้าเกิดขึ้นกับฉัน และได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของฉัน แต่ฉันจะไม่จดจ่ออยู่กับความไม่แน่นอนของชีวิตหรือกับเรื่องเศร้าที่ได้เกิดขึ้นกับฉัน เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างและมองในแง่ดี เพราะไม่ใช่ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นบ่อยนัก เมื่อเทียบกับคนรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน

แม้ว่ารถบรรทุก 18 ล้อ ไม่ได้ชนกับแผนการในชีวิตของคุณ ช่วงเวลาแห่งชีวิตคุณก็มักจะมี เครื่องหมายที่เป็นทางเลือกที่สามารถกำหนดอนาคตของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกงานที่ทำ, การเลือกที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ และทางเลือกของการเปลี่ยนแปลงอื่นๆของชีวิต… และดูเหมือนมันจะไม่มีที่สิ้นสุด เพราะมันคือความทะเยอทะยานของคนและการตัดสินใจบางอย่างสำหรับบางคนเป็นการตัดสินใจที่อาจจะมีผลลัพธ์ที่ไม่ดีก็ได้

เช่นเดียวกับในวันแรกของการฟื้นตัวของฉัน ฉันพบว่าฉันได้รับการปลอบโยนมากที่สุด จากความไม่แน่นอนของชีวิต ทำให้ฉันยึดมั่นในความจริงที่ว่าพระลักษณะของพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงและความชอบธรรมของพระองค์ทรงอยู่เหนือทุกสถานการณ์และมั่นใจว่าพระองค์ทรงอยู่ด้วยไม่ว่าฉันจะเผชิญกับสถานการณ์ใดๆก็ตาม และทำให้ฉันมีกำลังขึ้นอย่างเข้มแข็ง

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถทำนายอนาคตการเดินทางของชีวิตเราไว้ล่วงหน้าได้ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ให้พระองค์ทรงใช้ชีวิตของเรา เราสามารถมั่นใจได้ว่า เราถูกใช้โดยผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ยิ่งนานวันฉันยิ่งได้เรียนรู้ว่าฉันเป็นเพียงผู้เล็กน้อยที่ไม่สามารถจะควบคุมสถานการณ์ใดได้

ขอบคุณสำหรับความเสียหายที่ฉันได้รับ,ความทรงจำระยะสั้นๆนี้ และหลังจากที่กลับมาจาก
โรงพยาบาลแล้ว รวมถึงความเจ็บปวดในแต่ละวันที่ฉันได้รับมา และขอบคุณว่าครั้งหนึ่งได้รับประสบการณ์ความเจ็บปวด,ความขมขื่นที่เป็นเรื่องจริงจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นในชีวิตของฉัน
ฉันเขียนบันทึกไว้ในไอโฟนของฉันว่า : ฉันเกลียดที่ไม่สามารถวิ่งได้,ทำงาน,เล่นดนตรีอย่างที่เคยมาก่อน,ช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนอย่างแต่ก่อน,มีส่วนร่วมในการรับใช้อย่างที่เคยทำ,
ไม่ได้เข้าสังคมพบปะผู้คนเหมือนแต่ก่อน… แต่ฉันถูกเรียกให้เป็นความแตกต่างทั้งทางอารมณ์และร่างกายในบทบาทที่เข้มแข็งขึ้น และมีชีวิตอยู่ในแต่ละวันอย่างคุ้มค่ากับการทรงเรียกนี้

มีอีกหลายอย่างในชีวิตที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถที่จะดำเนินชีวิตและตอบสนอง
ให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้ จากนั้นให้เราพึ่งพาในพระองค์ไม่ว่าชีวิตจะอยู่ในท่ามกลาง
สถานการณ์ใดๆก็ตาม

first-meeting-1

Tags: , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง